Performancing Metrics

Custom Search

กลยุทธ์ “เฮาส์แบรนด์” เพิ่มยอดขาย

การบริหารสินค้าและตราสินค้า (brand) มีความสำคัญมากขึ้น สินค้าที่ติดตราช่วยสร้างกำไร และสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ลูกค้าไม่สามารถหาซื้อสินค้าที่ติดตราร้านค้าในร้านของคู่แข่ง รวมถึงการเปรียบเทียบระดับคุณภาพและราคา ณ ขณะที่ตัดสินใจซื้อได้ ทำให้ตราสินค้าของร้านค้าที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างสัมพันธ์ที่มีต่อร้านค้าช่วยให้ลูกค้า กลับมาซื้อซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ในงานวิจัยเรื่อง “การบริหารสินค้า และราคาของตราร้านค้าในยุคปัจจุบัน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปราณี เอี่ยมละออภักดี จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ของสินค้าเฮาส์แบรนด์ ของห้างต่างๆ ที่ปัจจุบัน ได้กลายเป็นกลยุทธ์หลักของการสร้างความแตกต่างและความภักดีในตัวสินค้าไปแล้ว

ยกตัวอย่างการศึกษาตราสินค้าในแม็คโคร แม็คโครมีการกำหนดตราสินค้า ได้แก่ ARO สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพสูง save pak ใช้กลยุทธ์ competitive pricing และตรา Q-BIZ เน้นกลุ่มเครื่องเขียน ส่วนตราสินค้าของ “แม็คโคร” เน้นคุณภาพดีราคาประหยัด (high image low price)

แม็คโคร ใช้หลักการ 20-80 มีกลุ่มลูกค้าซื้อสินค้าที่ติดตราสินค้าของแม็คโคร (เฮาส์แบรนด์) ราว 20% และมีการใช้สินค้าที่ติดตรา “แม็คโคร” ถึง 80% เนื่องจากว่าสินค้ากลุ่มนี้จะถูกซื้อไปเพื่อแปรรูปอีกทีหนึ่ง

ส่วนเทสโก้ กลยุทธ์จะแตกต่างจากแม็คโคร โดยจะแยกระดับสินค้าเป็น 3 ระดับ […]

แผน สสว. ปี’52 ช่วยกิจการใกล้เจ๊ง ลดปัญหาคนตกงาน

ในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมานาน ทำให้รู้ปัญหาของเอสเอ็มอีเป็นอย่างดี ในปีนี้แผนงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงไม่ได้หลุดกระแส และยังสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล คือ พุ่งเป้าไปที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังมีปัญหา ส่อเค้าที่อาจจะปิดกิจการ และลดปัญหาการเลิกจ้างงานใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า บริการการท่องเที่ยว การก่อสร้าง และกลุ่มผลิตสินค้าครัวเรือนในชุมชน อาทิ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง

นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ในปี 2552 นี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซา โดยมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวน SMEs ประมาณ 2.42 ล้านราย ขยายตัวร้อยละ 0.53 หรือเพิ่มขึ้น 12,311 ราย ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่ถดถอย เมื่อเทียบกับปี 2551 ดังนั้นแนวทางการส่งเสริม SMEs สสว.จึงจะมุ่งทั้งในด้านการสนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs รายเดิม ให้สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งเน้นกลุ่มธุรกิจที่สามารถเติบโตได้จากตลาดภายในประเทศ โดยระยะแรกนี้จะมุ่งเน้นใน 2 กลุ่มหลัก คือ […]

กินแต่ขนมก็สวยได้

ด้วยกระแสอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงามที่มาแรงเกินยั้งในช่วงนี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ขายดีที่หลายบริษัทจับจ้องมองโอกาส หาช่องทางในการขยับขยายเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคยุคนี้โดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องการสวยใสจากภายในสู่ภายนอก

ล่าสุดบริษัท Fancl ผู้ผลิตเครื่องสำอางที่ โดดเด่นในการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ จากแดนอาทิตย์อุทัยก็ได้ตัดสินใจร่วมทุนกับบริษัท Itoyakado บริษัทผู้ผลิตอาหารและขนมขบเคี้ยวชื่อดังเพื่อเปิดตัวอาหารเสริมและขนมที่มีคุณสมบัติในการเสริมความงาม และสุขภาพ โดย Fancl ได้ริเริ่มไอเดียธุรกิจดังกล่าวมาจากการเชื่อมโยงความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความห่วงใยในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกด้วยการดูแลตนเองจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผนวกเข้ากับความต้องการดูแลสุขภาพให้ดีจากภายในด้วยการเลือกบริโภคอาหารสุขภาพเมนูต่างๆ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารและขนมเพื่อสุขภาพและความงามที่ Fancl ผลิตขึ้นนั้นประกอบไปด้วยขนมปัง เต้าหู้ รวมทั้งเมนูของหวานประเภทต่างๆ ที่มีส่วนผสมของอาหารเสริมประเภทคอลลาเจน สารสกัดจากหัวกะหล่ำปลี สารสกัดจากข้าวกล้องงอก และ Twintose อาหารเสริมของแบรนด์

Fancl ที่ทำจากรากของดอก Chicory ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการดูดซับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความงามจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งสารประกอบ Twintose นี้ยังถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของ Fancl อีกด้วย

ขณะที่ผลตอบรับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำเร็จรูปที่มีส่วนประกอบของสารอาหารเพิ่มความงามและสุขภาพของ Fancl ในครั้งนี้ นับว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ในช่วงแรกๆ ผู้บริโภคหลายรายอาจยังรู้สึกเคลือบแคลงในผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์อยู่บ้างก็ตาม แต่บริษัทผู้นำด้านเครื่องสำอางจากธรรมชาติของญี่ปุ่นอย่าง Fancl ที่เน้นชูจุดขายในการเลือกใช้เฉพาะส่วนประกอบจากธรรมชาติทั้งหมดในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็สามารถผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์อาหารและขนมของตนเองเข้าไปตีตลาด ผู้บริโภคที่ห่วงใยในรูปลักษณ์และสุขภาพได้เป็นผลสำเร็จ เพราะอย่างน้อยที่สุดผู้บริโภคที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ Fancl ก็จะมีทางเลือกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารและขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยตอกย้ำการเป็นแบรนด์เพื่อสุขภาพและความงามอย่างแท้จริงของ Fancl ด้วย

บริษัท Fancl […]

บริหารคนโดยองค์รวม

ผู้บริหารทุกคนมักจะบอกว่า การบริหารคนนี่แหละของยาก

แต่ละองค์กรจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการบริหารคนแตกต่างกันไป บางที่ถึงกับ เรียกว่า สร้างดีเอ็นเอเฉพาะของตัวเอง ขึ้นมากันเลย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต่างมุ่งหมายเดียวกัน คือ ให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพ มีศักยภาพ ช่วยกันพาองค์กรให้เติบโตไป ข้างหน้า

ในหนังสือ “บริหารคนโดยองค์รวม” หรือ The holistic people management โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ ซึ่งรวบรวมจากคอลัมน์การบริหารงานและจัดการองค์กร ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ก็มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ ทั้งการบริหารองค์กร บริหารคน และบริหารตน หรือบริหารตัวเอาเอง

อย่างเรื่องบริหารการเปลี่ยนแปลงซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบันที่ต้องประสบกับการ เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ในประเทศและเศรษฐกิจโลก รวมทั้ง ปัญหาการเมืองและความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ

ดร.มิชิตาได้ยิบยกศาสตร์ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงของคอตเลอร์ มาแนะนำไว้ให้คิด

คอตเลอร์มีแนวคิดเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงอยู่ 8 ขั้นตอน

1.Increase Urgency เร่งเร้าความรู้สึกถึงความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเป็นการลดความเฉื่อยของคนในองค์กร

2.Build the Guiding Team สร้างทีมนำการเปลี่ยนแปลงจากคนต่างๆ ที่ เหมาะสม ซึ่งต้องมีความสามารถและอำนาจในระดับหนึ่ง

3.Get the Vision Right ทำให้ภาพ เป้าหมายและกลยุทธ์ที่จะทำชัดเจน

4.Communicate for Buy-in สื่อสารเนื้อหาข้อความเกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

5.Empower Action […]

โรคใจดีและใจอ่อน

เขาก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ใช่ด้วยการรับไม้ต่อจากพ่อแม่ แต่เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ด้วยความมุมานะอดทน ด้วยหัวจิตหัวใจของนักสู้ที่แข็งแกร่ง ด้วยความเหนื่อยยากแสนสาหัส ข้อสำคัญมันเริ่มต้นจากการติดลบด้วยซ้ำ

ทั้งผลิตเองขายเอง หาซื้อวัตถุดิบเอง เดินทางไปทั่วประเทศ ขึ้นดอยลงห้วย เข้าป่าเข้าดง ลงลำน้ำ เขาไปทุกที่ที่มีลูกค้าที่จะซื้อสินค้าของเขา

