![]() |
เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่พยายามหยิบผ้าไทยมาใส่ดีไซน์ เพื่อหลีกหนีจากภาพลักษณ์เดิมๆ ที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจตรงกันว่า ผ้าไทยนั้นตัดแบบไหนคนสวมใส่ก็แลดูสูงวัย !
switch (สวิตช์) เป็นแบรนด์ไทยที่พยายามลบคำปรามาสนั้น และครั้งนี้ไม่ได้ทำเล่นๆเพียงแค่ขายไอเดียเท่านั้น เพราะว่าทำโดยบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำ ของไทย ที่ก้าวเข้ามาจุดประกายไอเดียนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ที่มาของแบรนด์ switch (สวิตช์) ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทมีแนวความคิดอยากส่งออกเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ของเราเอง เพราะที่ผ่านส่วนใหญ่ เรามีแต่นำแบรนด์ต่างประเทศมาพัฒนา ทั้งด้านดีไซน์และขยายตลาดในไทยจนเติบโต
“แต่พอมีความคิดว่าอยากจะส่งออก ก็ต้องคิดต่ออีกว่า แล้วเราจะเอาไปขายอะไร แบบไหน จะเอาดีไซน์ตะวันตก ไปขายคนตะวันตกหรือ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสที่จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวยุโรปก็คงจะยาก เพราะในเรื่องของแฟชั่นแล้ว ต้องยอมรับว่า เขาเหนือชั้นกว่า ก้าวไกลกว่า…” ปณิธานกล่าวและว่า
![]() |
พอความคิดพื้นฐานเป็นแบบนี้ จึงเกิดแนวคิดใหม่ว่า เราน่าจะขายความเป็นตะวันออก หรือความเป็นไทยผสมกับไลฟ์สไตล์ของฝั่งยุโรป เรียกว่า เป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ ระหว่าง รสนิยม เทรนด์ ความชอบของเขา ผสานกับวัตถุดิบสไตล์ไทย
จึงกลายเป็นที่มาของ switch แบรนด์ไทยที่มีคอนเซ็ปต์ นำผ้าไทยหลากชนิด มาดีไซน์แปลงโฉมใหม่ ให้ดูโมเดิร์น ทันสมัย และที่สำคัญต้อง ไม่แก่ !
“ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ผ้าไทยมีข้อจำกัดมากในเรื่องการออกแบบเพื่อสวมใส่ ที่ส่วนใหญ่แบบที่ตัดออกมาวางขายในตลาด ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า ผ้าไทยเหมาะสำหรับคนสูงวัย หรือคนที่ต้องการใส่แล้วดูภูมิฐาน เพราะไม่ว่าจะดีไซน์แบบไหนก็ตาม ส่วนใหญ่ก็จะดูแก่ ทำให้ผ้าไทยจึงมีข้อจำกัดโดยปริยาย ว่าคนใส่นั้นจะต้องมีอายุเท่านั้น ส่วนคนวัยรุ่น วัยทำงาน ใส่ไม่ได้เพราะไม่อยากแก่ เราจึงต้องการลดข้อจำกัดนี้ด้วย คือ นำมาดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้นให้เด็กวัยรุ่น วัยทำงานสามารถ ใส่ได้ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่”
ซึ่งกระบวนการทำนั้น ใช้หลายๆ อย่างมาประกอบการกัน เริ่มตั้งแต่การเข้าร่วมโครงการอบรมเรื่องแฟชั่น กับกรมส่งเสริมการส่งออก ที่ได้วิทยากรจากประเทศอิตาลีมาสอน มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำเสื้อผ้า การให้ความรู้เรื่องสี เรื่องเทรนด์แฟชั่นใหม่ การเลือกผ้า ฯลฯ ซึ่งได้ประโยชน์มาก
“จากนั้นเราก็นำความรู้ที่ได้มาแมตช์กับความต้องการของเรา ที่ต้องการใช้ผ้าไทยเป็นไฮไลต์ โดยมีการศึกษานำผ้าไทยจากที่มีการผลิตจากหลายๆ แหล่ง นำมาออกแบบแพตเทิร์น จนได้ออกมาเป็นชิ้นงานจริงๆ ที่ได้นำมาโชว์ในงานสหกรุ๊ป ครั้งที่ 13 ที่ผ่านมา”
โดยเป้าหมายของ switch ปณิธาน กล่าวว่า คอลเล็กชั่นแรกที่ได้นำมาโชว์ในงาน สหกรุ๊ปปีนี้ถือเป็นการทดลองตลาด ว่าจะได้รับความสนใจมากขนาดไหน ซึ่งเสียงสะท้อนที่กลับมาค่อนข้างดี คือ ส่วนใหญ่จะบอกว่า เป็นผ้าไทย แต่ว่าทันสมัยขึ้นและไม่แก่ โดยเป้าหมายลูกค้าของเราอยู่ที่อายุ 25-30-40 ปี ก็สามารถใส่ได้ ส่วนราคาอยู่ที่ระดับร้อยถึงพันกว่าบาท ส่วนขั้นตอนต่อไปก็จะดูในเรื่องช่องทางการวางจำหน่าย โดยมีแผนที่มีช็อปภายใต้ แบรนด์ switch เอง จากนั้นถ้ามีลูกค้า ต่างประเทศให้ความสนใจก็จะส่งออก
ส่วนสถานการณ์การขายในช่วงนี้นั้น ปณิธานกล่าวว่ายอดขายของบริษัทไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ดูได้จากยอดขายที่ยังมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ได้ตกต่ำอย่างที่หลายๆ บริษัทประสบกันอยู่ แต่การเติบโตก็คงไม่หวือหวา เรียกว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันนี้
Free Download 50000+ Freeware Shareware NOW.









ความรู้ยอดนิยม