Performancing Metrics

Google

WebWiseKnow.Com

ความรู้ล่าสุด

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google Buzz

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


www.usps.org best payout online casino for usa online blackjack for real money caribbean stud poker at las vegas www.usps.org/ play tri card poker online www.usps.org usa casinos accepting paypal www.usps.org

มนต์เสน่ห์ลูกปัด ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความงาม

Pinterest



ไม่น่าเชื่อเลยว่า ลูกปัดเม็ดเล็กๆ สีสันสดใส ที่ในสมัยเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก เราเอามาร้อยเป็นสร้อยบ้าง เป็นกำไลบ้าง แท้จริงแล้ว

มีเรื่องเล่าขานยาวนานย้อนไปถึงยุคหินใหม่กันเลยทีเดียว

มีข้อสันนิษฐานว่า ต้นกำเนิดลูกปัดของโลกอยู่ในแถบแอฟริกา เมื่อมีการค้าขายแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ลูกปัดจึงได้เดินทางแพร่หลายทั่วทุกภูมิภาคของโลก

แรกทีเดียว ลูกปัดนั้นทำขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่พบในท้องถิ่น เช่น เมล็ดพืช เปลือกหอย กระดูกสัตว์ ปะการัง หิน ฯลฯ โดยลูกปัดได้สะท้อนซึ่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของมนุษย์เอาไว้ มนุษย์ใช้ลูกปัดในหลายหน้าที่ ทั้งเป็นเครื่องประดับ เป็นสิ่งบ่งชี้สถานะ เป็นเครื่องรางของขลัง เป็นของใช้ในพิธีกรรม เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน รวมถึงเป็นสินค้าซื้อขายกัน

ในปัจจุบัน บทบาทการเป็นเครื่องประดับของลูกปัดดูจะได้รับความนิยมมากที่สุด อีกทั้งลูกปัดโบราณ เวลากลายร่างมาเป็นเครื่องประดับนั้น ความงามยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครหลายคนต่างหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของลูกปัด

คุณค่าทางประวัติศาสตร์ถึงคุณค่าทางจิตใจ

ด้วยความรักในลูกปัดมาตั้งแต่ครั้งเป็นสาวแรกรุ่น หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา เจ้าของร้านเครื่องประดับ “ไฉไล” จึงได้สะสมลูกปัดโบราณมาตั้งแต่อายุ 17-18 ปี โดยสะสมร่วมกับ พล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ ยุคล ทั้งลูกปัดบ้านเชียง ลูกปัดทวารวดี และลูกปัดอู่ทอง

“พระองค์ชายใหญ่ทรงชอบลูกปัดมาก มีลูกปัดชิ้นหนึ่งได้มาจากเนปาล ทรงห้อยเป็นประจำ แต่จะนำมาออกแบบให้เป็นตะกรุดแบบผู้ชายใส่ เลี่ยมทอง มีเม็ดปะวะหล่ำประดับ ส่วนตัวของหม่อมเองชอบลูกปัดมาตั้งแต่เด็กๆ ลูกปัดบ้านเชียงที่สะสมเอาไว้ ได้มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เปิดหลุมบ้านเชียง ช่วงนั้นไปอุดรฯกับพระองค์ชายใหญ่ เลยได้ซื้อหาไว้ สมัยก่อน เวลามีคนมาขาย เราก็จะซื้อไว้ เพราะชอบ แล้วนำมาออกแบบเป็นเข็มกลัด ตุ้มหู จี้ ปรุงแต่งให้ดูดี”

หม่อมไฉไลว่า ลูกปัดแก้วของบ้านเชียงนั้นสวยมาก เดี๋ยวนี้หายาก จะไปอยู่ตามต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ ในประเทศมีผู้ใหญ่บางท่านสะสม ของเหล่านี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จะเปลี่ยนเป็นเงินก็ทำได้ แต่สำหรับหม่อมไฉไลแล้ว อยากเก็บเอาไว้ให้เป็นคอลเล็กชั่นมากกว่า

“สมัยก่อน ราคาลูกปัด หากเทียบกับอัตราทองคำบาทหนึ่งเท่ากับประมาณ 1 พันบาท แต่ลูกปัดบางเม็ด ราคาเท่ากับทองเกือบ 2 บาท มีลูกปัดบ้านเชียงเม็ดหนึ่งที่เหมือนกับเลข ๑ ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องรางบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างที่คนสมัยนั้นนับถือกัน ลูกปัดชิ้นนั้นราคาเกือบ 1 ล้านบาท (ในยุคนั้น) ซึ่งถือว่าเป็นของหายากมาก เพราะว่าอายุหลายพันปี คนที่รักลูกปัดจะยอมจ่าย”

“แรกๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ทำให้เรามีโอกาสสะสมลูกปัดมากกว่าคนอื่น สมัยตอนที่เริ่มสะสม ลูกปัดมีเยอะ อย่างลูกปัดบ้านเชียง ลูกปัดทวารวดี ตอนนี้หาซื้อยาก ส่วนมากหม่อมเก็บสะสมเป็นคอลเล็กชั่น แต่ก็มีเทรดให้กับลูกค้าบ้าง ถ้ามีลูกค้ามาขอแบ่ง”

ในช่วงหลังๆ มานี่ คนหันมาสะสมลูกปัดกันมากขึ้น แต่หม่อมไฉไลก็ไม่ได้ไปเสาะหามาสะสมมากๆ เพราะรู้สึกว่าบางทีราคาก็แพงเกินไป

เวลาที่ได้ลูกปัดโบราณมา หม่อมไฉไลจะนำมาออกแบบให้เป็นเครื่องประดับที่เหมาะสม เพราะเวลาที่สวมใส่เครื่องประดับจากลูกปัดแล้วจะรู้สึกโดดเด่นมีเอกลักษณ์ ต่างกับเพชรที่ซื้อร้านไหนก็ได้ อยากได้เพชร 1 กะรัต น้ำสวย ไปร้านไหนก็มี แต่ลูกปัดเม็ดนี้ ลายนี้ เดินไปหาที่ไหนก็ไม่ได้

“แต่ละท่านจะได้ลูกปัดไม่เหมือนกัน ลูกปัดจะมีความพิเศษและลึกซึ้งมาก จะมีค่าเฉพาะตัวเรา เฉพาะกลุ่มที่รู้ หม่อมใส่ลูกปัดแล้วรู้สึกว่ามีโชคลาภนะคะ ถ้าได้มาครอบครอง เราก็ต้องทำบุญให้กับเขา ต้องบูชา เพราะเขามีเจ้าของ เราก็ต้องบอกกล่าว ดังนั้นต้องเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี อย่าทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับลูกปัด”

สำหรับประสบการณ์ลึกลับที่เกิดกับลูกปัด หม่อมไฉไลก็เคยประสบกับตัวเองมาเหมือนกัน

“ตอนสะสมแรกๆ คือเวลาที่ได้ลูกปัดมาจะต้องล้างทำความสะอาด ตอนนั้นเรารู้สึกว่ามีคนหลายคนวนเวียนอยู่รอบตัวเรา เวลาที่มีคนอยู่รอบๆ เราจะมีความรู้สึก เราก็บอกเขาไปว่า เราเอามาเพื่อทำให้ดีขึ้นนะ เราเคารพนับถือ”

หลังจากเอาลูกปัดมาทำเป็นเครื่องประดับแล้ว หม่อมไฉไลจะเก็บแบบของมีค่า ให้อยู่บนที่สูง ไม่ทิ้งขว้าง

“เหมือนเราขอลูกปัดมาเป็นของเราเอง ได้มาแล้วต้องดูแล แต่ถ้าวันใดสร้อยหรือลูกปัดมีอันต้องหายไปจากตัว ก็ต้องทำใจเอาไว้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องไป เหมือนว่าหมดเวลาที่จะอยู่ด้วยกัน”

เช่นได้ลูกปัดของบ้านเชียงมา ก็ต้องดูแล เปรียบเสมือนเป็นญาติ ไม่ใช่ได้มาแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ เพียงเพราะตามกระแส ของเหล่านี้มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ทิ้งไปก็เสียดาย ต้องดูแลเอาไว้เป็นสมบัติ แต่ถ้าเก็บเอาไว้ให้ลูก แล้วลูกไม่ชอบ ก็ให้คนอื่นที่ชอบ หรือไม่ก็ส่งให้พิพิธภัณฑ์ไปเลย เพื่อให้คนอื่นได้ศึกษาต่อไป

“ลูกปัดโบราณดูได้ที่ผิว เหมือนเอาผิวสาวๆ ใสๆ มาเทียบกับผิวคนอายุ 100 ปี จะมีความต่างกันมาก”

ถ้าคิดจะสะสมลูกปัด ต้องศึกษาให้ดี ดูว่าเป็นลูกปัดของแท้จริงๆ ดูเนื้อแก้ว เนื้อหิน ให้ระมัดระวัง ศึกษาจากพิพิธภัณฑ์ก็ได้ หรือถ้าผ่านไปที่ร้านไฉไล ที่สยามพารากอน ก็สามารถแวะดูได้ เพราะหม่อมไฉไลนำเอาลูกปัดโบราณมาโชว์ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

ลูกปัดเก่าบอกสไตล์

สำหรับ “อุ้ย-สุทัศนีย์ คุนผลิน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัพเน็กซ์ จำกัด เธอชื่นชอบลูกปัดเก่า แต่ไม่เข้าขั้นเป็นวัตถุโบราณ เพราะลูกปัดเก่าของอุ้ยนั้นมีความเก่าย้อนกลับไปแค่ยุค 50″s อันเป็นยุคของแฟชั่นที่เธอชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง

“ลูกปัดนี้ที่อุ้ยสะสมไว้เป็นเครื่องประดับในยุค 1950-1960 เพราะเป็นยุคแจ็กกี้ เคนเนดี้ ใส่ บอกถึงความเป็นผู้หญิงใน

ไอดีล ยุคนี้จะเห็นว่าผู้หญิงเป็นแม่บ้านและทำงานนอกบ้าน เนื่องจากผู้หญิงเริ่มหันมาใส่ใจกับโลกและความเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นผู้หญิงแบบ all in one จุดเริ่มต้นของการเป็น

ผู้หญิงยุคใหม่ ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นยุคของผู้หญิงทำงานเพียงอย่างเดียวแล้ว ไม่ใช่แม่บ้านด้วย เครื่องประดับในยุคนั้นเป็น signature ของผู้หญิงยุคนั้นด้วย ความเป็นผู้หญิงในปัจจุบัน ถ้าดูตามหน้าปกนิตยสารจะสื่อด้วยความเซ็กซี่ แต่ความสวยแบบคลาสสิก อุ้ยคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ตาย”

นอกจากลูกปัดที่เป็นเครื่องประดับแบบยุค 50″s แล้วอุ้ยยังชอบลูกปัดเครื่องประดับพื้นเมือง ที่มีสะสมไว้คือสร้อยลูกปัดแอฟริกาและเนปาล ที่เธอบอกว่า เสน่ห์คือการเดินหาซื้อของพื้นเมือง ซึ่งจะทำให้ได้ถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ และบางชิ้นก็สามารถประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้ แต่ก็ไม่ทุกครั้งที่เธอจะซื้อของเก่า แต่ถ้าไปในประเทศที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ ก็อยากจะเลือกเดินตลาดขายของเก่ามากกว่า

“ในเมืองไทยจะไปเดินจตุจักร เพราะเราสามารถหาซื้อลูกปัดได้เยอะ เพียงแต่ยังไม่ได้ทำในรูปทรงสวยงาม แล้วอุ้ยก็ไม่มีเวลาเอามาร้อย คือเห็นลูกปัดแล้วมีไอเดียนะคะ แต่เลือกไปเลือกมาก็เหนื่อย แล้วเวลาจะเอามารวมกันให้มีเอกลักษณ์ก็ค่อนข้างจะใช้พลังงาน เลยไม่สำเร็จสักที (หัวเราะ) ถ้าจะให้สวยต้องผสมผสานกันระหว่างของเก่ากับของใหม่ค่ะ ถ้าสามารถหาลูกปัดเก่าได้ แล้วเอามาอยู่ในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย เราก็สามารถใส่ได้ง่าย”

“อุ้ยชอบรูปทรง สีสัน แล้วลูกปัดก็เอามาทำอะไรได้เยอะ บางคนเอามาประดับกับเสื้อผ้า บางคนถือว่าลูกปัดเป็นเครื่องราง อุ้ยชอบเอามาเป็นเครื่องประดับ เพราะเครื่องประดับเป็นเหมือนเครื่องเสียงที่ปรับเสียงขึ้นลงได้ เครื่องประดับก็ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้น หรือเบาลงได้ ถ้ารู้จักใช้ แถมยังบอกสไตล์ของบุคคล อีกอย่างเป็นของที่มีคุณค่าอย่างหนึ่ง เป็นของที่เราจำได้ ถ้ามีใครให้เรามา สวมใส่ก็จะคิดถึงคนให้”

วิธีการดูแลเครื่องประดับลูกปัดเหล่านี้ อุ้ยบอกว่า เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น การเก็บลูกปัดควรจะหลีกเลี่ยงความชื้น โดยเฉพาะชิ้นที่ทำจากไม้ และควรเก็บรักษาโดยใส่ในถุงพลาสติก เก็บไว้แยกกัน เพื่อที่ลูกปัดจะไม่เป็นรอยขูดขีด ซึ่งจะทำให้ลูกปัดเก่าเหล่านี้คงความสวยงามได้ยาวนาน

สำรวจแหล่งขายลูกปัด…พันกว่าปี แรงดี ไม่มีตก !นับแต่บนหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีตีข่าวเกี่ยวกับลูกปัดโบราณ ไม่น่าเชื่อว่า นี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ย่านการค้าขายสำคัญกลับมาคึกคักเพิ่มขึ้นอีกระดับ

DLife ลงพื้นที่สำรวจจับกระแสความแรงที่จตุจักร แหล่งขายสำคัญที่มีผู้ค้าเปิดร้านอยู่โครงการ 1 เป็นส่วนใหญ่ พบว่ามีความคึกคักเกิดขึ้นหลังจากมีข่าว โดยมีการเข้ามาถามหาลูกปัดหายากบ้าง

เนตรนภา เกษมโกสิตพงศ์ เจ้าของร้าน Tee Antiques วัย 34 ปี บอกว่า ความนิยมของลูกปัดเป็นไปตามยุคสมัย ตั้งแต่ทำอาชีพนี้มา เห็นว่าตลอด 5 ปีมานี้มีคนหันมานิยมลูกปัดโบราณกันมาก ทั้งที่เป็นคนทำงานทั่วไปที่จะเล่นลูกปัดไม่แพงมาก ส่วนผู้ใหญ่ที่เป็นนักสะสมตัวจริง พวกนี้จะเป็นกลุ่มคนมีเงินที่ชอบเล่นลูกปัดหายาก ยิ่งพอเป็นข่าวใหญ่ ช่วงนี้จึงมีคนมาถามหาลูกปัดหายาก อย่างลูกปัดตาอายบีต, อาเกต

“แต่ที่นิยมกันมาตลอด เห็นจะเป็นลูกปัดสมัยทวารวดี โดยเฉพาะสีฟ้า จะเป็นที่นิยมมาก ราคาไม่หนักจนเกินไป 1,000 กว่าบาท ก็สามารถซื้อได้แล้ว อยู่ที่สภาพ จะเน้นขายแบบดิบๆ ร้อยเป็นสร้อยธรรมดา หรือไม่ก็ขายเป็นเม็ดๆ ไม่เน้นออกแบบเป็นเครื่องประดับสวยๆ ซึ่งนอกจากลูกค้านักสะสมที่มาซื้อที่จตุจักรแล้ว ยังส่งขายตามแหล่งสำคัญๆ ของนักเล่น อาทิ ริเวอร์ซิตี้, หลังการบินไทย เพื่อให้เขาเอาไปทำเป็นเครื่องประดับด้วย”

ขณะที่เจ้าของร้านขายของเก่าอีกร้านที่มีลูกปัดโบราณขาย เธอไม่ขอเปิดเผยชื่อ และบอกว่า ความนิยมในลูกปัดโบราณมีอยู่แล้ว คนจะชอบเรื่องคุณค่าที่เขาว่าใส่แล้วดี บางคนเลือกเก็บสะสมที่อายุความเก่าแก่ บางคนเลือกเก็บที่ความแปลก

เธอบอกว่า ลูกปัดร้านของเธอขายได้เรื่อยๆ ขายมาตลอด 10 ปี ก็ยังไม่มีตก ซึ่งหลังจากมีข่าว กลายเป็นว่ามีคนมาถามหาลูกปัดคลองท่อมกันเยอะมาก

นอกจากจตุจักรแล้ว อีกแหล่งสำคัญอย่าง “ตลาดลุงเพิ่ม” และ “ตลาดป้าชู” หลังการบินไทย สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ก็เป็นแหล่งที่นักเล่นลูกปัดชื่นชอบ เพราะมีการนำลูกปัดโบราณมาขึ้นตัวเรือน ดีไซน์เป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือเป็นแหวนสวยงาม พร้อมสวมใส่ได้เลย ต่างจากตลาดนัดจตุจักร ที่นิยมขายกันเป็นลูกปัดดิบๆ

ว่ากันว่า ลูกค้าขาประจำหน้าคุ้นแถวตลาดหลังการบินไทย ส่วนมากเป็นผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไป ฐานะดี มีการศึกษา สาเหตุเพราะลูกปัดโบราณมีราคาค่อนข้างสูง ที่ขึ้นเรือนแล้วมีตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสน โดยราคาขึ้นอยู่กับ

ความชอบและความพอใจเป็นหลัก ฉะนั้นผู้ที่ชื่นชอบจะต้องศึกษา พอมีความรู้เกี่ยวกับลูกปัดมาบ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มเดียวกับทาร์เก็ตของตลาด อาทิ แอร์โฮสเตส ครูสอนเปียโน ฯลฯ

“ป้านวล – นวลอนงค์ เปล่งวิทยา” เจ้าของร้านนะอุทวา เล่าให้ฟังว่า ที่ร้านเปิดขายมากว่า 10 ปีแล้ว ตัวเองเริ่มต้นด้วยการสะสมก่อน พอออกจากงานก็อยู่ว่างๆ เลยลองเอาลูกปัดที่สะสมไว้มาขายดู ปรากฏว่ามีคนคอเดียวกันมาซื้อหา จึงเริ่มขายไป เพราะสะสมอย่างเดียว รู้สึกว่าอยู่กับตัวเรา อยากให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก เก็บสะสมกัน

…ลูกค้าที่มาซื้อก็หน้าเดิม ส่วนมากเป็นนักสะสม เราจะเอามาแลกกันบ้าง บางคนก็เอาลูกปัดมาแลกเพชร บางคนมีลูกปัดเก่า ได้มาจากพ่อแม่ แต่ไม่ชอบ ก็เอามาแลก ในร้านขายลูกปัดเก่า มีทั้งลูกปัดทวารวดี ลพบุรี บ้านเชียง นอกจากนั้นก็มีลูกปัดพม่า อินโดนีเซีย และอียิปต์ ซึ่งลูกปัดเหล่านี้ ในสมัยโบราณใช้แทนเงินตรา เอาไว้แลกเปลี่ยนกัน…

เวลาไปต่างประเทศก็ไปหาซื้อมา ตามตลาดขายของเก่า ไปที่อินเดียก็จะมีลูกปัด แต่งานอินเดียจะเป็นลูกปัดทอง อินเดียจะทองเยอะ ก็มีซื้อลูกปัดที่ทำเลียนแบบของเก่ามาบ้าง เป็นลูกปัดแก้ว โดยใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิม เหมือนกับที่อินโดนีเซียจะมีแหล่งทำลูกปัดแบบโบราณเลย ทำเลียนแบบของเก่า มีลวดลายต่างๆ มีลูกปัดหน้าคน ลายนกยูง ฯลฯ

ที่นิยมมากคือลูกปัดทวารวดี มีเรื่องของความเชื่อเกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่นลูกปัดหินอาเกต ที่มีลวดลายเป็นดวงตา ถือว่าเป็นดวงตาที่สาม มีความเชื่อว่าดวงตาที่สามจะสามารถมองเห็นอีกโลกได้ มองเห็นอนาคต และกันผี ป้าเคยเจอกับตัวเอง ลองอธิษฐานกับท่านว่าต้องส่งเช็ค 1 แสนในวันนั้น ไม่รู้จะหาเงินมายังไง เลยอธิษฐานขอให้ขายให้ได้ แล้วปรากฏว่าวันนั้นก็มีคนมาซื้อได้แสนบาทพอดี เรื่องลูกปัดก็เชื่อว่ามีคุณกับเรา ไปไหนก็สวมสร้อยลูกปัดทวารวดีไป เพราะรู้สึกดี มีเสน่ห์ เหมือนที่ห้อยพระสมเด็จกันนั่นแหละ

…เวลาที่ไปต่างประเทศก็จะใส่ลูกปัด เพราะฝรั่งบอกว่า interesting มากกว่าใส่เพชร หรือทอง…

ป้านวลแนะนำวิธีการดูลูกปัดโบราณ คือดูที่ผิวของลูกปัด สมัยโบราณจะใช้วิธีขูดผิว ผิวจะขรุขระ ของใหม่ผิวจะเนียน และดูที่รูที่เจาะ ของโบราณจะเห็นว่ามีหินปูนเกาะอยู่ ถ้าเล่นไม่เป็นจะถูกหลอกได้

“ณัฐสรัญ แก้วรุ่งฟ้าไทย” เจ้าของร้านแพรว ตลาดป้าชู บอกว่า ความนิยมเรื่องลูกปัดมีมานานแล้ว ลูกปัดแต่ละเม็ดก็มีความหมายแตกต่างกันไป เมื่อก่อนมีขายเหมือนกัน แต่ราคาถูก เดี๋ยวนี้แพงขึ้นเยอะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ราคาขึ้นเกือบ 40% ทุกวันนี้มีลูกค้ามาหาลูกปัดแปลกๆ ลูกปัดหายากเพิ่มขึ้น ลูกปัดเป็นงานที่ราคาไม่เคยตก เพราะคำว่าทวารวดี อายุก็กว่าพันปีแล้ว คนโบราณฝังลูกปัดไว้ในดิน บางคนเลยเรียกลูกปัดว่า “ของขุด” คนที่ซื้อลูกปัดไปครอบครอง ก็ให้นำธูป 5 ดอก และพวงมาลัย นำลูกปัดทวารวดีมาบูชา ตั้งนะโม 3 จบ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของเดิม แล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัย :D

ลูกปัดกับความเชื่อ

หากสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับลูกปัดมากกว่านี้ อยากแนะนำหนังสือที่ชื่อ “รอยลูกปัด” (Beyond Beads) ที่จะเผยเรื่องราวความมหัศจรรย์ของลูกปัดโบราณอายุกว่า 2,000 ปี ที่ขุดพบในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ผ่านมุมมองการเล่าเรื่องของนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ผู้สนใจการศึกษาเรื่องลูกปัด ซึ่งถือเป็นโบราณวัตถุล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ โดยในหนังสือมีการรวบรวมภาพลูกปัดโบราณไว้มากที่สุด สมบูรณ์ที่สุดกว่า 500 ภาพ พร้อมกับเรื่องราวที่ชวนให้ผู้อ่านขบคิด ร่วมค้นคว้าหาคำตอบร่วมกัน (สำนักพิมพ์มติชน)

ลูกปัดกับความเชื่อ

ในความสวยงามของลูกปัดโบราณ ส่วนหนึ่งแฝงไปด้วยความเชื่อ อย่างเช่นลูกปัดทวารวดี ที่มี 19 สี ว่ากันว่า ใครมีไว้จะเป็นมงคล ดังนี้

1.ทวารวดีแท้ เป็นของหายาก สีน้ำตาล เนื้อละเอียด สวยมาก ป้องกันปืน ดาบ แหลน หลาว ธนู หน้าไม้ ฯลฯ

2.ทวารวดีหัวดำ ท้ายดำ กลางขาว มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับทวารวดีแท้

3.ทวารวดีลูกยอ มีลายเหมือนลูกยอ ใช้สำหรับฝนต้มกับลูกยอ เป็นยารักษาโรค

4.ทวารวดีหัวเทียน หัวดำ จะทำให้เกิดปฏิภาณฉลาดหลักแหลม

5.ทวารวดีอำพันทอง อยู่ยงคงกระพัน กันโรคนิ่ว หมากัดไม่เข้า เงินทองไหลมาเทมา เหมาะสำหรับป้องกันสามีเจ้าชู้

6.ทวารวดีน้ำเงินเนื้อกษัตริย์ ส่งเสริมอำนาจวาสนาให้สูงขึ้น

7.ทวารวดีหยก ป้องกันอุบัติเหตุ กันผี เป็นมหามงคลอันอุดม

8.ทวารวดีเหลือง มีเสน่ห์ เมตตามหานิยม

9.ทวารวดีแสลน ป้องกันอุบัติเหตุ ป้องกันสามีมีชู้

10.ทวารวดีเหลืองสวาท หรือเหลืองตองอ่อน เสน่ห์แรง คนรักใคร่ลุ่มหลง ถวายตัวเป็นทาสรับใช้

11.ทวารวดีหยกขาว ไม่แก่ อายุมั่นขวัญยืน ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไข้

12.ทวารวดีฟ้า ส่งเสริมให้ร่ำรวยญาติมิตร เงินทอง

13.ทวารวดีดำ กันมนต์ดำ ผีสาง ขโมย ส่งเสริมโชคลาภ

14.ทวารวดีเขี้ยวหนุมาน แก้วสารพัดนึก นึกเงินได้เงิน นึกทองได้ทอง

15.ทวารวดีส้มมันปู อยู่ยงคงกระพัน มีเงินทอง ไม่อดอยาก ดูดพิษสัตว์ได้

16.ทวารวดีน้ำผึ้ง มีวาสนา มีความสุข มีชีวิตสดชื่นอยู่เสมอ หวานเหมือนน้ำผึ้ง

17.ทวารวดีสีอิฐ ป้องกันเขี้ยวงา อสรพิษกัดต่อย

18.ทวารวดีสีแดงเข้ม มีอำนาจดุจพญาราชสีห์ คนไม่กล้าทำร้าย นำโชคดีมาสู่

19.ทวารวดีสีม่วง คนเมตตาสงสาร นำทรัพย์สินมาให้ ให้ความอุปถัมภ์ตลอด และคอยช่วยเหลือส่งเสริมบารมีให้




Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>