เจ้าหนี้บริษัท ทีทีแอนด์ที หวั่นบริษัทไม่เหลือทรัพย์สินอะไรหลังเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนฟื้นฟู เพราะมีการโยกย้ายพนักงานและลูกค้าออกเป็นระยะและหนักขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังพนักงานถูกเฉดหัว 1,518 คนแล้ว โดยล่าสุดได้ร้องศาลไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองด่วนแล้ว
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางได้ไต่สวนคำร้องของบริษัท เคลียร์ วอเตอร์ พาร์ทเนอร์ ฟันด์ ทรี แอลพี ซึ่งเป็นเจ้าหนี้บริษัท ทีทีแอนด์ที (TT&T) รายที่ 32 ที่ร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองพนักงานและทรัพย์สินของทีทีแอนด์ที
ทั้งนี้ เจ้าหนี้รายดังกล่าวได้พบคำร้องของกลุ่มอดีตพนักงาน TT&T ที่ยื่นต่อศาลล้มละลายวันที่ 4 มิ.ย. เรื่องการปลดพนักงานบริษัทอย่างไม่เป็นธรรม โดยใช้อำนาจข่มขู่บังคับให้พนักงานลาออกโดยไม่สมัครใจ พร้อมบังคับให้พนักงานบางส่วนลาออก เพื่อให้ไปสมัครงานในบริษัทย่อยของ TT&T คือ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTT BB) ทันที
เจ้าหนี้รายหนึ่ง เปิดเผยว่า สาเหตุที่เจ้าหนี้ต้องรีบยื่นคำร้องให้ศาลนัดไต่สวนฉุกเฉินวานนี้ จากเดิมมีกำหนดวันที่ 16 มิ.ย. ศาลล้มละลายได้นัดไต่สวนคำร้องที่ เจ้าหนี้ได้ขอให้ศาลพิจารณาไม่ให้ TT&T ถ่ายโอนพนักงานหรือทรัพย์สินของบริษัทออกไปอยู่ที่บริษัท TTT BB
ทั้งนี้ เพราะเห็นว่าพนักงานไม่ได้รับความเป็นธรรม และทางผู้บริหารต้องการทำให้ทีทีแอนด์ที เป็นบริษัทที่ล้มละลายและไม่มีทรัพย์สินในการใช้หนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2552 ที่ผ่านมา มีพนักงานลาออกจำนวน 215 คน ถูกเลิกจ้าง 357 คน และถูกย้ายให้ไปยังบริษัทย่อยคือ TTT BB ทั้งหมด 946 คน ทำให้มีพนักงานถูกบังคับให้เข้ากระบวนการเลิกจ้างของบริษัทแล้วทั้งหมด 1,518 คน
ทั้งนี้ จำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 1,518 คน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของพนักงานทั้งหมด 3,116 คน เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา
พิชัย เตโชพิทยากุล ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลล้มละลายกลาง ได้อ่านคำไกล่เกลี่ย ว่าทนายผู้บริหารชั่วคราวของทีทีแอนด์ทีได้รับปากว่านับแต่วันที่ 9 มิ.ย.เป็นต้นไป จะไม่มีการเลิกจ้างหรือโยกย้ายพนักงาน หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ไปยังบุคคลอื่น หรือบริษัทอื่นในเครือ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน เว้นแต่การจำหน่ายทรัพย์สินอันเป็นธุรกิจปกติของลูกหนี้
นอกจากนี้ ศาลได้กำชับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้กำกับดูแลการกระทำของผู้บริหารชั่วคราว ให้เป็นไปตามที่แถลงรับรองต่อศาลอย่างใกล้ชิดด้วย
เจ้าหนี้ทีทีแอนด์ที กล่าวว่า ศาลได้รับหนังสือรายงานจาก เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ถึงผลการเลือกผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าศาลจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการในปลายเดือนกรกฎาคมนี้
อดีตพนักงานทีทีแอนด์ที กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้พนักงานในต่างจังหวัดประมาณ 100 คน ยังได้รับคำสั่งให้ลาออกอีก แต่จะมีผลย้อนหลังในวันที่ 2 มิ.ย.แทน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและคำสั่งศาล ผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง กล่าวว่า ภาพรวมในวันนี้ของ TT&T น่าห่วงมาก และการดำเนินงานในหลายเดือนที่ผ่านมาตอบสนองผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางรายเท่านั้น
โดยที่ผ่านมา การประชุมบอร์ดไม่เกิดขึ้นมานานแล้ว และหากมีประชุมบอร์ดเรื่องสำคัญก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น เพราะฝ่ายบริหารที่มีอยู่ถูกครอบงำสั่งการจากผู้ถือหุ้นใหญ่บางคนอยู่
“หากมีการประชุมบอร์ด เมื่อมีการซักถามในเรื่องสำคัญ ฝ่ายบริหารก็ตอบไปอีกอย่าง ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดความชัดเจนในการเข้าไปดำเนินการได้”
เขากล่าวด้วยว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ผ่านมา ที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นบางคนก็ออกไปด้วยเหตุผลของการได้งานที่ดีกว่า ส่วนบางคนเป็นลักษณะถูกให้ออก ด้วยเหตุผลที่ไม่สนองนโยบายของฝ่ายบริหาร
นอกจากนี้ ในส่วนของพนักงานและเจ้าหน้าที่ทั่วไปทั้งระดับกลางถึงล่าง ตั้งแต่ช่วงต้นปีมีอยู่กว่า 4,000 คน แต่จนถึงปัจจุบันได้มีการลาออกไปจาก TT&T เกือบ 2,000 คนทีเดียว โดยบางส่วนถูกเลิกจ้าง ให้ออก และบางส่วนออกไปแล้วไปอยู่กับบริษัท Triple T Broadband ถือหุ้นโดยกลุ่ม Jasmine group ราว 91% ที่เหลือถือโดย TT&T
โดยเจ้าหนี้สถาบันการเงิน สังเกตความเคลื่อนไหวนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นคนคุมกระแสเงินสด จึงเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายการจ้างงาน หรือเงินเดือนเปลี่ยนไปมาก
เขาระบุว่า ไม่ยุติธรรม ที่จะบอกว่า Triple T เป็นของ TT&T เพราะจริงๆแล้วเป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่บางรายใน TT&T เท่านั้น และยิ่งเมื่อมีการโอนถ่ายคนและ asset ไปที่ Triple T ยิ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นกลุ่มอื่นและรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ด้วย”
TT&T ในวันนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่และถือว่าทรงพลังที่สุดคือกลุ่ม Jasmine ซึ่งถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ตามทุนจดทะเบียน
เขากล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน มีการไล่ออกผู้บริหารระดับสูง 7 คน เพราะไม่สนองนโยบายบริษัท
ทั้งนี้ ในการโยกย้ายผู้บริหารไปที่ Triple T ไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจ เพราะ เงื่อนไขในการจ้างงานและการจ่ายผลตอบแทนไม่ชัดเจนและอาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้
สำหรับ P Planner ที่มีชื่อปรากฏขึ้น ในการถูกโหวตให้เป็นผู้จัดทำแผน แม้กระบวนการยังต้องรอศาลล้มละลายสั่งและกรณีมีผู้คัดค้าน ก็ตาม ทำให้ภาพของดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ปรากฏขึ้นมาในองค์กรนี้อีกครั้ง
ทั้งนี้ P Planner ถูกพูดถึงว่าเกิดขึ้นในความเกี่ยวพันของ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม โดยมีสถาบันต่างประเทศสนับสนุน ซึ่งดร.พิสิฐนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คืออดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ TT&T ในหลายปีก่อน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในยุคที่ถือว่าทำคลอดสัมปทานของทีทีแอนด์ทีในปี 2535 ยุค รสช.นั่นเอง
ย้อนหลังกลับไปช่วงวันที่ เขาบอกลาทีทีแอนด์ที หลังครบสัญญาการทำงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 ด้วยการแถลงข่าวโชว์ศักยภาพ และพิสูจน์ฝีมือในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมให้เห็น ด้วยการเสกทีทีแอนด์ทีจากอาการร่อแร่ให้ฟื้นคืนมามีกำไรได้
ท่ามกลางการแข่งขันจากโทรศัพท์มือถือ ที่เติบโตจนเบียดบังบริการโทรศัพท์บ้านอย่างรุนแรง อาศัยความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและมาตรการราคาที่ต่ำกว่า กิจการโทรศัพท์พื้นฐานทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง
กระนั้นก็ตาม TT&T ในปีที่ 17 วันนี้ นั้นต่างออกไปอย่างมากทีเดียว แถมซ้ำด้วยอาการที่แย่หนักลงไปมากทีเดียว
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.







June 16th, 2009 at 11:56 am
ศาลล้มละลายสั่ง TT&T ระงับโอนถ่าย : เจ้าหนี้บริà.. http://www.wiseknow.com/blog/2009/06/16/2713