หยอดวัคซีนโปลิโอฟรี !
เด็กไม่เกิน 5 ปีมีโรคที่น่าเป็นห่วงอีกโรคหนึ่งคือ “โปลิโอ”
แม้ว่าประเทศไทยเป็นเขตปลอดโรคนี้ตั้งแต่พบผู้ป่วยรายสุดท้ายเมื่อปี”40 แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ล่าสุดพบว่าปัญหานี้เริ่มกลับมาระบาดใหม่ในประเทศแถบแอฟริกา เมดิเตอร์เรเนียน ตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไนจีเรีย ปากีสถาน อัฟกานิสถานและอินเดีย
ว่ากันว่า สาเหตุหนึ่งเกิดจากการคมนาคมที่สะดวกสบายทำให้กลุ่มที่อาจเป็นพาหะนำเชื้อ อาทิ เด็กในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ไม่สงบ เด็กด้อยโอกาสในชุมชนแออัด เด็กในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ทำไร่ ทำประมง และแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน หรือรับไม่ครบ มีการย้ายที่อยู่และนำเชื้อติดไปด้วย
โรคโปลิโอเป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส เข้าสู่ร่างกายทางปาก และเข้าไปเพิ่มจำนวนในลำไส้ของคน หากเชื้อไวรัสไปถึงระบบประสาทจะทำให้อักเสบ และทำให้เกิดอาการอัมพาตของแขนและขา อาการมีตั้งแต่มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มีอาการตึงหรือปวดกล้ามเนื้อ คอ ลำตัว และขา ในบางรายที่รุนแรง แขนขาอาจถึงขั้นอัมพาตและเสียชีวิตได้
มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากเด็กยังไม่รู้จักป้องกันด้านอนามัย และยังไม่มีภูมิต้านทานโรค ดังนั้นการป้องกันโรคโปลิโอต้องสร้างภูมิต้านทานตั้งแต่เด็กโดยการหยอดวัคซีนตามกำหนด 5 ครั้ง ครั้งที่ 1-3 เมื่ออายุครบ 2, 4 และ 6 […]
Share on Facebook
พอนึกถึงแตงกวาทีไรเค็กจะนึกถึงแตงกวาดิบกรอบๆ เย็นๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแตงกวาที่กินกับข้าวผัด ลาบ สลัดผัก หรือน้ำพริก ล้วนเป็นแตงกวาดิบทั้งนั้น จนลืมไปว่ามีอาหารอีกตั้งหลายอย่างที่ทำจากแตงกวาที่สุกแล้วและอร่อยเหมือนกัน วันนี้เค็กเลยให้เอา “แตงกวาผัดไข่” ไปทำกันสักอย่างหนึ่งดูก่อนแล้วกันนะคะ
เลือกแตงกวาอ่อนๆ มา 4-5 ลูก (แตงกวาอ่อนนั้นผิวจะยังมีหนามเล็กๆ อยู่ถ้าใช้มือลูบดูจะรู้สึกว่าขรุขระ) แตงกวาอ่อนเมื่อนำมาผัดจะอร่อยเพราะผัดแล้วยังคงความกรอบอยู่ นำแตงกวามาปอกเปลือกให้หมดแล้วหั่นเป็น 4 ชิ้นตามยาว ใช้มีดฝานเม็ดออกเพราะเม็ดที่เหลืออยู่จะทำให้แฉะเมื่อนำไปผัด แฉลบชิ้นแตงกวาให้เป็นชิ้นพอคำแล้วพักไว้ ตั้งน้ำมันพืช 2 ช้อนชาในกระทะแล้วใส่กระเทียมสับ 1 ช้อนชาลงไปผัดจนหอม ใส่เนื้อหมูสันในหั่นบาง 50 กรัมลงไปผัดพอเปลี่ยนสี เหยาะซีอิ๊วขาวนิดหน่อยแล้วใส่แตงกวาที่เตรียมไว้ลงไปผัดพอสะดุ้งไฟ
ตีไข่ 1 ฟองกับซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา ให้เข้ากันและเทลงในกระทะ ตั้งไฟไว้พอไข่อยู่ตัวผัดต่อจนไข่สุกทั่ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทยขาวป่น (ไม่ต้องกลัวนะคะว่าจะใส่พริกไทยเยอะเกินไป เค็กว่าแตงกวาผัดไข่ยิ่งใส่พริกไทยเยอะๆ ยิ่งอร่อย) ทานกับข้าวสวยร้อนๆ และถ้าได้น้ำปลาพริกขี้หนูสวนให้ด้วยแล้วละก็จะดีมากเลยละคะ
อาหารประจำบ้าน
น้ำมันพืช ซีอิ๊วขาว พริกไทยขาวป่น
ตู้กับข้าว
กระเทียม แตงกวา ไข่ไก่
รสชาติของชีวิต
สันในหมู
คอลัมน์ DINING IN
โดย savoury cake
Share […]
Share on Facebook
เผ็ด ร้อน ซ่อนความเป็นยา…อาจเป็นคำจำกัดความเมื่อพูดถึง “ขิง”
แต่ถ้าพูดถึง “บ้านขิง” อาจนึกไปถึงบ้านขนมปังขิงในนิทาน หรือถ้าใครเรียนสถาปัตย์อาจนึกไปถึง “เรือนขนมปังขิง” หนึ่งในรูปแบบทางสถาปัตยกรรมตะวันตก ยุควิกตอเรียที่มีการประดับด้วยไม้ฉลุมากๆ เป็นที่นิยมในเมืองไทยในสมัย ร.4-ร.6 โน่นแน่ะ
“Ginger’ House” หรือ บ้านขิงหลังนี้ เป็นร้านอาหารกึ่งผับ 2 อารมณ์ ทั้งแบบบรรยากาศสบายๆ ในสวนและแบบปาร์ตี้ในกลุ่มเพื่อน แบ่งเป็นบรรยากาศด้านนอก ชิวๆ กับที่นั่งบนระเบียงเล่นระดับและเก้าอี้ชายหาดบนพื้นทราย มีเวทีแสดงดนตรีสดแนวอะคูสติก สลับกับเปิดเพลงเบาๆ ฟังสบายๆ ส่วนด้านในเป็นผับที่แยกย่อยออกเป็นอีก 3 โซน โซนแรกเป็นพื้นที่นั่งดื่มสังสรรค์ที่ชั้นล่าง มีเวทีแสดงดนตรีสดและบูท ดีเจ.เปิดแผ่น เล่นเพลงจังหวะมันส์ๆ ที่นั่งโซฟาและเบาะนั่งสบาย พิเศษสุดที่นั่งติดขอบเวทีใกล้ชิดนักดนตรี โซนที่ 2 เป็นพื้นที่โต๊ะพูล และที่นั่งรอบโถง ได้อรรถรสดนตรีมันส์ๆ จากมุมมองด้านบน นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อไปยังระเบียงภายนอก สามารถชมบรรยากาศของร้านทั้งหมดได้ด้วย และโซนที่ 3 เป็นห้องคาราโอเกะ จำนวน 4 ห้อง (กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้)
การตกแต่งเน้นโทนสีหลักๆ คือ ส้ม-ดำ ว่ากันว่า […]
Share on Facebook
ถ้าหากการเดินทางของเราทุกทริปสามารถสะสมไมล์ได้ ปีนี้เราน่าจะแลกไมล์กับตั๋วเครื่องบินไป-กลับสุวรรณภูมิ-อินชอน (เกาหลี) ได้
นครพิงค์เชียงใหม่ก็เป็นอีกเมืองที่เราไปเยือนบ่อยที่สุด เฉพาะครั้งนี้นับได้ว่าเป็นหนที่ 3 ของรอบปี ทุกทีที่ไปมักจะได้ยลโฉมเชียงใหม่ในมุมที่แตกต่างกัน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เราออกเดินทางเที่ยวเชียงใหม่ด้วยวิธีที่แปลกกว่าทุกครั้ง กับโทรศัพท์มือถือ โนเกีย 6210 Navigator ว่าง่ายๆ ค่ะ มาเพื่อทดสอบความสามารถของมือถือด้วยการใช้ระบบแผนที่ navigator ซึ่งว่าไปก็มีประโยชน์ให้เราไม่หลงทาง (อันเป็นพฤติกรรมประจำเวลาไปที่ไหนก็ตาม)
