Performancing Metrics

Google

WebWiseKnow.Com

ความรู้ล่าสุด

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google Buzz

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


7 วัน(ไม่) อันตราย

Pinterest



ในช่วงสงกรานต์ ใครต่อใครมักตั้งอกตั้งใจดูตัวเลขสถิติการเสียชีวิต สถิติอุบัติเหตุ ลุ้นกันว่า 7 วันจะมียอดเท่าไหร่ แล้วก็ถอนใจ…เฮ้ออีกแล้วหรือ ?

7 วันในช่วงเทศกาลหยุดพักผ่อนจึงเป็น 7 วันอันตรายที่หลายคนกลัว

แต่ที่ DLife เรียกว่า “7 วัน (ไม่) อันตราย” ก็เพื่ออยากให้รับรู้ว่า ท่ามกลางวินาทีที่ผ่านพ้นไปในระหว่างสัปดาห์หยุดยาว ยังมีเรื่องดีๆ มากมายที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้อันตรายเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของคนเราน้อยที่สุด

โดยมีกลุ่มคนใจดีหลากหลายทั้งกลุ่มเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ตำรวจ, ตำรวจทางหลวง, สสส., ภาคธุรกิจ ตลอดจนกลุ่มคนที่มาร่วมด้วยช่วยกันเป็นอาสาสมัครในช่วงนี้

ฝากบ้านไว้กับตำรวจยังฮิต

โครงการนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำมาหลายปีดีดักและก็ยังได้รับความนิยมในหมู่คนที่อยากเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวแต่ไม่อยากสูญเสียทรัพย์สิน

ก็ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือสงกรานต์ สถิติการโจรกรรมทรัพย์สินในเคหสถานจะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า เนื่องจากบ้านที่ไม่มีคนเฝ้าจะเป็นจุดอ่อนที่คนร้ายมักเข้าไปลงมือโจรกรรมได้ง่าย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเขาจึงคิดโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจมาได้หลายปีและก็ยังได้รับความนิยมอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะมีคนฝากบ้านแล้วรถหายก็ตาม

ที่ผ่านมาเห็นว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน อย่างในเขตกรุงเทพฯมีพื้นที่ที่ประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจมาก ทั้ง สน.ลาดพร้าว, สน.โชคชัย, สน.บางนา, สน.คันนายาว, สน.หนองจอก, สน.ทองหล่อ, สน.พหลโยธิน, สน.สุทธิสาร, สน.ดอนเมือง, สน.บางเขน และ สน.ประเวศ นอกจากนี้ยังมีสถานีตำรวจในต่างจังหวัดที่ชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ความสนใจไปฝากบ้านไว้ด้วย

สำหรับวิธีฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ที่อยู่อาศัย แสดงความจำนงว่าจะฝากบ้านไว้กับตำรวจ แจ้งบ้านเลขที่และพิกัดให้

เจ้าหน้าที่ทราบเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จสรรพ จากนั้นก็จะมีตำรวจเทียวไปตรวจตราความเรียบร้อยให้แบบไม่ต้องกังวลใจแล้ว

บิ๊กไบค์เตือนภัย

เป็นโครงการเก๋มากๆ ที่ชักชวนบรรดาผู้ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์” มาเป็นอาสาสมัครช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งภัย ให้กับตำรวจทางหลวง โดยที่ผ่านมามีการอบรมอาสาจราจรกลุ่มนี้ในชื่อโครงการว่า “บิ๊กไบค์เตือนภัย ร่วมใจตำรวจทางหลวง”

พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ในฐานะโฆษกกองบังคับการตำรวจทางหลวง บอกกับเราว่า สาเหตุที่จัดโครงการนี้ขึ้นก็เพราะกลุ่มคนที่ขับบิ๊กไบค์จะมีวุฒิภาวะสูง ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ อายุ 30 ปีขึ้นไป (แต่ที่จะอายุน้อยเห็นจะเป็นสาวๆ ที่ซ้อนท้าย) แต่ละคนมีหน้าที่การงาน รถค่อนข้างแพง ขับขี่แล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ คือจากการตรวจสอบเราเห็นว่า ชมรมคนขับบิ๊กไบค์ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย ทำให้เราอยากชวนเขามาเป็นอาสาสมัคร เราเชื่อว่าเขาเป็นคนดีพร้อมช่วยเหลือคนและสังคมให้ดีขึ้น

