![]() |
กันหวัด 2009
แม้ไข้หวัด 2009 จะแพร่กระจายตามโรงเรียนลามอย่างรวดเร็ว แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตกใจ หากคุณเป็นคนเข้าใจเรื่องการสวมหน้ากากและล้างมือ
น.พ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะยุทธศาสตร์และแผนในการต่อสู้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า การใส่หน้ากากอนามัยมีวัตถุประสงค์สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ใส่คาดปากและจมูกเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อออกไปในอากาศ ส่วนคนทั่วไปที่ไม่ได้ป่วยแล้วอยากใส่หน้ากากเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้ามาในตัวเองนั้นถือว่ามีประโยชน์น้อยมาก หรือเป็นเรื่องความสบายใจมากกว่า
สรุปง่ายๆ คือผู้ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยคือผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ 4 โรค ไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่, วัณโรค, ปอดบวม และอีก 2 กลุ่มที่ควรใส่หน้ากากอนามัย คือกลุ่มญาติของผู้ป่วยทั้ง 4 โรคที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งต้องอาศัยอยู่ในสถานพยาบาลที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยทั้ง 4 โรคนี้อยู่ตลอดเวลา
สำหรับสถานที่เสี่ยงต่อไวรัสแพร่กระจาย 6 อันดับแรก คือ 1.รถโดยสาร 2.เครื่องบิน 3.ห้างสรรพสินค้า 4.โรงภาพยนตร์ 5.โรงแรม 6.โรงพยาบาล
ส่วนวัตถุที่ตรวจพบเชื้อโรคมากที่สุด อันดับ 1.ที่จับรถเข็น ในซูเปอร์มาร์เก็ต 2.เมาส์เล่นคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ 3.ราวจับบนรถเมล์ 4.ลูกบิดประตูห้องน้ำ 5.ปุ่มลิฟต์ 6.ราวบันไดเลื่อน
สังเกตว่าแต่ละที่ที่ใกล้ตัวเป็นแหล่งกระจายเชื้อชั้นยอด เพราะงั้นหมั่นล้างมือไว้สบายใจ แถมป้องกันเชื้อได้อีกทาง !
รู้ทัน…ปริทันต์…
จากการสำรวจของกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเด็กอายุ 12 ปี เป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือโรคเหงือกอักเสบแล้วถึงร้อยละ 80 และกลุ่มวัยทำงานเป็นโรคนี้ถึงร้อยละ 40 และมากขึ้นถึงร้อยละ 80-90 ในผู้สูงอายุ
ปริทันต์เป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ มักไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ จึงมักมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามไปแล้ว ผู้ที่มีเหงือกอักเสบมาก อาจพบว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟัน เหงือกมีการร่นมากขึ้น ช่องว่างระหว่างฟันมีขนาดใหญ่ขึ้น ฟันเริ่มแยกจากกัน ฟันโยก เหงือกบวม เป็นๆ หายๆ มีหนอง หรือมีกลิ่นปาก
อ.ท.ญ.ดร.กนกวรรณ นิสภกุลธร อธิบายให้ฟังว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน (Dental Plaque) ซึ่งเจ้าเชื้อนี่เองที่สร้างสารพิษทำให้เหงือกอักเสบและทำลายกระดูก ระยะแรกคราบจะติดอยู่ขอบเหงือก หากทำความสะอาดออกไม่หมด แร่ธาตุในน้ำลายจะเข้ามาตกตะกอนทำให้เกิดหินปูน ยิ่งเกิดหินปูนก็จะยิ่งดึงดูดคราบจุลินทรีย์เข้ามาสะสมเพิ่มขึ้น ทำให้เหงือกอักเสบเพิ่มขึ้น ทิ้งไว้นานก็จะลุกลามไปใต้เหงือกและเกาะบนผิวรากฟัน เมื่อถูกทำลายมากเข้าฟันจะเริ่มโยกและอาจต้องถอนฟันทิ้งในที่สุด
งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุด้วยว่า โรคนี้นอกจากทำให้เกิดการสูญเสียฟันแล้ว การติดเชื้อเรื้อรังในช่องปากทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า ทำให้คนไข้เบาหวานควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ยาก และในหญิงมีครรภ์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดด้วย
แปรงฟันอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่รักษาความสะอาดในช่องปาก นอกจากฟันสวยแล้วยังสามารถเลี่ยงความเสี่ยงภัยสุขภาพด้านอื่นๆ ด้วย
เคล็ดลับปากสะอาด
เก็บมาจากงาน “ครอบครัวสุขสันต์ รู้ทันโรคเหงือก” คลินิกทันตกรรมอัศวานันท์แนะนำวิธีทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี
การแปรงฟัน ให้วางแปรงที่ขอบเหงือก โดยเอียงปลายขนแปรงไปที่เหงือก ฟันบนให้หงายแปรงขึ้น ส่วนฟันล่างให้คว่ำแปรงลง กดขนแปรงลงที่เหงือกเล็กน้อย ถูขนแปรงในแนวนอนโดยขยับสั้นๆ ไปมา 10 ครั้ง แล้วปัดออก ฟันบนปัดลง ฟันล่างปัดขึ้น แปรงซ้ำที่เดิม 2 ครั้ง แล้วค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ จนทั่วทั้งปาก แปรงฟันให้ครบทุกด้าน อย่าลืมแปรงลิ้นเบาๆ ด้วย
เคล็ดลับเล็กๆ อยู่ตอนการขยับแปรงในแนวนอน ให้ขยับสั้นมากๆ (ประมาณ 1 มิลลิเมตร) คล้ายกับการสั่นแปรง เพื่อให้ปลายขนแปรงแทรกไปทำความสะอาดร่องเหงือก การถูแปรงยาวๆ หรือถูแรงจนเกินไปจะทำให้เหงือกร่นได้
การใช้ไหมขัดฟัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญเพื่อการทำความสะอาดได้ทั่วถึง ควรทำระหว่างฟันทุกซี่และเป็นประจำ ทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งที่เศษอาหารติดอยู่เท่านั้น โดยใช้ความยาวไหมประมาณ 1 ฟุต สอดไหมเข้าไประหว่างฟันแล้วถูเบาๆ แบบโอบไปทั้งซ้ายและขวา สามารถสอดไหมลงไปใต้เหงือกเล็กน้อยโดยที่ไม่เจ็บ
มะเร็ง…มาแรง !
มะเร็งสาเหตุการเสียชีวิตที่มีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ได้แก่มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก
ส่วนใหญ่พบมากในช่วงอายุ 45-50 ปีขึ้นไป มะเร็งที่พบมากในเพศชาย ได้แก่มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ และคาดว่าเพศชายจะพบมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น ส่วนมะเร็งที่พบมากในเพศหญิง ได้แก่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับ นอกจากนี้ คาดว่าเพศหญิงจะพบมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้นด้วย
โอกาสในการรักษาให้หายขาด ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และชนิดของมะเร็ง ปัญหาคือคนไข้ส่วนมากมักจะตรวจพบเมื่อมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามมากกว่า 80-90%
รายงานระบุว่า การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดมะเร็ง สามารถทำให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งความเสี่ยงไม่ได้มีเฉพาะตัวผู้สูบเท่านั้น ผู้สูบบุหรี่มือสอง (Second Hand Smoker) โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในบ้านก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งพบว่าเด็กทุก 10 คน มี 5 คนที่เป็นผู้สูบบุหรี่มือสอง โดยมากกว่าร้อยละ 50 จะเกิดขึ้นในบ้าน ส่วนการดื่มสุราจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งช่องปาก โดยจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นหากสูบบุหรี่ร่วมด้วย
มะเร็งอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว สนใจรับฟังเสวนาฟรี ! เรื่อง “มะเร็งไม่ร้ายอย่างที่คิด…ไม่เป็นก็ได้…เป็นก็หาย” ในงาน มติชน เฮลท์แคร์ วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์
คอลัมน์ HEALTH
โดย ศริน
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม