![]() |
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคง ขับเคลื่อนการเมืองแบบหลายทาง เพื่อหวังผล 2 ต่อ ในหมากกระดานอำนาจ
ต่อที่หนึ่ง ปั่นกะเพื่อชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคเสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล สมัยหน้า และต่อที่สอง ให้เครือข่ายคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวเพื่อเปิดทางให้ “ทักษิณ” กลับเมืองไทย โดยปราศจาก “คดี” ด้วยการ “ถวายฎีกา” ทั้ง “โฟนอิน” บนเวทีเสื้อแดง สายตรงถึงผู้สมัครตัวต่อตัว และยัง “ต่อสาย” ถึงพวกนักการเมือง “ขาใหญ่” ในบ้านเลขที่ 111 ที่กระจัดกระจายอยู่ในพรรครัฐบาล
ศูนย์กลางของขบวนการเคลื่อนไหว เพื่อต่อสู้ให้ชนะ 2 ต่อ ถูกปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จาก “ศูนย์พรรค” ไปเป็น “เวทีเสื้อแดง” แต่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับทฤษฎี “ขับเคลื่อนหลายทาง” เพื่อไปสู่เป้าหมาย ถูกทดสอบและ วัดผลได้แล้วใน 2 จังหวัด ที่มีการเลือกตั้งซ่อมทั้ง จ.สกลนครและศรีสะเกษ
มาร์เก็ตแชร์ที่พรรคเพื่อไทยได้เพิ่ม จนชนะ เฉพาะ 2 จังหวัด ได้เกือบ 3 แสนคะแนน ที่โหวตให้กับนายพิทักษ์ จันทศรี 63,034 คะแนน ใน จ.สกลนคร และโหวตนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ในพื้นที่ศรีสะเกษ อีก 124,327 คะแนน ทำให้ “ราคา” ต่อรอง ส.ส.อีสานพลิกผัน ชั่วข้ามคืน พรรค “หุ้นปั่น” ที่เคยสร้างราคาขาย “ล่วงหน้า” ในสนามอีสาน เพื่อเบียดแทรก “เพื่อไทย” เข้าสภาผู้แทน-ล้างอาถรรพ์จาก “ทักษิณ” จึงราคาร่วงหล่น ติดฟลอร์
![]() |
ชัยชนะ 2 พื้นที่ในเขต “สีแดง” ในช่วง 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง ทำให้กระดานการเมืองปั่นป่วนไปทั่วทุกพรรค ทั้งในขั้วฝ่ายค้าน และโหนให้ 5 พรรคร่วมรัฐบาลต้อง ประหวั่นพรั่นพรึง
ทั้งบรรดาผู้มีบารมีในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) อย่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หรือนายพินิจ จารุสมบัติ- ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน (ผด.) แม้กระทั่งบรรหาร ศิลปอาชา ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา ต้องตกตะลึง
มิพักต้องพูดถึง เนวิน ชิดชอบ”ผู้ก่อตั้ง” พรรคภูมิใจไทย ที่ลงสนามแข่งด้วยตัวเอง และได้บทเรียนมาแล้วทั้ง 2 สนาม ต้องถอยมาตั้งหลัก
การบริหารจัดการอำนาจและการบริหาร “คนการเมือง” จึงถูกส่งสัญญาณจากเครือข่าย “ทักษิณ” เพื่อเปลี่ยนแปลง “ราคา” ทั้งกระดาน
ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยที่เตรียมตัวย้ายพรรคไปสังกัดพรรคหุ้นปั่น-แต่งตัวใหม่-ภูมิใจไทยต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย เพื่อรอจังหวะ-กระแสใหม่-ราคาใหม่
![]() |
ตรงกันข้าม ส.ส.ในฝ่ายรัฐบาลบางคน ที่อาจแอบปันใจไปถือหุ้นเพื่อไทย ไว้ล่วงหน้า
ที่สำคัญ หากการตอกย้ำแบรนด์ “ทักษิณ” โดยใช้คนในตระกูล “ชินวัตร” ทั้ง “เยาวเรศ-พายัพ-ยิ่งลักษณ์” และเครือข่าย จะยิ่งสร้างราคา-ปั่นกระแสให้ “หุ้นเพื่อไทย” ทะยานขึ้นติดเพดาน ยกแผง
หากมีทีเด็ด-ทีขาด-เพลี่ยงพล้ำ ก็ยังมี “คุณหญิงอ้อ” และ “พานทองแท้” เป็นอาวุธลับ ที่ปล่อยขึ้นเวทีเมื่อไรรับรองราคาล่วงหน้า-สามารถทำกำไร-เป็นกอบเป็นกำ
แม้กระทั่งญาติผู้พี่อย่าง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ยังออกหน้ามาแสดงพลัง สนับสนุนขอพระราชทานอภัยโทษ ให้มีการยื่นถวายฎีกายามน้ำขึ้น
ทำให้ “แกน” ของแนวร่วมระดับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในหัวโขน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องขยับตาม ไม่คัดค้าน-ขัดขวางเรื่องถวายฎีกา แต่ให้เป็นไปตามน้ำในนาม “ส่วนบุคคล”
ชัยชนะและจังหวะก้าว-จังหวะคิด ของ “ทักษิณ” ทำให้เกิด “เดดล็อก” ส.ส.ทั่วทั้งกระดานต้อง “หยุดนิ่ง” อยู่กับที่
โดยมีคำประกาศอย่างไม่เป็นทางการข้ามฟ้ามาจากดูไบ-ทะเลทรายที่ร้อนระอุ ส่งสัญญาณจากนี้ไปอีกไม่กี่วันจะมีการ เป่านกหวีดประกาศ “ราคากลาง” หาก ส.ส.จะไป-ใครจะอยู่ จะต้องรีบเข้ารายงานตัว ตามวัน-เวลาที่กำหนด เพื่อปรับฐานกระดานอำนาจ
หากพ้นจากวันที่กำหนด ก็ต้องไปอยู่ขั้วตรงกันข้าม และเตรียมตัวสู้กับ “ทักษิณและพวก”
ที่สำคัญ หากต้องการได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาผู้แทนสมัยหน้าต้องอยู่นิ่งๆ ในพรรค โดยไม่ต้องตั้ง คำถามว่าใครคือหัวหน้าพรรคตัวจริง
แม้ระหว่างนี้จะมี “หัวหลอก”ปล่อยชื่อ “มนูญกฤต รูปขจร” และตัวละครลวงอย่าง “พัลลภ ปิ่นมณี” โดยมี “เฉลิม อยู่บำรุง” เป็นตัวพราง
สุดท้ายการตัดสินใจให้ใครขึ้นเป็น “หัวจริง” ย่อมต้องเป็นไปตาม “โผ” ที่มาจาก “ดูไบ” เท่านั้น
ทั่วทั้งตลาดการเมืองจึงให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “หุ้นเพื่อไทย” ยังสามารถสร้างราคาให้มีความแข็งแกร่งทั้งเครือข่าย-แบรนด์-ความได้เปรียบ ด้านต้นทุนและกระแสเงินสดที่ดีกว่าคู่แข่ง
เจ้าของหุ้น-พรรคเพื่อไทยจึงคงยังรักษาความสามารถในการจ่าย “ปันผล” ได้มากกว่าพรรคอื่น
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.










ความรู้ยอดนิยม