“เวลาเราเปิดอบรมกลุ่มคนพวกนี้ก็จะมาร่วมกับเรา กลายเป็นว่าเราทำให้เขามีไฟ เราช่วยจุดอุดมการณ์ให้เขาได้แล้ว อย่างรุ่นแรกที่อบรมมีทั้งศิลปิน ดารา นักแสดง นักธุรกิจ และชาว

ต่างชาติ รวมแล้ว 370 คน เป็นชาวต่างชาติ 70 คน ซึ่งชาวต่างชาติที่เข้ามาเขาชอบมาก ทำให้ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวไปด้วยในตัว”

สำหรับการอบรมทางตำรวจทางหลวงจะบอกถึงวิธีการต่างๆ ในการบอกจราจร แจ้งเหตุเวลาพบเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ อุบัติเหตุ อาชญากรรมมาที่ 1193

“บิ๊กไบค์เหล่านี้จะแบ่งกลุ่มกัน 370 คนนี้เขาจะแบ่งกันว่า ใครจะไปโซนไหน เหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก หากพบเจอเหตุการณ์ก็จะแจ้งมายังกองบังคับการตำรวจทางหลวง พวกเขาเป็นเหมือนอาสาสมัครเตือนภัย แต่ละคนมีโทรศัพท์มือถือไม่ต่ำกว่า 2 เครื่อง ก็ช่วยเราได้ ทำให้ประหยัดงบฯทางราชการ ซึ่งอาสาสมัครเหล่านี้เขาไม่ได้มองเห็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง เพราะพวกเขาเที่ยวไปด้วย เป็นอาสาสมัครไปด้วย เวลาเจอกลุ่มบิ๊กไบค์เหล่านี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถถามสถานที่ท่องเที่ยวได้อีกด้วย”

ดูเหมือนโครงการนี้จะถูกอกถูกใจชาวบิ๊กไบค์เพราะหลังจากรุ่นหนึ่งอบรมเสร็จแล้ว บรรดา

สมาชิกบิ๊กไบค์ คนขับฮาร์เลย์ ช็อปเปอร์ ต่างก็โทรศัพท์เขามาขอร่วมฝึกอบรมอีกไม่ต่ำกว่า 200 คน หากตำรวจทางหลวงเปิดอบรมเมื่อไหร่ คงแน่นอีกเป็นแน่

และไม่เพียงแค่นั้น ในช่วง 7 วัน ที่ไม่อยากให้อันตรายเกิดขึ้นนี้ ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงยังมีโครการดีๆ อีกอย่าง นั่นคือ โครงการ “ไฮเวย์ โปลิศ รีสอร์ท” และ “ไฮเวย์ โปลิศ แคมปิ้ง”

พ.ต.อ.พินิตบอกว่า โครงการนี้ทำขึ้นมาก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะได้มีสถานที่พักผ่อน เวลาง่วงก็สามารถแวะพักนอนได้เลย หรือหากไม่มีที่พักก็สามารถพักค้างคืนหรือแคมปิ้งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่ง “ไฮเวย์ โปลิศ รีสอร์ท” จะมีสถานีตำรวจทางหลวงรองรับ 27 แห่งทั่วประเทศ มีห้องพักเหมือนรีสอร์ต อาทิ สถานีตำรวจทางหลวงร้อยเอ็ด, พนมสารคาม, เถิน, ห้างฉัตร, แม่มาลัย, แม่จัน, มุกดาหาร ฯลฯ ส่วน “ไฮเวย์ โปลิศ แคมปิ้ง” ที่เรามีส่วนให้กางเต็นท์ได้มีประมาณ 17 แห่ง อาทิ หอค้างคาว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์, สวนสาธารณะสวนใหญ่ เพชรบูรณ์, ตำรวจทางหลวงไทรโยค กาญจนบุรี, ตำรวจทางหลวงสวนสน อ.แกลง จ.ระยอง ฯลฯ

เรียกว่าตลอดสงกรานต์นี้เรามีตำรวจทางหลวงเป็นเพื่อนแน่ๆ ซึ่งนอกจากจะมีสถานที่สวยงามและปลอดภัยเอาไว้บริการ โครงการจุดแวะพักนักเดินทาง ตลอดเส้นทางหลวงแล้ว ยังมีการ

เตรียมเครื่องดื่ม ลูกอม ผ้าเย็น อินเทอร์เน็ต ยาสามัญ และห้องน้ำสะอาดไว้คอยบริการประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ตำรวจทางหลวงยังได้จัดโครงการยันต์กันน็อก โครงการน้ำมนต์หลวงพ่อคูณ โครงการไฮเวย์ โปลิศ คอฟฟี่ โครงการปลอกแขนแสนสนุก และโครงการหุ่นตำรวจทางหลวง ซึ่งทุกโครงการตำรวจทางหลวงจัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใครสนใจติดต่อสอบถามไปได้ที่เบอร์ 1193

ประชาชนอยากช่วย

ไม่มีใครอยากให้ 7 วันหยุดยาวนี้เกิดอันตรายร้ายแรงหรอก ดูจำนวนอาสาสมัครของเครือข่ายลดอุบัติเหตุทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 43,000 คนสิ

ทุกคนต่างอยากเข้ามาทำงานอาสาเพื่อหวังว่า วันหยุดยาวทั้งหลาย หรือแม้แต่วันปกติ จะมีคนประสบอุบัติเหตุทางท้องถนนจนถึงขั้นเสียชีวิตน้อยลง

พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ บอกว่า ภาครัฐมีหน้าที่ตั้งรับ แต่เราทำงานในเชิงรุก อย่างในช่วงสงกรานต์นี้เรามีอาสาสมัครเยาวชนและนักเรียนอาชีวะมาช่วยทำกิจกรรมตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ในเส้นทางสำคัญ โดยให้เยาวชนเหล่านั้นรายงานพฤติกรรมของผู้ขับขี่ คอยสังเกตว่ามีอาการง่วง เมา หรือไม่ ถ้ามีก็จะเข้าไปเชิญให้เขามาแวะพักผ่อนก่อน หรือไม่ก็แจกขนมให้ ขณะที่นักเรียนอาชีวะก็จะตั้งหน่วยตรวจสภาพรถ เราทำงานกันเป็นเครือข่าย ถ้านับแล้วก็ราว 43,000 คน

“การร่วมใจที่เกิดขึ้นนี้ถ้าไม่ทำ ผมว่ามากกว่านี้นะ อย่างปี 2547 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน 13,000 กว่าราย ในช่วงเทศกาลประมาณ 600-1,000 คน หลังจากนั้นก็ลดลงเรื่อยๆ อย่างปี 2551 เหลือ 11,267 คน โดยในช่วงสงกรานต์ของปี 2551 มีสถิติอุบัติเหตุ 606 รายต่อวัน มีการตาย 52 รายต่อวัน ปีนี้เราได้แต่หวังว่าจะลดลง แต่ก็กลัวเหมือนกัน เพราะเมื่อรัฐบาลไม่ได้ออกมาตรการห้ามขายสุราในช่วงนี้ เราได้แต่หวังว่า อย่าให้ยอดการสูญเสียเพิ่มขึ้นเลย ขอให้เท่าเดิมก็พอ”

เฝ้าบ้านด้วยกล้องวงจรปิด

อีกหนึ่งวิธีลดความหนักใจ ป้องกันอันตรายยามไม่อยู่บ้าน “กล้องวงจรปิด” เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องเสียเหงื่อ เสียแรงงาน เพราะการติดกล้องวงจรปิดได้ประโยชน์ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้าน เจ้าของทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย

แน่ละ ก็ถ้าไม่ใช่ระดับจอมโจรฝีมือแบบสายลับ 007 พวกย่องเบาทั่วๆ ไปคงไม่เลือกย่องเข้าบ้านที่ติดกล้องไว้ทั่วบ้านอยู่แล้ว

ไม่แปลกที่กล้องวงจรปิดกลายเป็นของยอดฮิตของคนยุคนี้ คือมีไว้อุ่นใจไปเปลาะหนึ่ง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า การติดกล้องวงจรปิดไม่ใช่จริตของคนไทยสักเท่าไร

สิทธิชัย ศรีสงวนสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส จี ดี อินเตอร์ เทรนดิ้ง จำกัด เจ้าของแบรนด์กล้องวงจรปิด

ฟูจิโกะ เล่าให้ฟังว่า จากประสบการณ์ธุรกิจกล้องวงจรปิดมานาน ด้วยนิสัยคนไทยมักไม่ค่อยสนใจเรื่องกล้องวงจรปิดก่อน กระทั่งเกิดเหตุวัวหายแล้วค่อยล้อมคอก ถึงอย่างนั้นยอดจำหน่ายก็ยังเพิ่มขึ้น 30% เทียบกับปีก่อน เพราะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้คนชะลอการตัดสินใจซื้อช้าลงไปอีก

“แต่เดิมลูกค้าส่วนมากจะเป็นกลุ่มออฟฟิศ หรือไม่ก็เป็น กลุ่มคอร์เปอเรตที่มีความต้องการติดตั้งกล้อง แต่หลังๆ เริ่มมีลูกค้ากลุ่มบ้านเดี่ยว คือเมื่อก่อนคนไม่คิดว่าบ้านต้องติดกล้อง แต่ปัจจุบันขโมยขโจรไม่ได้ทำงานเฉพาะกลางคืน แต่ทำงานกลางวันด้วย หมู่บ้านบางแห่งติดกล้องให้ 16 ตัวแต่ครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน ความปลอดภัยเลยแทบเป็นไปไม่ได้ ย่านไหนมีรถต้องสงสัยวิ่งผ่านไปมาบ่อยๆ บางบ้านเลยต้องดูแลตัวเอง ติดตั้งกล้องกันเอาเอง”

จำนวนกล้องที่ติดตั้งก็แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์และขนาดของตัวบ้าน มุมกล้องไม่เหมือนตามนุษย์ที่จะโฟกัสและครอบคลุมไปได้ทุกมุม ดังนั้นยิ่งติดจำนวนเยอะก็ยิ่งครอบคลุมภาพได้เยอะ หรืออย่างร้านทองทั่วไปห้องเล็ก 2-4 ตัว ก็ได้ภาพหลายมุม ที่ธนาคารติด 4-5 ตัว สำหรับบ้านหลังเล็กอาจติดกล้องตัวเดียว หรือบ้านหลังขนาดย่อมไม่ใหญ่ 4 ตัว แต่ถ้าบ้านใหญ่ๆ ก็ต้อง 16 ตัว สำหรับจุดที่มักติดกล้องนอกจากกล้องที่ติดในแต่ละห้องแล้ว ยังจำเป็นต้องติดตามรั้ว ตามประตูด้วย รวมไปถึงห้องรับแขกซึ่งเป็นบริเวณที่ผ่านไปมา และห้องนอน ซึ่งเป็นห้องต้องสงสัยตำแหน่งที่มีทรัพย์สินมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งกล้องวงจรปิดจำเป็นต้องใช้เวลา เพราะไม่ใช่แค่ขายตัวเครื่อง แต่เป็นเรื่องของงานระบบที่ต้องผ่านการพูดคุยเพื่อตกลงจุดหรือตำแหน่งที่จะติดตั้งกล้องด้วย ส่วนมากใช้เวลาดำเนินการตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์

“ทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่ดี ของหายเป็นประจำ ข่าวก็ออก ซึ่งวงจรปิดทำให้หลายๆ ครั้งตามทรัพย์ได้ คนส่วนใหญ่เวลาของหายช่วงเทศกาล ไปแจ้งหายก็ไม่ค่อยได้คืน แต่ของ

ฟูจิโกะไปร่วมกับบริษัทกรุงเทพประกันภัย ใครซื้อกล้องวงจรปิดของฟูจิโกะแล้วจับภาพขโมยของ แล้วรู้ว่าขโมยอะไรไป ทีวี ตู้เย็น โน้ตบุ๊ก ฯลฯ เห็นภาพนั้นมายืนยัน โดยกล้องสามารถจับภาพได้ บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายให้ไม่เกินวงเงินที่กำหนด คือถ้าติดกล้อง 4 ตัวได้รับอัตราไม่เกิน 1 แสนบาท ถ้า 8 ตัว ก็ 2 แสนบาท และถ้า 16 ตัวรับเงินชดเชยไม่เกิน 3 แสนบาท แคมเปญนี้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี”

สำหรับย่านที่ใช้บริการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่กรุงเทพฯเยอะสุดเพราะปริมาณคนอยู่ค่อนข้างหนาแน่น รองมาคือหัวเมือง เช่น เชียงใหม่ พัทยา ศรีราชา ฯลฯ :D

ผลการสำรวจจากเอแบคโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจ “ประชาชนคิดอย่างไรต่อรัฐบาลในประเด็นร้อนมาตรการห้ามขาย/ไม่ขายเหล้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ?” พบว่าร้อยละ 84.6 เห็นว่าการดื่มเหล้าเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และร้อยละ 68.5 เห็นด้วยกับมาตรการห้ามขายเหล้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์ สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

ในช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายนนี้ เราสามารถสนุกได้โดยปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์ สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ในพื้นที่กว่า 35 แห่งทั่วประเทศ เช่น สวนสันติชัยปราการ วัดอรุณฯ ถนนข้าวสารต่างๆ 5 สาย คือ ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น, ถ.ข้าวเม่า จ.มหาสารคาม, ถนนข้าวแช่ จ.ปทุมธานี, ถนนข้าวเปลือก จ.กาญจนบุรี และถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรี นอกจากนี้ยังจัดขึ้นบริเวณรอบคูเมือง จ.เชียงใหม่, จ.สิงห์บุรี, หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถนนขนมจีน จ.นครศรีธรรมราช ร่วมด้วยสมาคมไทยทรงดำและองค์การบริหารส่วนตำบลกว่า 20 แห่ง โดยแต่ละพื้นที่ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมที่สร้างความสุขและความสนุกอย่างสร้างสรรค์ เห็นชื่อกิจกรรมนี้เดินเข้าไปเล่นสงกรานต์รับรองมีแต่รอยยิ้มกลับมาแน่

สงกรานต์ท็อปฮิต

ปีใหม่ไทยนอกจากกลับบ้านใครบ้านเขาแล้ว แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตหนีไม่พ้นเมืองใหญ่ๆ ที่จัดงานสงกรานต์ ในเมืองกรุงก็ต้องยกให้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะถนนข้าวสาร ย่านบางลำพู สวนสันติชัยปราการ ยังไงๆ ทั้งไทยทั้งเทศก็ยังนิยม เขยิบออกมาหน่อย มีงานสงกรานต์พระประแดง คึกคักด้วยขบวนแห่หงส์ธงตะขาบ ขบวนนางสงกรานต์ การเล่นสะบ้าของชาวไทยรามัญ แต่ถ้าเป็นสงกรานต์เมืองเก่า ต้องไปที่ “อยุธยา” มีไฮไลต์ตรงที่เล่นน้ำกับช้างด้วย ส่วนสุพรรณบุรี ธรรมะธัมโม สรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ

ขึ้นเหนือบ้าง ที่ “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย สุโขทัย” มีการแสดงการละเล่นพื้นบ้าน นั่งช้างเที่ยว แห่เกวียนเทพีสงกรานต์ และที่ฮิตไม่เคยเลิกสำหรับ “เชียงใหม่” จัดงานใหญ่เช่นทุกปี มีเล่นน้ำรอบคูเมือง ที่แปลกหน่อยคือมีขบวนแห่ขนทรายเข้าวัด-ไม้ค้ำสะหลี พร้อมรดน้ำดำหัวพ่อเมืองเจียงใหม่ ข้ามมาที่ฝั่งตะวันออก แถวๆ ชายหาดบางแสนมีประเพณีก่อพระทรายวันไหล ที่พัทยาก็มีประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ และเช่นกันที่ศรีราชาก็มี ประเพณีสงกรานต์ศรีมหาราชา และประเพณีกองข้าว

คึกคักสุดๆ กับประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน เสียงแคน ไปได้เลย ที่ถนนข้าวเหนียว บึงแก่นนคร ขอนแก่น ส่วนที่หนองคายก็ไม่น้อยหน้า จัดขบวนอัญเชิญหลวงพ่อพระใส สืบสานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง 3 ชาติ นอกจากนี้ยังมีงานสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์บุญปีใหม่ไทย-ลาว

ภาคใต้ แน่นทุกปีที่สงขลากับงานหาดใหญ่มิดไนต์สงกรานต์ หรือจะไปร่วมแห่นางดานเมืองนคร ก็ไปได้เลย ที่นครศรีธรรมราช แต่ถ้าชอบเบียดเสียดไทยฝรั่งฝั่งใต้ ก็ต้องที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

เอาเป็นว่าสงกรานต์นี้ ถ้ายังไม่มีที่ไป สนใจที่ไหนกดถามรายละเอียดที่ ททท. โทร.1672




Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>