อวัยวะหนึ่งที่น่าสงสารที่สุดในร่างกาย นั่นคือเท้า
ทราบหรือไม่ว่า…ตลอดชีวิตของคนคนหนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เท้าเดินอยู่ที่ประมาณ 184,000 กิโลเมตร หรือ 4 เท่า ของระยะทางรอบโลก
นั่นเท่ากับว่า เท้าของคนเราจะต้องเป็นอวัยวะที่ทนทานแข็งแรงมากที่สุด
ธรรมชาติสร้างให้เท้ามีโครงสร้างทั้งหมด คือมีกระดูก 26 ชิ้น 38 ข้อ กล้ามเนื้อ 31 มัด เส้นเอ็น 107 เส้น ที่โยงใยยึดเหนี่ยวกัน ที่ทำหน้าที่อันหนักหน่วงในการรับน้ำหนักของร่างกายที่จะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นอีก 1.4-1.6 เท่าในเวลาเดิน และเพิ่มมากขึ้นเป็น 3-5 เท่าในขณะที่เราวิ่ง
ดังนั้นสิ่งที่จะมาเป็นตัวช่วยให้กับเท้าได้ดีที่สุดนั้นก็คือรองเท้า
ปัจจุบัน รองเท้ามีให้เลือกหาซื้อ เลือกใช้อยู่มากมายหลากหลายรูปแบบ หลากหลายรูปทรง มีตั้งแต่ราคาสูงลิบลิ่ว ไปจนถึงราคาถูกติดดิน ที่หลายคนนิยมซื้อใส่ตามแฟชั่น
แต่ไม่ว่าจะถูกหรือแพงอย่างไร สิ่งที่ต้องคำนึงให้มากที่สุดนั้นอยู่ที่ความสบายและ เหมาะกับเท้าอย่างยิ่ง เพราะเมื่อไรที่เท้าอยู่ในพื้นที่ไม่สบาย เช่น อยู่ในรองเท้าคับ อยู่บนรองเท้าส้นสูง หรืออยู่ในรองเท้าที่รองรับได้ไม่เต็มที่ ก็อาจส่งผลเสียให้กับเท้าและร่างกายได้หลายอย่าง ทั้งเส้นเลือดขอด เป็นตาปลา ปวดในส่วนต่างๆ ตั้งแต่เท้า น่อง สะโพก ก้น เอว หลัง ไหล่ บ่า ยิ่งไปกว่านั้นมีการพบว่าการใส่รองเท้าคับยังสร้างความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและโรคต่างๆ ได้อีกมากมาย
แม้รองเท้าจะมีส่วนทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ […]
Share on Facebook
เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่พยายามหยิบผ้าไทยมาใส่ดีไซน์ เพื่อหลีกหนีจากภาพลักษณ์เดิมๆ ที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจตรงกันว่า ผ้าไทยนั้นตัดแบบไหนคนสวมใส่ก็แลดูสูงวัย !
switch (สวิตช์) เป็นแบรนด์ไทยที่พยายามลบคำปรามาสนั้น และครั้งนี้ไม่ได้ทำเล่นๆเพียงแค่ขายไอเดียเท่านั้น เพราะว่าทำโดยบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำ ของไทย ที่ก้าวเข้ามาจุดประกายไอเดียนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ที่มาของแบรนด์ switch (สวิตช์) ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทมีแนวความคิดอยากส่งออกเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ของเราเอง เพราะที่ผ่านส่วนใหญ่ เรามีแต่นำแบรนด์ต่างประเทศมาพัฒนา ทั้งด้านดีไซน์และขยายตลาดในไทยจนเติบโต
“แต่พอมีความคิดว่าอยากจะส่งออก ก็ต้องคิดต่ออีกว่า แล้วเราจะเอาไปขายอะไร แบบไหน จะเอาดีไซน์ตะวันตก ไปขายคนตะวันตกหรือ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสที่จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวยุโรปก็คงจะยาก เพราะในเรื่องของแฟชั่นแล้ว ต้องยอมรับว่า เขาเหนือชั้นกว่า ก้าวไกลกว่า…” ปณิธานกล่าวและว่า
พอความคิดพื้นฐานเป็นแบบนี้ จึงเกิดแนวคิดใหม่ว่า เราน่าจะขายความเป็นตะวันออก หรือความเป็นไทยผสมกับไลฟ์สไตล์ของฝั่งยุโรป เรียกว่า เป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ ระหว่าง รสนิยม เทรนด์ ความชอบของเขา ผสานกับวัตถุดิบสไตล์ไทย
จึงกลายเป็นที่มาของ switch แบรนด์ไทยที่มีคอนเซ็ปต์ นำผ้าไทยหลากชนิด มาดีไซน์แปลงโฉมใหม่ ให้ดูโมเดิร์น ทันสมัย และที่สำคัญต้อง ไม่แก่ […]
Share on Facebook
ทุก 1 คู่ ใน 5 คู่ ที่จดทะเบียนสมรสจะจดทะเบียนหย่า…
ใน 20 ล้านคู่ มีเพียง 2.4 แสนคู่ หรือเพียง 12% เท่านั้นที่มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น…
ในทุกชั่วโมงจะมีคู่ที่หย่ากัน 10 คู่…
นี่เป็นสถิติของการหย่าร้างในไทย ที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มของการหย่าร้างเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว สถิติเหล่านี้กำลังสะท้อนภาพบางอย่างของสังคมไทย ที่ไม่ได้เพียงบอกว่าการหย่ากลายเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นหมายถึงทัศนคติของการครองคู่ในสังคมที่เรียกได้ว่ามีปัญหา
สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่สามีภรรยาที่ต้องเดินแยกทางกัน แต่ปัญหากลับจะไปตกที่ลูก ซึ่งจะต้องกลายเป็นเด็กบ้านแตก และเติบโตมาด้วยความพร่องทางใจ จากการที่ไม่มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นเช่นปกติ
คล้ายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกประเทศที่มีอัตราการหย่าร้างสูงๆ อย่างในสหรัฐอเมริกา ที่ถ้าดูจากสถิติจะเห็นว่าทุกวันนี้ คนอเมริกันมีอัตราการหย่าร้างถึง 60-70% การหย่าร้างในสหรัฐอเมริกาจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าปกติ จนบทสนทนาเรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา
“ไจน่าเรน คิสซูน” หนุ่มชาวอเมริกันก็คิดแบบนั้น ถ้าไม่ได้ฟังเรื่องราวการหย่าร้างจากปากลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ที่รู้สึกเจ็บปวด
และไม่รู้จะจัดการชีวิตอย่างไรจากการหย่า ทำให้เขาตั้งคำถาม บางอย่างกับตัวเองว่า แล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้การเดินแยกทางระหว่างคน 2 คนเป็นไปได้ด้วยดี และมีความเครียดที่ลดลง
คำถามนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน เริ่มต้นธุรกิจบนเว็บไซต์ที่ชื่อ Our Family Wizard.com ที่กล่าวแบบย่อๆ บริการในเว็บไซต์นี้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการคู่ที่แยกทางกัน ให้สามารถสื่อสารและจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องทำร่วมกันได้ดีขึ้น
เพราะการที่คน […]
Share on Facebook
คราวที่แล้วได้นำเสนอการปฏิบัติ 10 ประการที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อผลสำเร็จในการดำเนินการจัดการความรู้ เน้นที่การปฏิบัติที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในหน่วยราชการไป 4 ข้อ ครั้งนี้ขอต่อในวิบัติที่ 5 การไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงภายนอก
ที่จริงไม่มีบุคคลใดหรือหน่วยงานใดที่ไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม หรือในสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ แต่ในหน่วยราชการส่วนใหญ่ การรับรู้นั้นอยู่ในลักษณะ “ตั้งอยู่ในความประมาท” คือ ไม่ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมีผลกระทบต่อตนหรือหน่วยงานของตนไม่โดยตรงก็โดยอ้อม ท่านที่อ่านหนังสือ Who Moved My Cheese ? จะเข้าใจประเด็นนี้ดี
หน่วยราชการอยู่ในสภาพ “ไม่มีวันเจ๊ง” จึงไม่คุ้นเคยกับการขวนขวายปรับตัว ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่ในเวลานี้รัฐบาลได้ใส่เงื่อนไขต่างๆ เข้าไปกระตุ้นให้หน่วยราชการและข้าราชการต้องตื่นตัว ทำงานในลักษณะที่จะต้อง “รับมือ” ต่อการเปลี่ยนแปลงหรือแรงบีบคั้นจากภายนอก การกำหนดให้หน่วยราชการต้องดำเนินการจัดการความรู้และพัฒนาไปเป็นองค์การเรียนรู้ ก็เป็นการสร้างเงื่อนไขอย่างหนึ่ง
หน่วยราชการที่ผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการในองค์การยังคงตั้งอยู่ในความประมาทดังกล่าวจะไม่เกิดการจัดการความรู้ที่เป็น “ของจริง” หรือ “ของแท้”
วิบัติที่ 6 ไม่คิดพึ่งตนเองในด้านความรู้
หน่วยราชการต่างๆ อยู่ในสภาพ “พึ่งพาความรู้จากภายนอก” จนเคยชิน
กล่าวคือทำงานตาม “ความรู้” ที่กำหนดไว้ในกฎระเบียบอย่างชัดเจนตายตัว และกฎระเบียบเหล่านั้นก็กำหนดมาจากหน่วยงานภายนอกหรือหน่วยเหนือ หน่วยราชการส่วนใหญ่จึงถือว่าตนเองเป็น “หน่วยปฏิบัติ” ทำหน้าที่ปฏิบัติงานตามที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ “หน่วยสร้างความรู้” เพราะคิดว่าหน่วยสร้างความรู้คือหน่วยวิชาการ จึงขาดทั้งแนวความคิดและทักษะในการสร้างความรู้ขึ้นใช้เองในงานของตน ข้าราชการที่อยู่ในสภาพนี้นานๆ ก็จะ “เป็นง่อยทางปัญญา”
คำว่าปัญญาในที่นี้หมายถึง “ปัญญาปฏิบัติ” คือปัญญาที่ได้จากการปฏิบัติงาน […]
Share on Facebook
การบริหารจัดการคนเก่งคือ การกำหนดขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์ในปัจจุบันและอนาคตขององค์กร เพื่อลงมือดำเนินกลยุทธ์แบบครอบคลุมและบูรณาการในการดึงดูด พัฒนา รักษา และส่งมอบผู้ที่เหมาะสมกับงานและมีขีดความสามารถที่องค์กรต้องการได้อย่างถูกที่ถูกเวลา
ความหมายดังกล่าวมีใจความหลักอยู่ที่การบูรณาการและความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของและส่วนหนึ่งขององค์กร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นศูนย์การวางแผนและการบริหาร แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงปัจจัยเดียวที่จะทำให้การบริหารจัดการ คนเก่งนั้นประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดเป็นอันดับต้นๆ คือผู้บริหารในระดับสูงและซีอีโอทุกท่านจะต้องเข้าใจ และลงมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์และลงมือปฏิบัติจริงด้วย อันได้แก่
1.ระบุคุณลักษณะของคนเก่งที่องค์กรต้องการ : สร้างแผนที่สำหรับคนเก่ง
ขั้นตอนแรกนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการการบริหารจัดการคนเก่ง และมักจะเป็นขั้นตอนที่ได้รับความใส่ใจน้อยที่สุด
สำหรับกระบวนการของการคัดสรร คนเก่งนั้น จำเป็นที่จะต้องผ่านการเก็บข้อมูลจากลูกค้า ซีอีโอ และหัวหน้าหน่วยธุรกิจต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม และเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งผลลัพธ์ในการประเมินผ่านข้อมูลต่างๆ นั้นจะ ถูกใช้เพื่อกำหนดแผนที่สำหรับคนเก่ง โดยจะเชื่อมโยงไปถึงการสรรหาว่าจ้าง การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพ และแผนการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล รวมไปถึงกำหนดกรอบของผลตอบแทนต่างๆ เพื่อรักษาคนเก่ง การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง เพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนาไปจนถึงการดำเนินตามวงจรเชิงกลยุทธ์ขององค์กรโดยสมบูรณ์
2.การกำหนดกลยุทธ์สำหรับการประเมินและพัฒนาคนเก่ง
การกำหนดกลยุทธ์ในที่นี้คือการกำหนดทั้งในระยะสั้นและยาวเพื่อใช้ในการวางขั้นตอนของการประเมินและจัดหารูปแบบการพัฒนาให้สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของคนเก่งมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ โดยผู้บริการในระดับสูงจำเป็นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันและกำหนดกรอบกลยุทธ์ ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆ เหล่านั้นจำเป็นที่ต้องเข้าใจได้ง่าย และสามารถนำมาปฏิบัติจริงได้
หากองค์กรได้มีการกำหนดกลยุทธ์สำหรับการประเมินและพัฒนาคนเก่งแล้ว เพียงแค่ใช้เครื่องมือวัดที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะสามารถกำหนดทิศทางและศักยภาพของคนเก่งได้ตรงตามจุดของแผนที่คนเก่งที่ได้ระบุไว้ข้างต้น แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดได้มาอย่างง่ายดาย และการวัดคนเก่งแท้จริงแล้วต้องขึ้นอยู่กับ 2 แง่มุมคือ ผลการปฏิบัติงานในปัจจุบันและศักยภาพในอนาคต
การประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งในปัจจุบันและอนาคตจะช่วยให้ท่านจัดประเภทพนักงานลงในแมทริกซ์คนเก่งกล่อง 9 ใบ (ตามตาราง) กล่องนี้จะช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจและกลยุทธ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตาม 8 ขั้นตอนสำคัญที่องค์กรต้องรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวเกี่ยวกับการประเมินและบริหารคนเก่งคือ
1.ต้องสร้างให้การประเมินมีความน่าเชื่อถือ คือการทำให้มั่นใจว่าท่านกำลังวัด สิ่งที่ถูกต้องอยู่ ซึ่งแผนที่สำหรับคนเก่งนั้นนับได้ว่าเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง
2.คุณภาพของระบบการจัดการผลการปฏิบัติงานสามารถมีได้หลากหลายแบบ บริษัทที่ใหญ่และประสบความสำเร็จยังอาจมีระบบการจัดการผลการปฏิบัติงาน (performance management […]
Share on Facebook
ถ้าจะกล่าวแบบรวบรัดถึง “แจ็ก เวลช์” คำว่าซีอีโอระดับตำนานของโลก น่าจะเป็นบทสรุปได้ดี โดยเฉพาะผลงานที่เขาเคยฝากไว้จากการนำพาองค์กรอย่าง “จีอี” ให้ก้าวหน้าแข็งแกร่งและก้าวผ่านจากอุตสาหกรรมการผลิตมาเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการที่มีตลาดค่อนโลกและกลายมาเป็นองค์กรที่สามารถสร้างรายได้เหยียบระดับหลักแสนล้านเหรียญในปัจจุบัน
จนทำให้เขาเคยได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดซีอีโอดีเด่นในรอบร้อยปี
ที่ผ่านมา “เวลช์” ยังมีผลงานที่ได้รับการยอมรับผ่านการเขียนหนังสือด้านการบริหารจัดการออกมาหลายเล่ม อาทิ Straight From the Gult ซึ่งเป็นบันทึกประสบการณ์การทำงานตลอดชีวิตของเขาที่มียอดขายทั่วโลกเกินกว่า 3 ล้านเล่ม หรือหนังสือที่ขายดีอย่าง Winning ที่พูดถึงหลักการของการเป็นผู้นำที่ดี ฯลฯ
การประกาศที่จะเปิดหลักสูตร “เอ็มบีเอ” ในฉบับของตัวเองเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา จึงน่าสนใจและได้รับการจับตายิ่ง
เพราะอย่างที่รู้กันว่า ในสไตล์ของเขาไม่เคยทำอะไรตามคนอื่น หรืออะไรที่ดูใกล้เคียงกับคำว่าธรรมดา ดูอย่างเมื่อตอนที่เขารับหน้าที่บริหารจีอี เขาถือเป็นผู้บริหารที่เอาพนักงานออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์จนได้รับฉายา Neutron Jack จากจำนวนตัวเลขพนักงานจำนวน 411,000 คน ช่วงปี 1980 ลดลงไปเกือบครึ่งใน 5 ปีต่อมา และยังคงลดลงเรื่อยๆ จากแนวคิดการแบ่งเกรดพนักงานเป็นระดับ A B C ซึ่งกลุ่มหลังถูกย้ายออกไปเพื่อให้เกิดผลดีกับบริษัทและตัวพนักงานเอง
หลักสูตรที่ “เวลช์” กำลังจะเปิดสอนในเร็วๆ นี้ ภายใต้ชื่อ “สถาบันบริหารจัดการแจ็ก เวลช์” (Jack Welch […]
Share on Facebook
ชมวิดีโอการซ้อมครั้งสุดท้ายของราชาเพลงป็อป ไมเคิล แจ็คสัน 2 วัน ก่อนเสียชีวิต เผยแพร่โดย AEG Live
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานข่าว AEG Live บริษัทผู้จัดคอนเสิร์ต เผยแพร่ภาพวิดีโอบันทึกการซ้อมบนเวที ที่สเตปเปิ้ล เซนเตอร์ ในลอสแอนเจลิส ของ ไมเคิล แจ็คสัน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลา 2 วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต โดยภาพวิดีโอที่ถูกเผยแพร่เป็นช่วงเวลาไม่กี่นาที ขณะที่ ไมเคิล กำลังร้องเพลงและเต้น They Don’t Care About Us
Share on Facebook
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม