Performancing Metrics

Google

WebWiseKnow.Com

ความรู้ล่าสุด

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google Buzz

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


here online casinos that accept EcoCard deposits www.celj.org internet casino bonus http://www.celj.org/files/newsletters/internet-slots.html best casino rewards promo http://www.celj.org/files/newsletters/new-slots.html online casino accepting us credit cards with no download http://www.celj.org/files/newsletters/vip-online-casinos.html www.usps.org best payout online casino for usa online blackjack for real money caribbean stud poker at las vegas www.usps.org/ play tri card poker online www.usps.org usa casinos accepting paypal www.usps.org

ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง

Pinterest



ไทเปเป็นเมืองอะเมซิ่งค่ะคุณขา แล้วก็ amazing ในความหมายจริงๆ เสียด้วย ไม่ใช่แค่สักแต่อ่านออกเสียงให้มันเดิ้นๆ แบบที่บ้านเราชอบทำกันเวลาพูดถึงเรื่องเที่ยวที่จะต้องให้แปลกประหลาดเข้าไว้ หรือไม่ก็ต้อง unseen เท่านั้นถึงจะขายได้

เมืองไทยอะไรที่ธรรมดาสามัญเขาไม่ขายกันค่ะ

แต่แปลกจัง “อะเมซิ่ง” หลายอย่างที่ไทเปนั้นเป็นอะเมซิ่งในความธรรมดาสามัญเสียนี่กระไร คือไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อจะโด่งดัง แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนที่นั่นอยู่แล้ว

ความมหัศจรรย์อันสามัญธรรมดาที่น่าทึ่งนี่เองที่ทำให้คุณอุ๋มอิ๋มแห่ง “รักแรกอุ้ม” ถึงกับอุทานเป็นประโยคขึ้นต้นสารคดีที่เธออยากเขียนว่า “ไต้หวัน-ที่ซึ่งไม่อยากไป แต่ไปแล้ว

ไม่อยากกลับ”

สำหรับเรา 2 คนเป็นเช่นนั้นจริงค่ะ

ไม่น่าเชื่อว่ามหานครนอกสายตาบรรดานักเดินทางทั้งหลายจะมีอะไรให้ทึ่งได้ปานนี้ ถนนสายหนังสือก็หนึ่งล่ะ แต่ยังไม่พอค่ะ ยังมีร้านหนังสือที่เปิด 24 ชั่วโมงให้บรรดานักอ่านยามราตรีได้เพลิดเพลินกันสุดฤทธิ์สุดเดชอีกด้วย

เรื่องร้านหนังสือ 24 ชั่วโมงนี้ก็ได้มาจากงานไทเปบุ๊กแฟร์นั่นแหละ ในฐานะที่เป็น guest of honour ทำให้เรามีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมร้านหนังสือใหญ่ที่สุดในไทเปซึ่งตั้งอยู่ในย่านซินยี่ (Xin-yi District) ไม่ไกลจากตึก 101 เท่าไหร่ เดินเท้าก็น่าจะราวๆ 10 นาที

ร้านหนังสือชื่อ “เอสลิต” (Eslite) แผลงมาจากคำ elite ในภาษาฝรั่งเศสหมายถึงพวกชนชั้นสูงผู้ลากมากดีในสมัยศตวรรษที่ 12 เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อร้านมีการเพิ่มตัวอักษรเข้าไป แต่ยังคงความหมายแฝงที่แสดงให้เห็นตัวตนของร้านหนังสือแห่งนี้ว่ามีระดับต่างไปจากร้านหนังสือทั่วไปที่เรียงรายอยู่ตามถนนซื่อเหมินติ้ง

เอสลิตสาขาซินยี่ที่ว่าใหญ่นั้นใครไม่เคยไปเห็นรับรองว่านึกไม่ออก เพราะมีทั้งหมด 8 ชั้น ชั้นแรกเป็นสินค้าแฟชั่น ชั้น 2 เป็นพื้นที่สำหรับแมกาซีน นิยายและหนังสือออกใหม่ ชั้น 3 เป็นหนังสือคอลเล็กชั่นพิเศษต่างๆ รวมทั้งหนังสือหายากและหนังสือเพื่อการสะสม ชั้น 4 น่าสนใจที่สุดเพราะมีหนังสือญี่ปุ่นล้นหลาม เนื่องจากหวู ชิง หยู (Wu Ching-yu) ท่านประธานของเอสลิตเป็นนักเรียนญี่ปุ่น จึงหลงใหลคลั่งไคล้วัฒนธรรมญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ ในชั้นนี้ยังมีหนังสือประวัติศาสตร์ ศิลปะ รวมทั้งเครื่องเขียนที่สรรหาของน่าใช้มาจัดวางได้งามหยด และยังมีแผ่นซีดีเพลงแนวดนตรีธรรมชาติ คลาสสิก และเพลงหายากเพียบ ส่วนดนตรีแนวพ็อปนั้นไม่ต้องถามหา เพราะที่นี่เป็น “เอสลิต” นี่คะ

