ราศีเมษ Aries (13 เม.ย.-13 พ.ค.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ The Hanged Man อาจมีเรื่องเศร้า เสียใจ สถานการณ์ที่ดูคาราคาซัง จำตกอยู่ในความจำยอม มีการแลกเปลี่ยนหรือเสียสละอย่างไม่เต็มใจ
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ 4 ดาบ ระวังเรื่องสุขภาพให้มาก มีแนวโน้มการเจ็บไข้ได้ป่วยเล็กๆ น้อยๆ หรือช่วงที่ต้องการการพักฟื้น ปรับตัว หลังการทำงานหนัก
ราศีพฤษภ Taurus (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ 6 เหรียญ มักมีการสนับสนุนอุปถัมภ์การในเรื่องการเงิน การให้ความช่วยเหลือต่างๆ หากมีปัญหา คู่รักคู่ครองจะเข้ามาช่วยเหลือ
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ อัศวินดาบ อาจจำเป็นต้องรุกไปข้างหน้า สู้อย่างไม่จำกัดยุทธวิธี มีเรื่องหนักๆ ให้เผชิญ ที่สำคัญมากคือความเข้มแข็งทั้งกายและใจ
ราศีมิถุน Gemini (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)
ความรัก ความสัมพันธ์ของคุณ The Magician อาจมีการชิงไหวชิงพริบกันกับคนรัก หรือบุคคลที่คบหากันอยู่ และยังแสดงถึงคนเก่ง ฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ
ข้อคิดชีวิตคุณช่วงนี้ 1 คทา ให้ความสนใจกับเรื่องใหม่ๆ […]
Share on Facebook
ฉี่รถที่นอนอีกแล้ว
แสนที่จะเป็นเรื่องอับอายเมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว ที่นอน “เปียก”
เรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนจะต้องเจอ โดยเฉพาะกับไอ้ตัวเล็ก
เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่น่าหงุดหงิดใจของผู้ใหญ่ที่ต้องเอา ที่หลับที่นอนไปซักไปตากแดดเป็นประจำ แต่…หารู้ไม่พฤติกรรม เหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณบอกกล่าวอะไรบางอย่างที่ไอ้ตัวเล็กกำลังเป็นก็ได้
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เรื่องนี้ “ผิด” หรือ “ไม่ผิดปกติ” แต่อย่างไร
พ.ญ.เพียงทิพย์ หังสพฤกษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
โรงพยาบาลมนารมย์ แนะว่า ให้ดูที่วัยของเด็ก ถ้าอยู่ในระหว่าง แรกเกิดจนถึงอนุบาล ถือเป็นเรื่องปกติ
ถ้าเป็นเด็กหญิงอายุไม่เกิน 5 ขวบ แต่ถ้าเด็กชายก็เป็น 6 ขวบ จะเลิกเร็วมากน้อยก็แล้วแต่บุคคล
ส่วนที่ไม่ปกติเป็นอย่างนี้…
บางคนหยุดฉี่รดที่นอนไปแล้วก่อน 5-6 ขวบ แต่พออายุ 10 ขวบ กลับมาฉี่รดที่นอนอีก บางทีก็สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นนานติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน หรือบางคนอายุเกิน 6 ขวบแล้วก็ยังคงฉี่เหมือนเดิม สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นี่แหละผิดปกติ
ส่วนสาเหตุที่ทำให้หนูๆ ต้องฉี่รดที่นอน (แบบผิดปกติ) นั้น คุณหมอระบุว่า มีต้นเหตุอยู่ 2 อย่าง คือ ร่างกายและจิตใจ
ถ้าเป็นเรื่องร่างกาย อาจเป็นเพราะร่างกายผลิตน้ำมากเกินไป […]
Share on Facebook
โครงการ Eco Design Award ครั้งที่ 2 รอบที่ 2 เพิ่งได้ผู้ที่เข้ารอบ 2 ไปได้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา มีนักศึกษาและบุคคลทั่วไปส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 86 ชิ้น มีงานระดับนักศึกษา 20 ชิ้น และมี 14 ชิ้นที่เข้ารอบ 2
เรานำผลงานทั้งที่เข้ารอบบางส่วนและตกรอบแต่มีความน่าสนใจมานำเสนอ
สำหรับการออกแบบสินค้าแนวอีโคดีไซน์ครั้งนี้มีเทรนด์ที่น่าสนใจ ทั้งเส้นใยใหม่ๆ ที่พร้อมพัฒนาเพื่อตอบสนองชุมชนที่อยู่ มีทั้งสินค้าแนวดีไซน์เพื่อตอบสนองกับชีวิตคนเมือง มีสินค้าที่ช่วยลดการใช้วัตถุดิบ เช่น ไม้ไผ่ และการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแทนโฟม ออกมาโชว์ไอเดียให้เห็นมากมาย
ECO Pen และ ECO Toothpaste เป็น ผลงานของ กรณ์ธีธัช ชลิตวีรุตม์รัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร อธิภัทร วรรธอนันตชัย จากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