เริ่มเยือนเชียงใหม่ครั้งนี้ที่ “วัดอุโมงค์” (สวนพุทธธรรม) ณ เชิงดอยสุเทพ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปรู้สึกถึงความเย็นจากต้นไม้และความเงียบสงบ (ซึ่งคณะเดินทางก็ทำลายความสงบลงทันทีที่เดินเข้าวัด) วัดชื่อวัดอุโมงค์ ดังนั้นต้องมีอุโมงค์ หลังจากเดินผ่านอุโมงค์อิฐเย็นๆ นมัสการพระพุทธรูป ก็ไปตามหาประวัติความเป็นมาของวัด จากหลักฐานพบว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อครั้งสมัยพ่อขุนมังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ.1839 ต่อมาทราบว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนิมนต์พระสงฆ์จากเมืองลังกามาอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชเพื่อสอนพระพุทธศาสนา โดยมีพระมหากัสสปะเถระเป็นหัวหน้า พ่อขุนมังรายเกิดความเลื่อมใส ขอนิมนต์มาเชียงใหม่ และได้สร้างวัดให้พระสงฆ์พำนักในบริเวณป่าไผ่สิบเอ็ดกอซึ่งก็คือวัดอุโมงค์ปัจจุบัน
พอสมัยของพระเจ้ากือนาก็ได้มีการสร้างสถูปแบบลังกาเอาไว้บนยอดเขาใกล้ๆ กับวัด สันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีชั้นทรงกลมประมาณ 3 ชั้นเหมือนกลีบบัวซ้อนกันอยู่ ด้านบนมีปลียอด แล้วสร้างอุโมงค์ไว้ใต้สถูป เพื่อให้เป็นที่บำเพ็ญธรรมของพระมหาเถรจันทร์ พระสงฆ์ที่พระเจ้ากือนาทรงศรัทธา อุโมงค์ก่อด้วยอิฐ มีทางเข้าด้านหน้า 3 ทาง ด้านหลัง 2 […]
Share on Facebook
มาอีกแล้ว ไอเดียทำง่ายๆ เก๋ง่ายๆ สไตล์ไม่ซ้ำใครจาก “ภิญญ์”…คราวนี้แนะนำวิธีทำที่คาดผมสุดชิก
เตรียมอุปกรณ์ก่อน ได้แก่ เพชรรีดสวารอฟสกี้ (มีหลายขนาด หลายรูปร่าง หลายสี) ริบบิ้นอเนกประสงค์ Momotara คีมหนีบเพชรรีด, ปากกาล่องหน (สำหรับเขียนลายบนริบบิ้น) และเตารีด
วิธีทำ เลือกริบบิ้นอเนกประสงค์ Momotara และเพชรรีดสวารอฟสกี้ สีและแบบตามชอบ ออกแบบลายโดยการใช้ปากกาล่องหนวาดลวดลายตำแหน่งการวางเพชรรีดตามจินตนาการ เรียงเพชรรีดสวารอฟสกี้ตามลวดลายที่ได้ออกแบบไว้ จากนั้นใช้เตารีดความร้อนปานกลางกดทับประมาณ 10-15 วินาที อย่าถูเตารีดไปมา ควรรีดเพชรรีดขนาดเล็กก่อนขนาดใหญ่เสมอ
เพียงแค่นี้ก็ได้ที่คาดผมเพชรรีดสวารอฟสกี้สุดชิกไว้ใส่ไปปาร์ตี้แล้ว
คอลัมน์ DIY
โดย เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง
Share on Facebook
Share on Facebook
“การเล่น” คือ กระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมของเด็กแต่ละช่วงวัย ในระยะ 6 ปีแรกของวัยเด็ก ถือเป็นช่วงเวลาทองที่เด็กจะเรียนรู้ทุกๆ อย่างได้ดีและรวดเร็ว ยิ่งฝึกมากใช้มาก ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเซลล์สมองในช่วงวัยนี้ จะสร้างใยประสาทเชื่อมโยงกันและกันมากมาย โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งเร้า หรือบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม แต่หลังจาก 6 ปีไปแล้ว วงจรเชื่อมโยงใยประสาทต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้จะถูกตัดออกไป ดังนั้นช่วงอายุ 6 ปีแรก จึงเป็นช่วงสำคัญต่อการวางรากฐานของการเป็นคนฉลาด เก่ง ดี มีสุข ของเล่นที่ดีคือต้องทำให้เด็กสนุก เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้ โดยมีหลักการเลือกง่ายๆ คือ ปลอดภัย, ประโยชน์, ประหยัด และประสิทธิภาพ ซึ่งต้องเปิดโอกาสให้เด็กแตะต้อง สัมผัสด้วยตัวเองถึงจะดีที่สุด
ที่สำคัญของเล่นราคาแพงๆ อาจไม่ใช่ของเล่นที่ดีที่สุดเสมอไป หากไร้การดูแลเอาใจจากพ่อแม่ !
1.เกม cubic ทรงพีระมิด จากลอฟท์ ราคา 1,100 บาท
2.จิ๊กซอว์กระดาษ 3 มิติ รูปทัชมาฮาล จากลอฟท์ ราคา 390 บาท
3.เกมต่อสู้ […]
Share on Facebook
ขึ้นต้นแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะดูโหงวเฮ้งอะไรหรอกค่ะ
เพียงแต่ได้ไปพบข้อมูลจากร้านทำเล็บ Nail&Spa ของ กรกนก กมลรัตน์ ที่ไลฟ์เซ็นเตอร์มา
ความน่าสนใจของร้านนี้ไม่ใช่อยู่ที่การตกแต่ง ทำสีเล็บให้สวยเด้ง แต่เป็นการดูแลมือและเท้าที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี คุณผู้ชายที่เป็นชายแท้ๆ ก็มาเข้าร้านด้วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะ “ผู้บริหาร”
เหตุใดเขาถึงมาทำสปามือและเท้า เหตุผลง่ายๆ ก็คือ มือของเราสัมพันธ์กับการทำงานค่ะ ยิ่งทำงานเยอะ มือเราก็ยิ่งทำงานหนักและด้วยความที่มือเป็นแหล่งรวมของเส้นประสาทหลายๆ แห่ง
เคยสังเกตไหมว่า เวลาเราทำงานนานๆ แล้วปลายมือของเราจะรู้สึกชาๆ หรือไม่ก็ปวดตรงช่วงหัวไหล่นั่นแหละค่ะ เขาว่าเหตุก็เพราะเราใช้งานสองมือของเราหนักไปหน่อย นี่เองจึงทำให้ผู้บริหารหลายคนต้องมาสปามือ
ขั้นตอนการทำไม่เพียงแต่ตัดแต่งทำความสะอาด แต่ยังมีการนวด สครับด้วยน้ำตาลเข้มข้นเพื่อผลัดเซลล์ผิว จุ่มพาราฟินเพื่อความชุ่มชื้น ซึ่งถ้าเป็นผู้หญิงจะมีขั้นตอนการทาสี เพนต์เล็บหรือจะต่อเล็บก็ว่าไป
ส่วนสปาเท้าก็เปลี่ยนจากการจุ่มพาราฟินเป็นการหมักสาหร่ายเหมือนเป็นการดีทอกซ์ให้ผิวแทน
ไม่แปลกใจเลยที่ผู้บริหารชายและหญิงจะเข้ามาใช้บริการที่นี่กันไม่น้อย แต่การทำแต่ละครั้งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งต้องมีการนัดล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้บริหารเข้ามาเยอะแต่กลุ่มสาวๆ ที่รักความสวยงามก็ยังเป็นกลุ่มหลักของร้านเช่นกัน โดยเทรนด์ความนิยมตัดแต่งเล็บที่มาแรงในปีนี้คือ ทรงเหลี่ยม และทาปลายเล็บ (เฟรนซ์) แบบ 2 สีตัดกัน
เวลาทำงานเราอาจจะคำนึงถึงเก้าอี้ ตำแหน่ง การเงินจนลืมให้ความสำคัญกับสองมือที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิต ลองให้เวลากับมันสักนิดดีไหม เผื่อว่าการผ่อนคลายที่เราหยิบยื่นจะช่วยชาร์จแบตเตอรี่ให้สิบนิ้วเราทำงานอย่างเต็มที่รับปีใหม่ !
Share on Facebook
Share on Facebook
หากจะวัดความเปรี้ยวของสาวๆ ผู้รักการออกงานสังคมแล้ว สาวไทยคงไม่น่าจะแพ้สาวใดในโลก
จะอะไรเสียอีก…ก็ในเมื่อบรรดาดีไซเนอร์ที่ตัดเย็บปาร์ตี้เดรสทั้งหลายในบ้านเรายังไม่หายไปจากระบบนะสิ ต่างจากเสื้อผ้าแฟชั่นที่พอมีการนำเข้าแบรนด์เนมเข้ามาก็กลายเป็นว่าห้องเสื้อที่รับตัดชุดทำงาน ชุดเที่ยว แนวเมดทูออร์เดอร์ค่อยๆ งานหดหาย
แต่สำหรับใครที่มุ่งเน้นปาร์ตี้เดรส กลุ่มนี้ยังอยู่ได้แม้ว่าจะมีกลุ่มลูกค้าไม่ใหญ่แต่ความนิยมใช้เสื้อผ้าของดีไซเนอร์ไทยไปงานปาร์ตี้ก็ยังมีอยู่
ยิ่งเดี๋ยวนี้ดีไซเนอร์ไทยมีฝีมือไม่น้อยหน้าต่างชาติด้วยแล้ว ต่อให้แบรนด์เนมหรูระดับโลกก็เถอะ แบรนด์ไทยสู้ได้อยู่แล้ว
ดังจะเห็นได้จากการรวมตัวของดีไซเนอร์ไทยที่ร้าน Code 10 ในสยามพารากอน
ที่นี่เป็นโชว์เคส อีฟนิ่ง ปาร์ตี้เดรส ลิมิเต็ดคอลเล็กชั่น ที่รวมดีไซเนอร์ไฟแรง 8 ยี่ห้อ เครื่องหนังอีก 1 ยี่ห้อ อาทิ Vatit Itthi ของ วทิต วรัชพันธุ์-อิทธิ เมธะนี เจ้าของผลงานชุดราตรีสไตล์กูตูร์ที่สาวอเมริกันรู้จักดี, ประวิทย์ สวัสดิ์วิภาชัย แห่ง Pravit Sawadviphachai, ภัทรศรัณย์ ศรีเลื่อนศร้อย แห่งแบรนด์ Real,
มรุวุฒม์ บูรณศิลปิน แห่ง maruwut, ทิพนันท์ ไกรฤกษ์ สาวไฮโซฯผู้หันมาออกแบบกระเป๋าราตรี Tu”i (ทูอี้)
การเลือกซื้อปาร์ตี้เดรสสำหรับสาวสังคม หรือสาวๆ ที่จำเป็นต้องออกงานนั้น ไม่ยาก อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ แนะว่า สิ่งสำคัญควรดูที่การ์ดเชิญก่อนว่าระบุให้แต่งตัวเช่นไร มีทั้งเป็นทางการ, […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม