Performancing Metrics

Custom Search
Page Ranking Tool

 Donate

ความรู้ล่าสุด

ถกประเด็นร้อนๆ แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550




18 มิถุนายนที่ผ่านมา “ธีระ สุธีวรางกูร” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 1 ใน 5 นักวิชาการเสียงข้างน้อยแห่งรั้วท่าพระจันทร์ ขึ้นเวทีราชดำเนินเสวนา วิพากษ์ “ประเด็นร้อน ในรัฐธรรมนูญ” ว่า เอาเข้าจริงแล้ว รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้มีบางประเด็นที่ร้อน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร้อนทั้งฉบับ ทั้งนี้เนื่องจากที่มาของรัฐธรรมนูญ ความมุ่งหมายในการเขียนรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเนื้อหาบางมาตรา เป็นบทสะท้อนว่าเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง

ยกตัวอย่างปัญหาในเชิงระบอบ เช่น ที่มาของสถาบันการเมืองบางสถาบัน ซึ่งได้แก่วุฒิสมาชิก โดยเฉพาะในส่วนการแต่งตั้งหรือสรรหาคนที่ทำหน้าที่ในการสรรหาก็จะเห็นว่ามีองค์กรตุลาการเข้าไปเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก

แต่นั่นยังไม่สะท้อนปัญหาในเชิงหลักการมากเท่ากับบทบาทของวุฒิสมาชิก ซึ่งมีอำนาจมากมาย ถ้าเทียบกับที่มา ว่ากันตรงๆ ก็คือ ที่มาของวุฒิสมาชิกจะสะท้อนถึงอำนาจหน้าที่ ว่าควรจะมีมากน้อย ขนาดไหน

แต่ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้ วุฒิสมาชิกมีที่มาจากการสรรหาส่วนหนึ่ง โดยมีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนฝ่ายการเมือง ทำให้เกิดปัญหาในเชิงระบอบขึ้นมาว่า สอดคล้องหรือมีเหตุผลในการยึด อำนาจนิติบัญญัติบางส่วนไว้หรือไม่ หรือยึดอำนาจการถอดถอนไว้เป็นเครื่องทำลายล้างใครบางคนหรือเปล่า

ถัดมาคือปัญหาในเชิงหลักการ เช่น การสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนผ่านคณะกรรมการสรรหา ซึ่งคณะกรรมการบางชุดที่มีหน้าที่ในการสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ที่เหนือกว่าวุฒิสภา

และประเด็นในเชิงเทคนิค ซึ่งมาตรา 237 สะท้อนได้เป็นอย่างดี ลองสังเกตดูว่า ที่มีปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ 237 วรรค 1 พูดเรื่องการกระทำความผิด หรือฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อไหร่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเหล่านี้ จนทำให้เกิดการทุจริตเลือกตั้ง ก็ส่งผลให้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

แต่ในขณะที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือประกาศ กกต. ซึ่งอาจมีการฝ่าฝืนการประกาศเหล่านี้ ด้วยข้อเท็จจริงซึ่งมีน้ำหนักไม่เท่ากัน บางเรื่องเล็กน้อย หรือใหญ่ แต่หากกระบวนการฝ่าฝืนถูกกระทำโดยกรรมการบริหารพรรค หรือถูกกระทำโดยผู้สมัครที่กรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น ก็จะถูกขยับโดยกฎสันนิษฐานทางกฎหมายว่าให้มีความผิดข้อหาเป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย

ซึ่งจะมีผลถึงการยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นเทคนิคในการเขียนกฎหมาย แต่ผมไม่รู้ว่านี่เป็นเทคนิคในการเขียนกฎหมายหรือไม่ ผมคงไม่ตอบ เพราะอย่างน้อยที่สุด อาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีของผม ท่านก็แถลงว่า ไม่ได้เขียนมาตรา 237 ในลักษณะที่หวังผลอะไร

แต่สิ่งที่เราต้องคำนึงมากกว่านั้นคือ บางทีบทบัญญัติซึ่งเขียนเอาไว้ โดยไม่มีความมุ่งหมายอย่างนั้น มีคนบางคนจ้องจะนำไปใช้ ในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้บังคับการให้เป็นไปตามมาตรา 237 ตรงนี้เราต้องดูพฤติการณ์

นี่คือประเด็นร้อนประเด็นหลักในรัฐธรรมนูญ ทั้งในเชิงระบอบ เชิงหลักการ และเชิงเทคนิค แต่จะมีประเด็นร้อนอย่างไร ผมเห็นว่าเรายังมีทางออก ด้วยการหันหน้าคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ประเด็นทางนิติศาสตร์ คุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง (ครับ) ไม่ได้คุยกันด้วยอารมณ์ แต่สิ่งที่จะทำให้เป็นเรื่องร้อนแล้วจบไม่ได้ก็คือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการนำรัฐธรรมนูญไปใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองต่างหาก

เช่น ถ้าหยิบ 237 ขึ้นมา พันธมิตรฯก็อาจจะลุกขึ้นประท้วง ร้ายไปกว่ามาตรา 309 แตะขึ้นมาก็อาจจะเป็นเรื่องขึ้นได้ แต่ถ้าถามว่าวันนี้เรื่องไหนร้อนกว่ากัน ผมเห็นว่าเป็น 237 และ 309 มาตรา 237 คิดว่าคงจะมีการเสนอแน่นอน ส่วน 309 ผมได้ข่าวจากเพื่อนมาว่ามี ส.ว.บางท่าน ถกเถียงในที่ประชุมอยู่หลายครั้ง ด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียด (ครับ)






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>