ชิ้นแรก ECO Pen เคยสังเกตบ้างไหมว่า การใช้กระดาษในการเขียน ร่างแบบ หรือคำนวณคร่าวๆ อาจจะใช้กระดาษเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ก่อให้เกิดขยะโดยไม่จำเป็น หลักการทำงานของปากกานี้ก็คือสามารถที่จะเขียนคำนวณ หรือร่างแบบได้ตามต้องการ […]
Share on Facebook
จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเทศไทย ในปี 2549 ธุรกิจสมุนไพรขยายตัว 20% มีมูลค่าการซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร 48,000 ล้านบาท โดยเป็นยาจากสมุนไพร 8,810 ล้านบาท ในขณะที่คนไทยใช้จ่ายด้านสุขภาพกว่า 3 แสนล้านบาท โดย 9 หมื่นล้านบาท (30%) เป็นค่าใช้จ่ายด้านยา และส่วนใหญ่เป็นยานำเข้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% ต่อปี
การหันกลับมาหาข้อได้เปรียบและศักยภาพของไทย น่าจะเป็นทางออกที่ประเทศกำลังมองหา โดยภาครัฐได้เร่งฟื้นฟูพัฒนาระบบการแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน ให้มีมาตรฐานและบริการประชาชนได้อย่างหลากหลาย เป็นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับระบบบริการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้เราพึ่งพาตนเองได้ทั้งแง่องค์ความรู้ เทคโนโลยี ยาและเวชภัณฑ์ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
กลุ่มยาแผนไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ประกอบด้วยตัวยาสมุนไพร 11 ตำรับ เช่น กลุ่มยาแก้ไข้ (เช่น ยาแก้ไข้ห้าราก ยาเขียวหอม) ยาแก้ไอขับเสมหะ (ยาประสะมะแว้ง) ยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร (ยาเหลืองปิดสมุทร ยาธาตุบรรจบ) ส่วนยากลุ่มที่พัฒนาจากสมุนไพรมี 8 รายการ ได้แก่ ขมิ้นชัน ขิง ชุมเห็ดเทศ (รักษาโรคระบบทางเดินอาหาร) ฟ้าทลายโจร […]
Share on Facebook
หลายคนคงลืมไปแล้วว่าเคยเขียนไดอารี่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
คงมีคนจำนวนไม่มากนักที่ยังเขียนไดอารี่อยู่เป็นประจำ
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไดอารี่เป็นบันทึกช่วยจำอย่างดี สุข ทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้ ครุ่นคำนึงถึงบางเหตุการณ์ที่ผ่านมา
และหากคิดทบทวนกันให้ดี บางเรื่องบางราวสามารถนำมาปรับปรุงตัวเองได้เป็นอย่างดี
ยิ่งในยุคนี้การพึ่งตนเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อได้พลิกอ่าน “ไดอารี่ ธรรมชื่น คืนสุข” ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) แล้วอาจจะอยากกลับไปเขียนไดอารี่อีกครั้ง
พระพรหมคุณาภรณ์บอกว่าธรรมสำหรับสร้างที่พึ่งแก่ตนเองมีอยู่ 10 อย่าง
ประพฤติดีมีวินัย ดำเนินชีวิตโดยสุจริตทั้งทางกาย ทางวาจา มีวินัย และรู้จักประกอบอาชีพการงานที่สุจริต
ศึกษารับฟังมาก เรื่องใดเป็นสายวิชาของตนก็ต้องศึกษาให้ช่ำชอง มีความเข้าใจกว้างขวาง ลึกซึ้ง ชัดเจน และใช้ได้จริง
รู้จักคบคนดี รู้จักเลือกเสวนาเสาะหา ที่ปรึกษาหรือผู้แนะนำที่ดี เลือกเกี่ยวข้อง และเอาอย่างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี เป็นคนที่พูดง่าย ไม่ดื้อรั้นกระด้าง รู้จักรับฟังเหตุผลและข้อเท็จจริง พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตน
ขวนขวายกิจของหมู่คณะ เอาใจใส่ช่วยเหลือกิจธุระของคนร่วมหมู่คณะและของชุมชน
เป็นผู้ใคร่ธรรม รักธรรม ชอบศึกษา ค้นคว้า สอบถามหาความรู้ หาความจริง รู้จักพูด รู้จักฟัง
มีความเพียร พยายามลดความชั่ว ประกอบความดี บากบั่น ไม่ย่อท้อ ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่
มีสันโดษรู้พอดี ยินดี พอใจในลาภผล ผลงานและผลสำเร็จต่างๆ ที่ตนสร้างขึ้นจากความเพียรพยายามของตนเอง
มีสติคงมั่น ทำอะไรรอบคอบ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ผลีผลาม ไม่เลินเล่อ ไม่เลื่อนลอย […]
Share on Facebook
ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไรจึงจะอยู่รอด ?
ถ้าไม่เอาคนออก แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะตัดลดค่าใช้จ่ายขององค์กร แล้วยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและความพึงพอใจของพนักงาน
เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ได้เชิญคน HR ไปร่วมค้นหารูปแบบ วิธีการในงานสัมมนา “100 โครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายขององค์กร” ณ ห้องประชุมเล็กๆ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
หลากความคิดวิธีลดค่าใช้จ่ายในองค์กรที่นักทรัพยากรมนุษย์มืออาชีพหยิบมาแชร์กันผ่านละครเวทีล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรต่างๆ ได้ในยุควิกฤตได้ทั้งสิ้น เพราะอย่างน้อยก็อาจจะช่วยให้เพื่อนพ้องน้องพี่ไม่ต้องหายหน้าไปจากองค์กร
แนวทางพื้นๆ ที่ไม่ให้กระทบการเลิกจ้างที่มีการนำเสนอผ่านเวทีนี้คือ การลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ลดโอที ลดสวัสดิการที่มีประโยชน์น้อย เช่น การจัดแข่งกีฬาสี การจัดงานปีใหม่ หากมี พนักงานลาออกไปก็ไม่ต้องรับพนักงานใหม่เข้ามาทดแทน หรืออาจจะมีการอบรมเพิ่มความรู้ให้กับพนักงานที่มีอยู่ได้รับผิดชอบงานที่มากขึ้น การชะลอการปรับเงินเดือน
หากจำเป็นต้องลดกำลังคนจริงๆ แนวทางที่ HR มืออาชีพเสนอคือ จะต้องลดอย่างมียุทธศาสตร์ โดยเอาคนที่เข้ามาทีหลังออกก่อน หรือคนที่อยู่ระหว่างทดลองงาน คนที่ทำงานไม่ครบปี หรือคนที่มีพฤติกรรมหยุดงานบ่อยออกก่อน เรียกว่าจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ตัดใจเอาคนที่เดือดร้อนน้อยที่สุดออกก่อน
จัดโครงการ Cost Reduction Program อาจจะปรับลดค่าโอที จากนั้นปรับลดกะในการทำงาน แล้วต่อด้วยการสลับเปลี่ยนวันหยุดมาใช้วันเสาร์ทำงานแทน หากยังจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายเพิ่มอาจจะต้องปรับลดกำลังพลพนักงานแล้วหันไปจ้างเหมาแทน ในส่วนของรถรับส่งพนักงานอาจจะมีการสำรวจข้อมูลใหม่ เส้นทางไหนที่มีพนักงานอยู่น้อยก็เปลี่ยนจากรถบัสเป็นรถตู้แทน หรือหันมาใช้โปรโมชั่นโทร.ฟรีสำหรับพนักงานบริษัทเพื่อตัดค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสาร เพิ่มวันหยุด ปรับลดค่าตำแหน่ง ปรับลดเงินเดือน ประกาศโครงการร่วมใจจาก […]
Share on Facebook
หลังจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มีผลบังคับใช้ และกำหนดให้หน่วยราชการต้องพัฒนาไปสู่ความเป็นองค์การเรียนรู้ และต้องดำเนินการจัดการความรู้ ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) กำหนดให้การจัดการความรู้เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการประเมินหน่วยราชการ กระแสของการจัดการความรู้ในหน่วยราชการก็กลายเป็นแฟชั่นขึ้นมาทันที พฤติกรรมของหลายหน่วยราชการเป็นไปในลักษณะของการดำเนินการจัดการความรู้ โดยมีเป้าหมายหลัก “เพื่อให้ได้ชื่อว่ามีการจัดการความรู้” ไม่ได้ดำเนินการเพื่อหวังผลของการจัดการความรู้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้สูญเสียทรัพยากรไปโดยไม่เกิดผล
สำหรับบทความเรื่อง “ทศวิบัติของการจัดการความรู้ในหน่วยราชการ” นี้จะเสนอการปฏิบัติ 10 ประการที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อผลสำเร็จในการดำเนินการจัดการความรู้ เน้นที่การปฏิบัติที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในหน่วยราชการ และเชื่อว่าองค์การอื่นๆ ที่ไม่ใช่ราชการก็อาจได้ประโยชน์ หากหมั่นตรวจสอบและ “กำจัดจุดอ่อน” เหล่านี้เสีย
วิบัติที่ 1 ภาวะผู้นำที่พิการหรือบิดเบี้ยว
มีการปฏิบัติของผู้นำระดับสูงขององค์การหลายประการที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการจัดการความรู้ ที่สำคัญๆ ได้แก่ ไม่รู้จักและไม่สนใจการจัดการ ความรู้ ไม่สนับสนุนหรือสนับสนุนแบบไม่จริงใจ ถือประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนองค์การ มีการแย่งชิงอำนาจในหมู่ผู้บริหารระดับสูง หรือไม่สามัคคีกัน
ภาวะผู้นำที่บิดเบี้ยวอีกประการหนึ่งคือ “การรวมศูนย์” ของภาวะผู้นำ คือคิดและปฏิบัติในลักษณะที่เข้าใจว่าภาวะผู้นำหมายถึงผู้นำระดับสูงเท่านั้น แนวคิดและการปฏิบัติในลักษณะนี้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการความรู้ ในการตีความจากมุมของการจัดการความรู้
คำว่า “ภาวะผู้นำ” นอกจากหมายถึงภาวะผู้นำระดับสูงแล้ว ยังมีความเชื่อใน “ผู้นำทั่วทั้งองค์การ” ซึ่งถ้าไม่มีการเอื้อให้ทุกคนในองค์การเป็น “ผู้นำ” ได้แล้ว การจัดการความรู้ภายในองค์การจะมีผล สัมฤทธิ์ได้ยากหรือไม่ได้เลย
ในกรณีนี้คำว่า “ผู้นำ” หมายถึง ผู้ที่ค้นหาและทดลองวิธีการใหม่ๆ ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบจะเกิด “ผู้นำ” ในบุคลากรทุกระดับภายในองค์การได้ ผู้นำระดับสูงจะต้องยึดถือแนวทางทำงานแบบ […]
Share on Facebook
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลของสหรัฐฯที่นครนิวยอร์ มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสูงสุด คือ 150 ปีแก่นายเบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ เจ้าพ่อแชร์ลูกโซ่วัย 71 ปี โทษฐานฉ้อฉลด้วยธุรกิจแชร์ลูกโซ่มูลค่า 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้ลงทุนจำนวนมากทั่วโลก พร้อมระบุว่าเขาผู้ซึ่งมีความชั่วร้ายมากเป็นพิเศษ (extraordinary evil.) สมควรได้รับโทษหนักที่สุด จากการฉ้อฉลระยะยาวที่มีการคิดคำณวนและจัดการอย่างดี ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในศตวรรษนี้ แม้ทนายความของเขาจะร้องขอโทษจำคุกเพียง 12 ปีโดยอ้างอายุของเขาก็ตาม
ทั้งนี้แมดอฟฟ์มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายด้าน ในวิกฤตการเงินในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อปลายปีที่แล้วและเขาถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน โทษฐานจัดแชร์ลูกโซ่ “ปอนซี่” มานานหลายปี โดยดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆเข้ามาให้ดูเหมือนมีกำไร แต่ระบบแชร์ลูกโซ่พังครืนลงมา เมื่อบรรดานักลงทุนเริ่มถอนเงินคืน หลังเกิดวิกฤตในวอลล์สตรีท เพราะหุ้นตกเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งแชร์ลูกโซ่ของเขาทำให้หลายครอบครัวเสียเงินเก็บที่จะใช้ยามเกษียณที่ออมมาทั้งชีวิต รวมทั้งส่งผลต่อผู้ลงทุนที่เป็นองค์กรการกุศล มหาวิทยาลัย และคนดังจำนวนมากทั่วโลก
รายงานระบุว่า นักลงทุนหลายคนยังพยายามหาทางให้ได้เงินคืน ซึ่งดูใกล้ความจริงมากขึ้น เมื่อผู้พิพากษาชินมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้นางรูธ ภริยาของแมดอล์ฟ ต้องส่งมอบอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากขอครอบครัวรวมทั้งวิลล่าหลายแห่ง เรือยอท์ชหลายลำ และรถยนต์มูลค่ารวม 80 ล้านดอลลาร์ (ราว2,800 ล้านบาท) แต่ให้เธอยังเก็บทรัพย์สินไว้ได้ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม