![]() |
ทุก 1 คู่ ใน 5 คู่ ที่จดทะเบียนสมรสจะจดทะเบียนหย่า…
ใน 20 ล้านคู่ มีเพียง 2.4 แสนคู่ หรือเพียง 12% เท่านั้นที่มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น…
ในทุกชั่วโมงจะมีคู่ที่หย่ากัน 10 คู่…
นี่เป็นสถิติของการหย่าร้างในไทย ที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มของการหย่าร้างเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว สถิติเหล่านี้กำลังสะท้อนภาพบางอย่างของสังคมไทย ที่ไม่ได้เพียงบอกว่าการหย่ากลายเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นหมายถึงทัศนคติของการครองคู่ในสังคมที่เรียกได้ว่ามีปัญหา
สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่สามีภรรยาที่ต้องเดินแยกทางกัน แต่ปัญหากลับจะไปตกที่ลูก ซึ่งจะต้องกลายเป็นเด็กบ้านแตก และเติบโตมาด้วยความพร่องทางใจ จากการที่ไม่มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นเช่นปกติ
คล้ายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกประเทศที่มีอัตราการหย่าร้างสูงๆ อย่างในสหรัฐอเมริกา ที่ถ้าดูจากสถิติจะเห็นว่าทุกวันนี้ คนอเมริกันมีอัตราการหย่าร้างถึง 60-70% การหย่าร้างในสหรัฐอเมริกาจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าปกติ จนบทสนทนาเรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา
“ไจน่าเรน คิสซูน” หนุ่มชาวอเมริกันก็คิดแบบนั้น ถ้าไม่ได้ฟังเรื่องราวการหย่าร้างจากปากลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ที่รู้สึกเจ็บปวด
และไม่รู้จะจัดการชีวิตอย่างไรจากการหย่า ทำให้เขาตั้งคำถาม บางอย่างกับตัวเองว่า แล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้การเดินแยกทางระหว่างคน 2 คนเป็นไปได้ด้วยดี และมีความเครียดที่ลดลง
คำถามนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน เริ่มต้นธุรกิจบนเว็บไซต์ที่ชื่อ Our Family Wizard.com ที่กล่าวแบบย่อๆ บริการในเว็บไซต์นี้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการคู่ที่แยกทางกัน ให้สามารถสื่อสารและจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องทำร่วมกันได้ดีขึ้น
เพราะการที่คน 2 คนตัดสินใจแยกทางเดินกัน ไม่ได้
หมายความว่าไม่มีเรื่องที่พวกเขาทั้งคู่จะต้องทำร่วมกันต่อไปอีก โดยเฉพาะคู่ที่มีลูก เว็บไซต์นี้จึงเป็นช่องทางสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเวลา ที่แต่ละคนจะใช้กับลูก การนัดไปเที่ยวเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูกบ้าง การจัดการทางการเงิน การจัดการเรื่องโรงเรียน
“การที่คน 2 คนที่แยกทางกันจะมาพูดคุยกันดีๆ ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์กล่าว
อดีตสามีคนหนึ่งที่ใช้บริการเว็บไซต์นี้เล่าไว้ว่า การมีเว็บบอร์ดที่ฝากข้อความถึงกัน การมีตารางในการดูแลลูกแต่ละเดือน ข้อมูลทางการเงิน ที่สามารถสื่อสารกับอดีตภรรยาได้ผ่านเว็บไซต์ ทำให้ปัญหาทางการสื่อสารระหว่างเขาและอดีตภรรยาลดลง
“ผมไม่ต้องมานั่งฟังเธอบ่นและแสดงอารมณ์ความคิดเห็น แต่ในเว็บไซต์นี้เราจะสื่อสารกันในเรื่องของเนื้อหาที่เราต้องการสื่อสารที่เกี่ยวกับลูกเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับการคุยกันทางโทรศัพท์ที่ทำให้เราไปสนใจกับเรื่องของอารมณ์มากกว่าเนื้อหาที่เราจะคุยกันจริงๆ”
สิ่งที่เขาพูดเป็นเสมือนหัวใจของเว็บไซต์ ซึ่งสารพัดเครื่องมือในการบริหารจัดการต่างๆ ที่ทำขึ้นเพื่อจะทำให้เด็กได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการหย่าร้าง แม้จะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่ในชีวิตเด็กๆ ก็ควรจะมีโอกาสได้คุยกับพ่อหรือแม่ที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน มีโอกาสไปใช้เวลาด้วยกัน ที่สำคัญนี่เป็นพื้นที่ที่พวกเขาจะได้สื่อสารกับพ่อแม่ผ่านเว็บบอร์ดได้เสมอโดยไม่รู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรไป
ปัจจุบันเว็บไซต์นี้มีสมาชิกที่ใช้บริการจำนวนกว่า 5,000 คนที่ลงทะเบียนใช้งานมาจากทั่วสหรัฐอเมริกา และอีก 17 ประเทศทั่วโลก โดยเว็บไซต์คิดค่าบริการกับสมาชิก 99 เหรียญสหรัฐต่อปี ถ้าคิดเป็นเดือนก็ตกเดือนละประมาณ 8-9 เหรียญ
ราคาที่ต้องจ่ายเพียงเท่านี้จึงเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กๆ และดูเหมือนว่าไอเดียธุรกิจนี้ไม่เพียงแต่ทำเงิน แต่ยังช่วยสังคมได้ในทางอ้อม ก็เก๋ไม่หยอก ถ้าจะมีใครลอง C&D ธุรกิจแบบนี้ในบ้านเรา ที่แนวโน้มการหย่าสะท้อนให้เราเห็นว่าตลาดมีความต้องการ
แม้การบริหารจัดการหลังการหย่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้พยายามที่จะลงมือทำอะไร เพราะไม่ว่าอย่างไร ในชีวิตครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการจะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งเติบโตไปในทิศทางที่ดี
คอลัมน์ Biz Oops !
โดย Why U Why
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.








ความรู้ยอดนิยม