ชั้น 5 เป็นร้านอาหารและร้านหนังสือเด็กที่กว้างขวางโอ่อ่า มีที่ให้เด็กได้นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือร่วมกับผู้ปกครองแสนสบาย ส่วนชั้น 6 เป็นห้องประชุมใช้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ดูหนังฟังเพลง แล้วยังมีฟู้ดคอร์ตและของกินของใช้ทั่วไปในชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น เรียกว่ากิจกรรมทุกอย่างรวมกันอยู่ในตึกเดียวนี้ จึงไม่ต้องเดือดร้อนกับเรื่องฝนตกแดดออก

สำหรับร้านหนังสือ 24 ชั่วโมงนั้นเป็นสาขาหนึ่งของเอสลิตที่ถนนตุนหวา (Tunhua) ซึ่งเปิดบริการด้วยความบังเอิญ เนื่องจากในวันเปิดร้านปี 1995 นั้นมีโปรโมชั่นพิเศษเอาใจคนนอนดึกด้วยการเปิดจนถึงเที่ยงคืน ปรากฏว่าคนแห่มาร่วมงานมืดฟ้ามัวดินกว่า 5 หมื่นคน ถึงขนาดคอยคิวเข้าร้านตั้งแต่ตี 4 และทำยอดขายแค่วันเดียวได้ถึง 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 1997 ฝ่ายบริหารได้ทดลองเปิดร้านที่สาขานี้จนถึงเที่ยงคืนควบคู่ไปกับสาขามหาวิทยาลัยไต้หวัน ซึ่งก็มีกระแสตอบรับน่าพอใจ จนในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดร้านสาขาตุนหวาตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อปี 1999 ในวาระฉลองครบรอบ 10 ปีการก่อตั้งเอสลิต ทำให้เอสลิตตุนหวากลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ สถานที่นัดพบยอดนิยมตอนกลางคืนของคนไทเป จนนิตยสารไทม์เอเชียระบุให้เป็น a must-see places และยกย่องให้เป็นร้านหนังสือดีที่สุดแห่งเอเชีย

เวลาผ่านไป 10 ปีแล้ว ร้านเอสลิตสาขานี้ก็ยังคึกคักด้วยบรรดาหนอนหนังสือสายพันธุ์นกฮูกซึ่งจะมาชุมนุมกันหนาแน่นที่สุดระหว่าง 4 ทุ่มจนถึงตีสอง ความน่าสนใจของร้านไม่ได้อยู่แค่ปริมาณหนังสือจำนวนมหาศาลจากทุกมุมโลก แต่อยู่ที่บรรยากาศของร้านโดยรวมที่ส่งเสริมการอ่านสุดฤทธิ์ เพราะจัดมุมต่างๆ แยกหนังสือเฉพาะประเภทให้คนเข้าร้านหยิบจับมาอ่านง่ายแบบไม่หวง จะนั่งเปิดอ่านเพลินจนจบเล่มโดยไม่ควักตังค์ซื้อก็ไม่มีใครว่า หรือจะงีบหลับเอาแรงในมุมสงบก็ไม่ถูกไล่ ส่วนใครที่ชอบฟังเพลงคลาสสิกละก็ สวรรค์เป็นของคุณเลยค่ะ เพราะที่ร้านเปิดคลอเบาๆ อยู่ตลอดเวลา

ในบรรยากาศแบบนี้ใครบางคนถึงกับเปรียบเทียบว่า

เอสลิตตุนหวาก็คืออีกภาคหนึ่งของการท่องราตรี เพียงแต่ที่นี่เป็นไนต์คลับของนักอ่านในสถานที่สะอาดสะอ้านโอ่โถง พื้นกระดานมันวับน่านั่ง มีแสงไฟสว่างไสวเพียงพอ มีเสียงดนตรีไพเราะบางเบาแทนเสียงอึกทึกครึกโครมของดิสโก้ และทุกคนมาที่นี่ก็เพื่อแสวงหาความสุขดุจเดียวกัน

ทั้งหมดนั้นต้องยกเครดิตให้กับท่านประธานหวู ซึ่งเป็นนักอ่านตัวยงและชื่นชมหลงใหลในศิลปะทุกแขนง เขาตั้งใจสร้างร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นมาเป็นต้นแบบร้านหนังสือที่ดีของไต้หวัน ต้องการสร้างวัฒนธรรมใหม่กระตุ้นการอ่านในหมู่ชาวไต้หวันโดยเฉพาะ วัฒนธรรมเอสลิตจึงเป็นไลฟ์สไตล์ที่มีรสนิยมพิเศษในการบริโภคศิลปะและวัฒนธรรมอย่างสุนทรีย์ โดยไม่เน้นเรื่องการค้าขายหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เป็นสถานที่ซึ่งผ่อนคลายอบอุ่นเป็นกันเองในหมู่นักอ่าน

และแน่นอนด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ทำให้เอสลิตทิ้งห่างร้านหนังสือด้วยกันแบบไม่เห็นฝุ่น หลังจากเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1989 บัดนี้เอสลิตมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 49 แห่งทั่วไต้หวัน แต่สาขาตุนหวาเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่เปิด 24 ชั่วโมง ทำยอดขายต่อเดือนประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน

และปัจจุบันเอสลิตยังเป็นร้านหนังสือเพียงร้านเดียวในโลกที่ไม่เคยหลับใหล

คอลัมน์ Dejavu
โดย สุมิตรา จันทร์เงา




Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>