Performancing Metrics

Custom Search

ความรู้ล่าสุด

เมื่อโลกตกหลุมรัก Mr.P



Donate

ขึ้นหัวเรื่องไว้แบบนี้ หลายคนที่ไม่โปรดปรานการทอดน่องส่องมนุษย์และผลิตภัณฑ์

อินเทรนด์ใหม่ๆ ในย่านศูนย์การค้าสยามและดิเอ็มโพเรียม อันสุดฮิปของเมืองหลวงประเทศไทยละก็ คงมีคำถามในใจขึ้นมาทันทีทันใด

“Mr.P เป็นใครหรือเธอ ?”

Mr.P ก็คือความฝันเพี้ยนๆ ที่มีตัวตนจับต้องได้น่ะซี

ใครอยากเห็นรูปร่างหน้าตาชัดๆ ของ Mr.P ก็ต้องไปดูเอาเองที่ Propaganda shop บริเวณชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ หรือที่ชั้น 4 ดิเอ็มโพเรียม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์

อยากจะสะดวกขอแนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าเป็นดีที่สุด ถ้าลงที่สถานีสยามกว่าจะเดินถึงช็อปก็ต้องออกแรงสักนิดมีผลดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าขี้เกียจหน่อยลงสถานีพร้อมพงษ์ก็ตรงดิ่งเข้าเอ็มโพเรียมใกล้กว่า

สำหรับสาวกตัวจริงของพร็อพพาแกนด้าส่วนใหญ่แล้วเขานิยมไปชุมนุมกันที่สยามดิสคัฟเวอรี่ซึ่งเป็นร้านแรกดั้งเดิมมากกว่า

Mr.P เป็นหนึ่งในตำนานของร้านพร็อพพาแกนด้า ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2537 นับถึงปัจจุบันนี้ 15 ปีเต็มแล้ว เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งจัดงานฉลองวัยทีนของตัวเองด้วยนิทรรศการเก๋ไก๋ชื่อ “Crazy & stupid dream comes true” ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ตั้งแต่แรกเริ่มด้วยความสนุกสนานและฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการจนมีชื่อเสียงโด่งดังกลายเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ตำนานของพร็อพพาแกนด้านั้นยาววว… สนุกสุดเหวี่ยงและน่าศึกษาทั้งในแง่รูปแบบผลิตภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอันบรรเจิดของคนไทยแท้ๆ ที่น่าทึ่งมากจนต้องยกยอดเอาไว้เล่าต่อไป

ตอนนี้เราคุยกันแค่เรื่อง Mr.P ดีกว่า

Mr.P นั้นเป็น STUPID DREAM ของพร็อพพาแกนด้า เกิดขึ้นตอนที่ร้านมีอายุประมาณห้าหกปีแล้วด้วยฝีมือการสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์มือหนึ่งประจำร้านในปัจจุบันชื่อ “ชัยยุทธ พลายเพ็ชร” มนุษย์ผู้มีอารมณ์ขัน ทะลึ่ง ลามก เป็นพื้นฐานบวกกับทักษะขั้นเทพในงานออกแบบกราฟิกดีไซน์

ตอนนั้นชัยยุทธทำงานกราฟิกดีไซน์ให้กับบริษัทโฆษณาลีโอเบอร์เนทท์ เกิดนึกสนุกอยากจะเอาความทะลึ่งลามกของตัวเองมาบวกอารมณ์ขันพลิกแพลงทำเป็นสินค้าขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเป็นภาษาใหม่ต่างไปจากการสื่อสารเดิมๆ ด้วยการโฆษณาที่คุ้นเคย เขาใส่อารมณ์ขันแบบไทยๆ เข้าไปในงานที่เป็นสากลและออกแบบหนุ่มน้อยสุดทะลึ่งจนอาจถึงขั้นลามกชื่อ “Mr.P” ออกมาในที่สุด และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “พร็อพพาแกนด้า” สามารถยกระดับตัวเองขึ้นสู่แบรนด์ระดับโลกในทันที

Mr.P เกิดจากไอเดียบ้าๆ บอๆ บวกกับความต้องการเล่นกับด้านมืดของคนที่เป็นสากลในจักรวาลนี้ โดยไม่มีกำแพงภาษาใดๆ มาเป็นอุปสรรค เพราะด้านมืดนี้เป็นความรู้สึกภายในที่เพียงเห็นภาพเป็นสื่อก็สามารถเข้าใจได้หมดจด

Mr.P ผู้เปลือยเปล่าโล่งโจ้งไร้ผ้าผ่อนติดกาย จึงถูกนำเสนอผ่านมิติอารมณ์อันหลากหลายจากก้นบึ้งความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเซ็กซ์ ความลามก ความขี้เกียจ ความโง่ ความเจ็บปวด การถูกทัณฑ์ทรมานต่างๆ นานา แต่ไม่น่าเชื่อว่าทันทีที่ปรากฏโฉมในตลาด สินค้าคอลเล็กชั่น Mr.P ของพร็อพพาแกนด้ากลับได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตะลึงของผู้พบเห็นที่มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับหลากหลายในความน่ารักน่าชัง น่าหมั่นไส้ น่ารังเกียจของเขา

ทั้งคนรักและคนชัง Mr.P ทำสิ่งเดียวกันคือโหมกระหน่ำซื้อเขาเก็บเป็นคอลเล็กชั่นสะสมไว้ทุกชิ้น เอาไว้เรียกเสียงหัวเราะให้ตัวเองบ้าง ส่งให้คนอื่นตามนัยความหมายที่ต้องการสื่อบ้าง

Mr.P จึงกลายเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของพร็อพพาแกนด้าที่เปิดโลกและเปิดตลาดใหม่ๆ ทำให้ทุกคนยอมรับด้วยรอยยิ้ม ด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นที่แฝงด้วยรายละเอียดมากมาย ซึ่งเมื่อลงมือสัมผัสแล้วจะรับรู้ได้ทันที รายละเอียดเหล่านี้กลายเป็นกุญแจสำคัญเปิดทะลุกำแพงนำแบรนด์ไทยไปสู่ global market ได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและญี่ปุ่นที่ต้องการเสพผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง

Mr.P จึงเป็นความภูมิใจสุดๆ ของพร็อพพาแกนด้า เพราะสามารถเปลี่ยนมุมมองผลิตภัณฑ์พื้นๆ ธรรมดาจากประเทศโลกที่ 3 อย่างไทยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพิเศษได้สำเร็จ ทั้งในแง่คุณภาพของวัตถุดิบ งานออกแบบและแนวคิดที่แปลงความทะลึ่ง ลามก เป็นความน่ารักและอารมณ์ขันได้อย่างแยบยล

Mr.P กลายเป็นตัวแทนด้านมืดที่สังคมเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงแต่มันมีตัวตนอยู่ในมนุษย์ทุกคน

ดังนั้นจึงประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ทำให้เกิดลูกหลานมิสเตอร์พีตามมาอีกเป็นพรวน และในที่สุดแบรนด์ไทยก็ก้าวเข้าสู่ยุคที่ไม่มีใครคาดคิดคือ กลายเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีคนจ้องจะก๊อบปี้มากที่สุดแบรนด์หนึ่งในกลุ่มสินค้ามีดีไซน์ที่ขายกันอยู่ในตลาดโลกยามนี้

ด้วยความที่คนญี่ปุ่นคลั่งไคล้มิสเตอร์พีขนาดหนัก ประกอบกับคนยุโรปก็โปรดปรานเป็นที่สุด จีน จึงเป็นประเทศหัวหอกที่เดินหน้าก๊อบปี้สินค้าคอลเล็กชั่น Mr.P ออกมาขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะโคมไฟที่เป็นพระเอกของคอลเล็กชั่นที่ขายดีสุดๆ มาตั้งแต่เปิดตัว

สำหรับพร็อพพาแกนด้า นี่คือความสำเร็จที่แสนจะเจ็บปวด Mr.P พาพวกเขาไปถึงจุดเดียวกับที่สินค้า Hi-End จากยุโรปกำลังหวาดกลัว

โคมไฟมิสเตอร์พีของจริงมีรูปแบบเดียวคือคนเปลือยเกลี้ยงเกลามีตัวโคมเป็นส่วนศีรษะและสวิตช์เปิด-ปิดอยู่ที่ปุ่มสำคัญกลางลำตัว ส่วนของปลอมจีนเอาไปคว้านท้องใส่นาฬิกาบ้าง ทำเป็น

กรอบรูปบ้างขายราคาถูกๆ แต่เทียบคุณภาพชิ้นต่อชิ้นแล้วสาวกของพร็อพพาแกนด้าตัวจริงย่อมรู้ว่า โคมไฟมิสเตอร์พีตกไม่แตกแม้จะกระแทกพื้นอย่างแรง

สินค้าเครื่องใช้ประจำวันชุดมิสเตอร์พีผลิตขายมาได้ 7 ปีแล้ว แต่ยังขายดีและขายได้ตลอดไม่ว่าจะผลิตเป็นอะไรออกมา ทั้งที่คนปลอมก็ปลอมไป คนทำก็เจ็บกระดองใจจี๊ดๆ ไป

หรือว่านี่คือรสชาติความสำเร็จของภาวะที่โลกกำลังตกหลุมรักแบรนด์ไทยเข้าอย่างจัง ? :D

คอลัมน์ Dejavu
โดย สุมิตรา จันทร์เงา






Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.
เว็บการตลาด
โฆษณาออนไลน์,
โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
สื่อ

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>