![]() |
แม้ว่าการมาที่เมืองไทยของเขา เพื่อร่วมเทศกาลภาพยนตร์ตลกโลก 2009 ในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
จะเป็นการมาแบบ “ทำรังแต่พอตัว”
คือ มาเงียบเชียบ ไม่หวือหวา ไม่จำเป็นต้องปิด
สยามดิสคัฟเวอรี่ไปจนถึงสยามพารากอน เพราะเขาไม่ใช่ไอดอลของคนวัยหนุ่มสาวในรูปแบบของการกรี๊ดกร๊าด
แต่ในพื้นที่ที่เขายืน นับได้ว่าเขาคือผู้ยิ่งใหญ่ในวงการอีกคนหนึ่ง
เขาคือ ดาวตลกจากฮ่องกงที่มีนามว่า… อูม่งต๊ะ
ฟังชื่อนี้แล้ว หากไม่คุ้นหูคุ้นใจ แสดงว่าท่านไม่ใช่สหายคู่ใจของหนังฮ่องกง
เพราะเขาผู้นี้คือนักแสดงฮ่องกงผู้ยืนยงมาตั้งแต่สมัยยุคเซเว่นตี้จนมาถึงทุกวันนี้
อาหารบางอย่างถ้าจะให้อร่อย บางครั้งต้องมีน้ำจิ้ม การแสดง จะอาศัยแต่บุคลิกพิเศษของตัวละครนำเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยตัวแสดงสมทบคอยชูรสให้กับหนัง
อูม่งต๊ะ…ทำหน้าที่เป็นน้ำจิ้มได้เป็นอย่างดี
เขาเคยจับคู่กับสตาร์ดังในเกาะฮ่องกงมามากมาย ไล่มาตั้งแต่ โจว หยุน ฟะ ที่รู้จักกันดีก็คงเป็นเรื่อง All About Ah Long (1989) ที่ถ่ายทำในเมืองไทยบ้านเรา, หลิว เต๋อหัว บทบาทที่เล่นกับพี่หลิวของเราในสุดยอดหนังอมตะอย่าง A Moment Of Romance (ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ) ทำให้เขาได้รับรางวัลดาราสมทบยอดเยี่ยมใน Hong Kong Film Awards 1991, ล่าสุด เขาข้ามฝั่งไปยังไต้หวันเพื่อประกบกับเจย์ โชว์ในหนังกังฟูผสมบาสเกตบอลที่ชื่อว่า Kungfu Dunk (2008)
แต่ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีทั่วทั้งฮ่องกงข้ามมาถึงฝั่งบ้านเราก็คือ การรับบทเป็นพระรองในหนังตลกของโจว ซิง ฉือ ซึ่งทำให้ทุกคนติดภาพความเป็นดาวตลกของเขาตั้งแต่เล่นหนังเรื่อง All for the Winner (คนตัดเซียน) ในปี 1990 แล้วก็เล่นคู่กันมาจนถึงเรื่อง Shaolin Soccer (2001) เขาจึงแยกตัวออกมาจากโจว ซิง ฉือ อยู่พักใหญ่
มาเมืองไทยคราวนี้ มีโอกาสได้ถามสารทุกข์สุกดิบของชายผู้นี้มาเล่าสู่กันฟัง
วันนี้เขามาพูดคุยกับเราในมาดสบายๆ ในระดับที่ว่า คุยกันเสร็จนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดด้วยกันข้างทางโดยไม่เคอะเขินแต่อย่างใด
นอกจากจะกล่าวคำว่า “สวัสดี” เหมือนกับดาราคนอื่นที่เคยมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยแล้ว อูม่งต๊ะบอกเป็นภาษาไทยอีกประโยคหนึ่งที่ก็คือ
“กินข้าว !” แหม เสียงดังอย่างกับเป็นประโยคอุทานเลยนะน้า…แสดงว่าเป็นคนรักการทานอาหารจริงๆ เพราะเห็นบอกว่า มารอบนี้จะหาชิมหูฉลามบ้านเราสักหน่อย
เห็นว่าไม่ได้ร่วมงานกับโจว ซิง ฉือ ตั้ง 8 ปีแล้ว ย่อมมีคนสงสัยว่าดาราคู่ขวัญสองคนนี้ผิดใจอะไรกันหรือเปล่า
“ก็ไม่มีอะไรครับ ตอนแรกเขาจะให้ผมไปเล่นเรื่อง Kung Fu Hustle อยู่แล้ว แต่ตอนถ่ายทำเมื่อปี 2003 โรคซาร์สกำลังระบาด ก็เลยต้องเลื่อนออกไป พอจะกลับมาถ่ายทำใหม่ ผมก็ติดเล่นหนังอีกเรื่องซะแล้ว อารมณ์เหมือนกับชายหนุ่มนัดแฟนเอาไว้แต่สาวเจ้าดันแต่งหน้านานไปหน่อยก็เลยไม่ได้ไปเที่ยวกันซะที เลยไม่ได้เล่นด้วยกัน แล้วมีอีกครั้งตอนหนังเรื่อง CJ7 ในปี 2008 เขาจะให้ผมเล่นเป็นพ่อของเด็กในเรื่อง แต่เอาไปเอามา โจว ซิง ฉือ ชอบบทนี้ เขาเลยขอเล่นเอง”
ร่วมงานกับเขามาหลายงานแล้ว คิดว่าโจวซิงฉือเป็นคนอย่างไร
“โจวซิงฉือเป็นคนมีความสามารถ ฉลาดมาก การที่เขาจะประสบความสำเร็จก็สมควรแล้ว เล่นหนังกับโจวซิงฉือ เหมือนกับการจับคู่ที่มีลักษณะพิเศษ เล่นด้วยกันแล้วประสบความสำเร็จ เพราะว่าผมกับโจวซิงฉือหล่อมากๆ (คำว่า “หล่อมากๆ” เขาพูดออกมาเป็นภาษาไทย พร้อมกับหัวเราะไปด้วย) ผู้หญิงที่ชอบผมมีเยอะ ตั้งแต่เด็ก 3 ขวบ ถึง 80 ปี เพราะว่าผมหล่อ…ล้อเล่นน่ะครับ (หัวเราะ)”
ก็ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนนี้ไม่ได้คุยกันเสียทีเดียว แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ได้เจอกับโจวซิงฉือเป็นการส่วนตัว เวลาคุยกันต้องคุยผ่านบริษัทของโจวซิงฉือ แต่หากมีบทดีๆ เข้ามาให้อูม่งต๊ะพิจารณา แล้วฤกษ์ยามของสองคนนี้ตรงกัน เราจะได้ชมผลงานพวกเขาอีกแน่
คอลัมน์ EASTERN STREET
โดย Cobori
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม