Performancing Metrics

Custom Search

Thinking Doing 9 ไอเดียเคลื่อน CSR เมื่อต้องลงมือทำ



Donate

1.ทำความเข้าใจ CSR จัดระบบ ระเบียบ วางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ธุรกิจไทยส่วนใหญ่จะมีรากฐานของการให้ การบริจาคมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเคลื่อนมาถึงของแนวคิด CSR ของฝั่งตะวันตก ทำให้องค์กรจำนวนไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมาเลือกที่จะผสานแนวคิดใหม่ ร่วมกับรากฐานวิธีคิดเดิมของธุรกิจ มาสู่การวางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

“เซ็นทรัล รีเทล” ถือเป็นหนึ่งในนั้น แม้ตลอดระยะเวลา 34 ปีของการดำเนินธุรกิจเซ็นทรัล จะมีการบริจาคช่วยเหลือองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ค่อยเรียนรู้ทำความเข้าใจ CSR การจัดระบบ ระเบียบ วางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน CSR ในองค์กรใหม่จึงเป็นคำตอบ โดยไม่เพียงตั้งแผนก CSR แต่ยังกำหนดแนวทางในการทำงานผ่าน “Road Map CSR” 5 ด้าน ได้แก่ สนับสนุนการศึกษา ทำนุบำรุงโบราณสถานและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย การช่วยเหลือสังคม การสนับสนุนกีฬาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

โดยไม่ลืมกลไกของการขับเคลื่อนจากภายใน มีการแต่งตั้ง “ทูตซีเอสอาร์” CSR Ambassador ที่เป็นตัวแทนพนักงานกว่า 4 หมื่นคนที่จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารกิจกรรมเพื่อสังคมระหว่างเพื่อนพนักงาน โดยมีแนวคิด C.A.R.E. เป็นหลักการเป็นตัวขับเคลื่อน CSR โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณภาพชีวิต เน้นประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจ

2.ทำอย่างต่อเนื่องทั้งกระบวนการความรับผิดชอบในทุกด้านของธุรกิจ

การพยายามใส่ความรับผิดชอบลงในทุกกระบวนการของธุรกิจ อาจจะเป็นเรื่องไม่ง่าย ดังนั้นการจะทำได้ต่อเนื่องทั้งกระบวนการนอกจากปรัชญาธุรกิจ นโยบาย วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนแล้ว ความเอาจริง เอาจังของผู้บริหารและการลงมือทำ ถือเป็นธงนำที่จะขับเคลื่อน CSR ในองค์กรสู่ความสำเร็จ

ถ้าจะดูองค์กรเบอร์ต้นๆ ในไทยที่ถึงพร้อมในเรื่องนี้ “มิตรผล” ย่อมเป็นหนึ่งในนั้น เรื่องนี้อยู่ในดีเอ็นเอนับตั้งแต่วันก่อตั้งในการที่มีคติว่า “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ที่ถ่ายทอดไปสู่ปรัชญาธุรกิจ 4 ด้าน ในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ตั้งมั่นอยู่ในความเป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งเหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดลงในทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี การจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่ต้นทางในไร่อ้อย กระทั่งปลายทางในการจัดการของเสียที่นำมาสู่การสร้างธุรกิจใหม่ในการผลิตพลังงานทางเลือกอย่าง เอธานอล ไฟฟ้า ฯลฯ จนไปถึงการพัฒนาชุมชนชาวไร่อ้อยรอบๆ โรงงาน อาทิ โครงการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โครงการมิตรผลเยาวชนคนกล้า ที่สอนให้เยาวชนเรียนรู้เรื่องการเกษตร เป็นต้น

3.ปลูกพลังจากภายในองค์กรสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบสังคม

การขาดแนวร่วมจากคนในองค์กรถือเป็นบทเรียนความล้มเหลวในการขับเคลื่อน CSR ในช่วงที่ผ่านมา มีวาทะที่คนทำ CSR ส่วนใหญ่มักจะได้ยินได้ฟังที่ว่า “CSR ไม่ใช่เรื่องของแผนกใดแผนกหนึ่ง และไม่ได้มีใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของ” การจะทำให้ความรับผิดชอบต่อสังคมส่งต่อลงไปถึงภายในทุกจุด ทุกกระบวนการขององค์กร ย่อมต้องใช้คนเป็นตัวขับเคลื่อน การสร้าง “จิตอาสา” ให้คนในองค์กร จึงเป็นรูปแบบหนึ่งที่ถูกหยิบมาใช้ อย่าง โครงการ “SCB ชวนกันทำดี” ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างจิตสำนึกให้ พนักงานของธนาคารรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และร่วมคิดร่วมทำและเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้กับองค์กร เพื่อให้ก้าวเดินไปสู่องค์กรแห่งความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) ที่มีประสบการณ์จากการเริ่มต้นสร้าง CSR อย่างเป็นระบบในองค์กร ที่ก่อนหน้าจะมีแผนแม่บท 5 ปี (Strategic CSR Master Plan) เช่นวันนี้ CAT เลือกที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพนักงานที่มีอยู่กว่า 5,800 คนก่อน โดยร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการเริ่มต้นโครงการ CAT DNA สำนึกดีต่อสังคม จากจุดเริ่มต้นที่ว่า วันนี้ CAT มีพนักงานทั่วประเทศที่เป็น CSR Agent ที่ถูกสร้างให้เป็นเครือข่ายในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมทั่วทุกภูมิภาค

4.สร้างสมดุลความสามารถหลักธุรกิจ-ความต้องการสังคม

การช่วยเหลือสังคมเรื่องใดๆ ก็ดีทั้งนั้น แต่การที่องค์กรจะตัดสินใจ จะทำเรื่องใดนั้น ไม่เพียงแต่ต้องวิเคราะห์ และรับรู้ความต้องการที่ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงสังคมคาดหวังให้องค์กรทำ แต่ในเวลาเดียวกันโครงการเพื่อสังคม และกิจกรรมเพื่อสังคมที่สร้างความ แตกต่าง และสร้างคุณค่าได้มากกว่า คือการทำในสิ่งที่เชี่ยวชาญ 2 โครงการเพื่อสังคมของ “ทรู” อย่าง โครงการปลูกปัญญาที่ถือเป็นโครงการเพื่อสังคม ที่เป็นหลักของบริษัท และการสร้างเว็บไซต์ helplink.net ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยเชื่อมโยงกิจกรรมกับความสามารถหลักในฐานะบริษัทด้านสื่อสารและโทรคมนาคมแบบครบวงจร

ในส่วนหนึ่งของโครงการปลูกปัญญาที่ทำมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2550 ทรูเลือกใช้สื่อดิจิตอลที่ตัวเองมีในการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสื่อให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยไม่เพียงมอบอุปกรณ์รับสัญญาณ โทรทัศน์ ยังมอบช่องรายการคุณภาพจากทรู วิชั่นส์ กว่า 40 ช่อง อาทิ Discovery Channel Animal Planet National Geographic ฯลฯ ไปแล้วกว่า 2,000 โรงเรียน เช่นเดียวกับเว็บไซต์ helplink.net ที่ ทรู เลือกใช้ศักยภาพและกำลังคนขององค์กรในการสร้าง community website ที่จะเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือกันของคนในสังคม ซึ่งเป็นพื้นที่กลางที่รวบรวมความเดือดร้อน และผู้ที่มีน้ำใจที่อยากช่วยเหลือ เพื่อให้การช่วยเหลือต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

5.สร้างคุณค่า (value) จากทรัพยากรองค์กรให้ได้มากที่สุด

ในช่วงเวลาที่งบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด การสร้างคุณค่าจึงเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผู้ที่ขับเคลื่อน CSR จะต้องขบคิด เหมือนที่ “วิชา กุลกอบเกียรติ” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารและบริหารแบรนด์ ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เคยบอกว่า “จริงๆ เงินอาจจะใช้ไม่เยอะมาก ถ้าเราใช้ปัญญาให้มาก” ตัวอย่างโครงการ “ริเริ่ม เติมเต็ม” ของธนชาต เป็นตัวอย่าง เพราะแทนที่จะเลือกใช้งบประมาณทั้งหมดไปกับการบริจาคให้มูลนิธิ แต่กลับเลือกใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดในการเผยแพร่มูลนิธิกว่า 20 มูลนิธิผ่านสื่อโทรทัศน์ ให้เป็นที่รู้จักและวางตัวเป็นสื่อกลางในการให้ โดยใช้สาขาของธนาคารและตู้เอทีเอ็มเป็นช่องทางในการระดมทุนให้องค์กร

6.ทำอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้กิจกรรม CSR ที่ดีนั้นแตกต่างจาก การให้และการบริจาค คือการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนที่นำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ได้ดีกว่า การดำเนินโครงการ 80 พรรษา 880 ฝายอินทรีสร้างถวายในหลวงของ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นอีกโครงการที่เชื่อในวิธีคิดเช่นนั้น แม้จะตั้งเป้าสร้างฝาย ให้ได้ปีละ 880 ฝายแต่ในปี 2550 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ มีการสร้างฝายได้ทั้งสิ้น 1,055 ฝาย ปี 2551 1,200 ฝายซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่โครงการกำหนด และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปีนี้ การทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีไม่เพียงแต่ได้ฝายเพิ่มขึ้นที่จะนำไปสู่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่เพียงเท่านั้น ความต่อเนื่องในการลงพื้นที่ ให้องค์ความรู้กับชุมชน ยังส่งผลให้เกิดความรู้สึกร่วมกันเป็นเจ้าของและขยายผลแนวคิดของการมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เข้าร่วมโครงการ ที่เป็นผลมาจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง

7.ก้าวกระโดดด้วยพันธมิตร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ธุรกิจจะมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ แต่การดำเนินโครงการเพื่อสังคมนั้นการทำเพียงลำพังอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ยิ่งในช่วงเวลาที่งบประมาณและทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด และการมองหาพันธมิตรที่เหมาะสมจึงอาจถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญขององค์กร

บทเรียนการทำงานของ “ดีแทค” นั้นชัดเจนอย่างยิ่งเพราะเพียงไม่กี่ปีที่เริ่มตั้งหลัก โดยแยกแผนก CSR ที่เรียกว่าสำนักงาน สำนึกรักบ้านเกิด จำนวนโครงการเกินกว่า 100 โครงการ สามารถเกิดขึ้นและสร้างผลกระทบในเชิงบวกกับสังคมอย่างกว้างขวางภายในระยะเวลาที่จำกัด ภายใต้แกนหลัก “ทำดีทุกวัน” เคล็ดลับความสำเร็จที่ “พีระพงษ์ กลิ่นละออ” ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด ดีแทค เคยกล่าวไว้นั้นน่าสนใจมาก ว่าเป็นเพราะการเลือกเดินตามเส้นทางของการทำงานร่วมกับพันธมิตร โดยดึงความสามารถหลักที่ดีแทคและพันธมิตรมีมาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน และธุรกิจด้วยกัน ซึ่งเป็นเหมือนทางลัดที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดไปสู่ความสำเร็จ

8.สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมทางสังคมใหม่

บางทีการเลือกทำกิจกรรม CSR อะไรสักอย่าง อาจจะไม่จำเป็นต้องมีสีสัน ต้องเป็นเรื่องใหม่เอี่ยมแกะกล่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรให้ความสำคัญกับผลกระทบในเชิงบวกที่จะเกิดขึ้นกับสังคม และความยั่งยืนของสิ่งที่ทำ การเลือกเข้าไปต่อยอด กิจกรรมเล็กๆ ของเด็กๆ และครูที่โรงเรียนบ้าน พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ของ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตผงพีวีซี ทำให้กิจกรรมการทดลองเพาะเลี้ยงปะการังด้วยท่อพีวีซี ซึ่งเป็นกิจกรรมเล็กๆ สามารถขยายผลไปสู่ความสามารถในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศในปัจจุบัน

9.ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน

“เราไม่ได้เป็นผู้ให้ แต่เป็นคนที่ร่วมเรียนรู้” ครั้งหนึ่ง มัทนา เหลืองนาคทองดี ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ของ เครือซิเมนต์ไทย เคยบอก “ทุกครั้งที่เราไปทำงานกับชุมชนเมื่อเราเดินออกมาโครงการนั้นยังต้องเดินต่อได้” นี่อาจจะเป็นหลักคิดของการให้ที่มีเป้าหมายไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสำคัญในโครงการสร้างฝายชะลอน้ำของ SCG ที่ครบถ้วน 10,000 ฝายไปแล้วเมื่อปี 2552 ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่ผ่านกระบวนคิดเช่นนั้น แม้ผลกระทบในเชิงบวกจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดได้ อย่างการลดอัตราการเกิดไฟป่าจากหลักหลายร้อยเหลือเพียง 3-4 ครั้ง แต่ในขณะเดียวกันในมิติของความยั่งยืนในโครงการนี้ยังซ่อนวิธีคิดในการสร้างจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์น้ำ ผ่านผู้ที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการทั้งหมดตั้งแต่คนในชุมชน พันธมิตรจากองค์กรธุรกิจ ประชาชนที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ ที่ถือเป็นหัวใจที่สำคัญในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมที่ “ต้องสร้างให้ผู้ที่มี ส่วนได้ส่วนเสีย” รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>