ด้วยพื้นฐานจิตใจที่ดีของเขา ความซื่อตรง การรักษาคำพูด และด้วย หัวจิตหัวใจของคนที่ชอบการบริการชอบช่วยเหลือ การรู้อย่างลึกซึ้งและแท้จริงเกี่ยวกับสินค้าที่เขาผลิต คุณภาพของสินค้าของเขาจึงล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในตลาด มันคือทุนที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด และทำให้กิจการของเขาเจริญเติบโตขึ้นอย่างไม่ หยุดยั้ง

เมื่อกิจการมันขยายเพิ่มขึ้น เขาก็ต้องมีลูกน้องมาช่วยเขามากขึ้น แรกๆ ก็เป็นระดับแรงงาน ใครที่พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าขยัน มีฝีมือ ซื่อสัตย์ เขาก็จะค่อยๆ สอน และให้โอกาส ได้เขยิบเลื่อนชั้น ทำงานที่สำคัญเพิ่มขึ้น

เขาดูแลลูกน้องอย่างดี ตามแบบฉบับของการอยู่ร่วมกันอย่างครอบครัวใหญ่ ดูแลไปถึงครอบครัวลูกเมียของลูกน้องด้วย บางครอบครัวเขาก็อุปถัมภ์ค้ำจุนเป็นการส่วนตัว เรียกว่าใครที่ดีและซื่อสัตย์สามารถจะฝากชีวิตไว้กับเขาได้

เขารับไม่ได้กับลูกน้องที่ไม่ซื่อคดโกง รับไม่ได้กับความขี้เกียจและไม่รับผิดชอบ แม้ในส่วนลึกของจิตใจเขาจะมีความเมตตากรุณา และเป็นคนขี้สงสารขนาดไหน จนบางครั้งก็ดูเหมือนเขาโลเลไม่มีหลักการในการบริหาร ไม่ยุติธรรม เมื่อเขายกโทษให้ลูกน้องบางคน และรุนแรงกับบางคน ในความผิดที่ไม่ต่างกัน

ใครที่ใกล้ชิดกับเขาจะรู้เหตุผลของเขาดีว่าเขาเป็นคนที่มีเหตุผลลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม

เขาบอกว่าลูกน้องอาจจะทำผิดคล้ายกันก็จริง แต่สถานะของลูกน้องแต่ละคนที่ทำผิดนั้นไม่เหมือนกัน

คนทำความผิดที่เขาให้อภัย แต่ก็มีการคาดโทษหรือลงโทษบ้าง แทนที่จะตัดสินใจลงโทษขั้นร้ายแรง คือ ให้ออกนั้น เพราะเขาเห็นว่าลูกน้องคนนั้นอยู่กับเขามานาน เคยทำความดีและมีผลงานให้เขามาก็มาก การทำความผิดครั้งเดียวจึงต้องคิดถึงเวลาที่ผ่านมาด้วย สิ่งดีๆ […]

นับหนึ่ง CSR ทำกันอย่างไร

ส่งท้ายปีเก่าก้าวย่างสู่ปีใหม่ หลายองค์กรกำลังมีการวางแผนสำหรับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในปีหน้า บางองค์กรก็สานต่อโครงการเดิมเพื่อให้มีความต่อเนื่องในสิ่งที่ดีแล้ว บางองค์กรก็คิดสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากโครงการเดิม แต่สำหรับองค์กรน้องใหม่ทีเริ่มมาให้ความสนใจของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแล้วละก็ มีโจทย์ใหญ่หลายข้อที่ต้องตีให้แตกและคิดให้รอบคอบ เพื่อให้กิจกรรมเพื่อสังคมที่กำลังจะทำนั้นเกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าทั้งองค์กรและสังคมจะต้องได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนั้นๆ

ตัวผู้เขียนเองมักจะเจอคำถามจากเพื่อนพ้องทั้งที่อยู่ในวงการสื่อสารองค์กร การประชาสัมพันธ์และทั้งที่เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรว่า “อยากจะทำซีเอสอาร์ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี” ซึ่งนับเป็นคำถามคลาสสิกที่ผู้เขียนเจอเป็นประจำ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่จะเริ่มทำซีเอสอาร์แล้ว

สิ่งแรกที่ควรจะทำคือ ทำความเข้าใจกับวิสัยทัศน์ของบริษัทหรือองค์กรของท่าน เพื่อให้รู้ว่าบริษัทหรือองค์กรของเรามีจุดยืนอยู่ตรงไหนและต้องการไปจุดใด มีตัวตนเป็นอะไรและต้องการให้ประชาชนหรือสังคมจดจำว่า บริษัทหรือองค์กรของเราเป็นอย่างไร ซึ่งผู้บริหารและพนักงาน ควรจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้ตรงกันด้วย

เมื่อทราบว่าเราต้องการให้สังคมจดจำว่าองค์กรหรือบริษัทเราเป็นอย่างไร ก็จงช่วยกันระดมสมองว่า กิจกรรมหรือโครงการอะไรที่จะทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมา เช่น หากองค์กรของท่านต้องการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นองค์กรที่ดูแล สิ่งแวดล้อมที่องค์กรของท่านตั้งอยู่ โครงการที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมก็ควรจะเป็นเรื่องที่ท่านกำหนดให้เป็นกิจกรรมของทั้งบริษัทหรือองค์กร และไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียวจบ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น อาจจะไม่ใช่ CSR ที่เราพูดถึง

เมื่อทำความเข้าใจเป้าหมายของการทำ ซีเอสอาร์และได้หัวข้อที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้ว จึงเข้าสู่กระบวนการแตกย่อยของโครงการคือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเข้าถึง สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายและองค์กรจะได้รับ และที่สำคัญคืองบประมาณที่ต้องใช้จ่ายตลอดโครงการ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวตอบคำถามให้ได้ว่าองค์กรเราพร้อมแล้วหรือยังที่จะทำซีเอสอาร์ แต่โจทย์ใหญ่ที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยากก็คือ การที่เราทำให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจและเห็นความสำคัญของนโยบายซีเอสอาร์ ตลอดจนให้การสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณและความร่วมมือ อาจกล่าวได้ว่าซีเอสอาร์ทั้งองค์กรอาจจะไม่เกิดเลย หากผู้บริหารไม่ให้ความร่วมมือ

ผู้บริหารหรือซีอีโอจะยอมรับโครงการได้อย่างไรนั้น ผู้บริหารงานซีเอสอาร์ต้องมีข้อมูลพอที่จะโน้มน้าวใจ

ซีอีโอให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนย้ำไว้เสมอเวลาคือ งบประมาณในการทำซีเอสอาร์จะไม่สามารถผูกติดกับยอดขาย รายได้ กำไร หรือขาดทุน ของบริษัท เพราะซีเอสอาร์เป็นการมองผลระยะยาวและยั่งยืน หลายคนได้ยินเช่นนี้แล้วถอดใจ เพราะคิดว่าการทำซีเอสอาร์จะต้องใช้งบประมาณสูงถึงจะสัมฤทธิผล

ความจริงกลับตรงกันข้าม ซีเอสอาร์ที่ดีนั้นสามารถใช้งบประมาณเพียงน้อยนิดแต่ได้ผลลัพธ์เชิงบวกมหาศาล เพราะซีเอสอาร์นั้นไม่ใช่การทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อให้เกิดการจดจำเพียงครั้งเดียว […]

CSR กับการลดคนงานเพื่อความอยู่รอด

ในปัจจุบันสื่อวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ลงข่าวเศรษฐกิจเกี่ยวกับการลดอัตราจ้างคนงานใน พ.ศ. 2552 และปัญหาการว่างงานของ นักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาในเดือนเมษายน พ.ศ.2552 จากรายงานของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2551 พนักงานตามโรงงานถูกปลดออกจากงาน 70,000 คน และคาดว่าจะมีพนักงานที่ต้องถูกปลดออกอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า คนงานว่างงานในเดือนตุลาคม พ.ศ.2551 เท่ากับ 450,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 520,000 คน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2551

ประเทศไทยเคยผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วเมื่อ พ.ศ.2540 เมื่อเกิด “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง” ที่เริ่มจากสถาบันการเงินของไทย พนักงานธนาคารและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ถูกลอยแพเป็นจำนวนมาก วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นครั้งนั้นเกิดขึ้นจากความโลภของผู้บริหารธุรกิจและของสถาบันการเงิน รวมทั้งองค์กรของรัฐที่ดำเนินกิจการอย่างไม่โปร่งใสหรือวางแผนและบริหารกิจการไม่ดี แต่ผู้ที่ต้องรับกรรมคือพนักงานชั้นผู้น้อยขององค์กรที่ต้องถูกลดเงินเดือนหรือปลดออก เหตุผลที่ผู้มีอำนาจเหล่านั้นให้ในการปลดพนักงานออกก็คือ “เพื่อความอยู่รอดขององค์กร”

ในระยะนั้นมีองค์กรเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ประสบปัญหาวิกฤตเลย เพราะเป็น องค์กรที่ไม่มีคู่แข่งและมีกำไร เพราะสถานะพิเศษของเขาไม่ใช่เพราะผู้บริหารเก่ง แต่เขาใช้โอกาสนั้นปลดพนักงานเป็นจำนวนมาก “เพื่อความอยู่รอดขององค์กร” ทั้งๆ ที่ได้มีคนพยายามห้ามปรามไว้โดยแนะนำว่าระยะวิกฤตขณะนั้นไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะคนที่ถูกปลดออกไปก็จะหางานทำยากเนื่องจากคนว่างงานมากมายเหลือเกิน แถมคนที่จะถูกปลดออกเป็นคนที่มีอายุซึ่งหางานในระยะนั้นลำบากมาก เขายังได้รับความอับอายที่ถูกเลือกให้เป็นคนที่จะถูกปลดออก และยังสร้างภาระให้สังคมมากขึ้น สุดท้ายก็คือเขาเป็นคนที่มีความสามารถและเป็นผู้ที่ช่วยสร้างองค์กรนั้นให้เติบโตขึ้นมา

ผู้บริหารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมจริงๆ corporate social responsibility (CSR) ควรที่จะคิดถึงประเด็นต่างๆ ที่ผมได้กล่าวถึง […]

ลงทุนอย่างคุ้มค่าปีวัวดุ !!!

ปีที่ผ่านมาหลายท่านคงบาดเจ็บจากการลงทุนกันบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ จึงเริ่มมีคำถามมากมายเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการลงทุนในปีนี้ ว่าควรจะเป็นไปในแนวทางใด

แน่นอนว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งหลาย ยังคงมีมนต์ขลังที่ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้ว่าจะโดนวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์เข้าไปพอท้วมๆ ทั่วโลก แต่อีกหลายประเทศนับว่ายังมีศักยภาพพอสมควร เพราะพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังมั่นคงอยู่และมีโอกาสฟื้นตัวได้ในเร็ววันนี้ จึงมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นครับ

ดินแดนแห่งโอกาสในการลงทุนนี้ เริ่มจากแถบละตินอเมริกา แม้ว่าได้รับผลกระทบไม่น้อยจากวิกฤตของสหรัฐ หลายๆ ประเทศในแถบนี้ก็นับว่ายังมีความน่าสนใจอยู่มาก อาทิ บราซิลและเม็กซิโก ที่ตลาดภายในมีขนาดมหึมา ประชากรจำนวนมหาศาล การบริโภคภายในน่าจะดีดตัวกลับขึ้นมาได้ไม่ยากในปีที่จะถึง มีโอกาสที่จะขยายตัวทางเศรษฐกิจมากพอสมควรด้วย แต่ในประเทศอาร์เจนตินาและเวเนซุเอลานั้น ถือว่ายังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมอยู่มาก น่าจะมีความเสี่ยงในการลงทุนมากเกินไปสักหน่อย

โดยการลงทุนที่น่าสนใจในประเทศเหล่านี้ อาทิ ลงทุนในกิจการเหมืองทองคำของโคลัมเบีย หรือเหมืองแร่เงินในประเทศเม็กซิโก ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่รองรับกับการผันผวนได้เป็นอย่างดี

ถัดมา คือ ประเทศในแถบยุโรปตะวันออก มีประเทศที่เป็นพระเอก คือ สาธารณรัฐเช็กและตุรกี ที่มีแนวโน้มในการฟื้นตัวสูงหลังจากที่เศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้น เพราะถือเป็นหน้าด่านของประเทศในแถบนี้เลยทีเดียว ตอนนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อหุ้นของตุรกีเลยทีเดียว เพราะขนาดการบริโภคของตลาดภายในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยมีสัดส่วนของประชากรวัยทำงานสูง อำนาจซื้อก็เพิ่มสูงตามไปด้วย อีกทั้งราคาหุ้นโดยเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในตุรกียังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผลกำไรต่อหุ้นของกิจการ โอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นจึงมีสูงทีเดียว

ส่วนประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกานั้น ในปีหน้าค่อนข้างจะไม่น่าสนใจเท่าไรนัก เพราะจากการที่ราคาน้ำมันดิ่งเหวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนในตะวันออกกลางไม่น่าสนใจเท่าไร รวมถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ในดูไบและอาบูดาบีก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์

ในแถบแอฟริกายังคงมีความไม่แน่นอนทางการเมืองสูง ทั้งประเทศคองโก ซิมบับเว แองโกลา และอื่นๆ ใกล้เคียง ถือว่าความเสี่ยงยังสูงเกินไปในการลงทุน โดยประเทศที่น่าดึงดูดใจมากกว่า คือ อียิปต์ […]