![]() |
ท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของผู้บริโภค ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นทั่วโลก แถมการเมืองในประเทศยังสับสนวุ่นวาย
แน่นอนว่า ผู้ประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าจะต้องเร่งระดมสมองเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาด เพราะต้องทำทุกอย่างให้ “สินค้า” ของตนขายได้
ล่าสุด energy ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ของบริษัท Y&R ได้เปิดผลวิจัยเกี่ยวกับผู้บริโภคตามโครงการ Y & Reflector ? 2009 Wave 1 โดยสอบถามความคิดเห็นผู้บริโภค 600 กลุ่มตัวอย่างในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2552 พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงจิตวิทยาอย่างเห็นได้ชัด
ผลศึกษาพบว่า ที่ผ่านมามีคน 3 กลุ่ม มีจำนวนเพิ่มขึ้นในสังคมไทยเมื่อเทียบกับปี 2007 อันได้แก่ “resigned, reformer และ aspirer”
resigned คือกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือจาก 6.9% ในปี 2007 เป็น 14.2% ในปี 2009 หากพิจารณาถึง value ของคนทั้ง 3 กลุ่มแล้ว พบว่ามีบางอย่างที่แชร์ร่วมกันอยู่ คือ การพยายามที่จะแสวงหา “สิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต” และต้องการการยอมรับจากสังคมมากขึ้น แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดและการเมืองที่แบ่งขั้ว อาจทำให้คนกลุ่ม resigned รู้สึกหมดหวังและยอมแพ้ในชีวิต
ขณะที่กลุ่ม aspirer ยังคงต้องการสิ่งที่ดีกว่า ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็มีโอกาสที่จะแสดงออก และต้องการการยอมรับจากสังคมมากขึ้นเช่นเดียวกัน
สุดท้าย reformer เป็นกลุ่มที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่เป็นแก่นแท้ในชีวิตได้ดีมากขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน
ผลวิจัยลงลึกอีกว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้บริโภคในกรุงเทพฯส่วนใหญ่กว่า
ร้อยละ 79% มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าในช่วงเศรษฐกิจถดถอย เกือบทุกกลุ่มได้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ยกเว้นช่วงอายุ 30-50 ปีที่มีสัดส่วนมากกว่าช่วงอื่นๆ ซึ่งกลุ่มนี้ทำงานหารายได้ด้วยตัวเอง ต้องการทำงานเก็บเงินสร้างฐานะมากกว่ากลุ่มวัยเรียนหรือกลุ่มอื่นๆ
พฤติกรรมยังเน้นซื้อสินค้า “ยี่ห้อเดิม” แต่ซื้อในความถี่น้อยลงและไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าถูกเสมอไป สรุปว่า “ยอมจ่ายแพง ถ้าสินค้าโดนใจ”
การที่กลุ่มผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้านั้น ส่วนใหญ่บอกว่าพวกเขายังคงจะซื้อและใช้สินค้ายี่ห้อเดิม แต่ซื้อน้อยลงและซื้อน้อยครั้งมากขึ้น เพราะต้องควบคุมการใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
สรุปได้ว่าการที่ผู้บริโภคซื้อสินค้ายี่ห้อเดิมอาจไม่ได้หมายถึงผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์เสมอไป (brand loyalty) แต่เพื่อความมั่นใจและสบายใจจากสินค้ายี่ห้อที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ยิ่งสินค้าตอบโจทย์ความต้องการได้มากเท่าไร พวกเขาก็ไม่อั้นที่จะจ่ายเช่นกัน และกล้าที่จะลองของใหม่ๆ โดยไม่ได้เน้นที่ราคาถูกเสมอไป
การมีดีไซน์ที่โดนใจ หรือมีบริการที่น่าประทับใจ ก็ช่วยให้เจ้าของสินค้าถึงฝั่งฝันเช่นกัน
คอลัมน์ WEEKLY TALK
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม