ใครบางคนว่าการเรียนรู้เรื่องใหม่และการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ถือเป็นข้อดีอย่างที่สุดของคนที่เลือกประกอบอาชีพ “สื่อมวลชน” และเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนไม่สามารถถอนตัวจากถนนสายนี้ไปจนตลอดชีวิตการทำงาน
แม้ว่าในวันนี้คนรุ่นใหม่พวก Gen Y น้อยรายที่จะเลือกวิชาชีพนี้เพื่อเป็นทางผ่าน เพื่อค้นพบตัวตนบางอย่างในชีวิตและการเติบโต แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่แตกต่างกันมากนัก คือความต้องการลิ้มลองประสบการณ์ชีวิตที่ท้าทาย ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นก้าวที่ท้าทายเช่นกัน สำหรับคนที่จะทำธุรกิจสื่อในอนาคต
ด้วยทัศนคติ ความเชื่อ และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าว่าแต่อุตสาหกรรมสื่อ วันนี้จะเห็นถึงความพยายามขององค์กรจำนวนมาก ที่พยายามปั้นองค์กรให้โดนใจ ใช้สารพัดกลยุทธ์ เพื่อรักษา “คนเก่ง” ให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ
เพราะคน Gen Y หรือ Generation Y ที่เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อปี 2543 หรือเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา ล้วนมีทัศนคติ ความเชื่อในชีวิตเกี่ยวกับองค์กรที่พวกเขาทำงานในแบบที่แตกต่างจากคนในเจเนอเรชั่นก่อน และปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาสำคัญในองค์กรภาครัฐ ที่มีจุดแข็งในเรื่องของ “ความมั่นคง” แต่ไม่อาจเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่คนเจเนอเรชั่นนี้ต้องการ
ผลสำรวจของไพรซ์วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส ที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ โดยสำรวจกลุ่มคน Gen Y ในเอเชียพบว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งมากกว่าเรื่องความมั่นคง คนรุ่นนี้ต้องการทำงานกับองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่เท่านั้น พวกเขายังพร้อมที่จะตัดสินใจลาออกจากงาน หากพบว่าบริษัทไม่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
องค์กรที่ปรึกษาด้าน CSR ในเอเชีย ที่ชื่อ “CSR Asia” ยังเคยประเมิน 10 […]
Share on Facebook
จากชายที่ปฏิเสธกระทั่งโทรศัพท์มือถือ แต่กลายเป็นว่าวันนี้ “ไอที” กำลังเป็นอาวุธสำคัญทำให้ธุรกิจร้านสุกี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ฉีกตัวหนีคู่แข่งขันไปอีกก้าวใหญ่ๆ ทีเดียว
ถึงวันนี้ “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ จำกัด กำลังจะนำหุ่นยนต์มาเสิร์ฟอาหารภายในร้านสุกี้ที่มีอัตราการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 สาขา
น่าสนใจอย่างยิ่งว่า นับตั้งแต่นำไอทีเข้ามาเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามายกระดับ “เอ็มเค สุกี้” ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสไตล์การบริหารของเอ็มเค เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างคำว่า “ได้” กับ “เสีย” ถ้าตราบใดคำตอบคือ “ได้” มากกว่า ก็พร้อมจะเดินหน้าลุยทันที
GPS จุดเริ่มต้นของการลดต้นทุน
“ฤทธิ์ ธีระโกเมน” เล่าว่า ร้านเอ็มเค สุกี้เป็นธุรกิจที่ธรรมดามาก มีแค่ 300 กว่าสาขา และไม่เคยคิดว่าจะต้องมายุ่งกับเทคโนโลยี แต่ก็รู้สึกว่าไอทีน่ากลัวมาก ทำให้หลายๆ ธุรกิจ หายไปได้อย่าง เอ็นไซโคลพีเดีย เทปคาสเซต
จริงๆ ผมชอบฟังเพลงจากเทป แต่ก็ฝืนเทคโนโลยีไม่ได้
“ผมเป็นคนที่คอนเซอร์เวทีฟมากๆ โทรศัพท์มือถือเข้ามาผมไม่ยอมใช้ ใช้แต่แพ็คลิ้งค์อยู่นั่นแหละ แต่พอมองไปรอบด้านก็รู้สึกว่า ถ้าไม่ใช้คงถูกดิจิไทด์แน่ๆ ยิ่งชอบดูหนังไซไฟมากๆ ยิ่งกลัวว่าจะถูกส่งไปอีกโลกหนึ่ง ยิ่งในโลกที่การแข่งขันรุนแรงมาก ถ้าเราถูกดิจิไทด์จนคนสั่งไปกินที่บ้านหมด ไม่มาที่ร้านจะทำอย่างไร […]
Share on Facebook
นับจากวาณิชธนกิจรายนี้พาธุรกิจพ้นซากปรักหักพังของคู่แข่งร่วมวงการ ภายใต้สถานะใหม่ โฮลดิ้งธนาคารระดับแถวหน้าของประเทศ โกลด์แมน แซกส์ กำลังเป็นที่จับจ้องของสื่อ ทั้งในด้านบวกและลบ
โกลด์แมน แซกส์ เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินสหรัฐไม่กี่ราย ที่พลิกสถานการณ์จากย่ำแย่เจียนอับปาง มาเป็นธุรกิจที่มีรายได้และผลกำไรงดงามในไตรมาส 2 ของปี 2552 หลังจากมีรายได้ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และผลกำไร 2.3 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2551
ขุมกำลังของโกลด์แมน แซกส์ ยังคงแข็งแกร่งด้วยบุคลากรประจำหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ซื้อขายหุ้น ตราสารหนี้ และบริหารสินทรัพย์ ที่ถือครองในมือกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังเป็นการเติบโตในอุตสาหกรรม โดยแทบปราศจากคู่แข่ง เพราะถึงจะมีคู่แข่งหาญกล้ามาวัดบารมี ก็เป็นคู่แข่งที่ไม่เข้มแข็งและเหลือน้อยเต็มทน
ใต้เงาความโดดเด่น โกลด์แมน แซกส์ กำลังถูกกระหน่ำด้วยข่าวลือและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งแต่ปัญหาด้านจริยธรรมไปจนถึงการครอบงำรัฐบาลอเมริกัน ไม่นับข้อกล่าวหาจิปาถะ เช่น การเอื้อผลประโยชน์แก่ลูกค้าขาใหญ่ การเล่นเกมทุกกระบวนท่า เพื่อให้ได้มาซึ่ง “เงิน เงิน เงิน”
นั่นยังไม่นับข้อกล่าวหาฉกรรจ์ของการเอาตัวรอดจากวิกฤต โดยมีอนาคตของธุรกิจอื่นเป็นสะพานให้ข้ามพ้นเหว
บางแง่บางมุมของข่าวลือและข้อกล่าวหาต่างๆ นานา ปรากฏอยู่ในเว็บบล็อกและบทวิเคราะห์วิจารณ์ของหนังสือพิมพ์ชั้นนำระดับประเทศ
หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นิวยอร์ก ไทมส์ ซึ่งได้เปิดโปงเรื่องราวบางประการเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ระหว่าง เฮนรี พอลสัน สมัยยังนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง […]
Share on Facebook
วันนี้ เวลา 11.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจได้นำหมายค้นของศาลอาญามาที่บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อขอตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของพนักงานบริษัทบางรายการเฉพาะพนักงานบริษัท ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทางบริษัทโดยผู้แทนได้ทราบวัตถุประสงค์ของเจ้าพนักงานตำรวจจึงให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของบริษัทฯต่อเจ้าพนักงานตำรวจและเพื่อให้สังคมโดยทั่วไปเข้าใจได้ว่าบริษัทมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
วันนี้บริษัทได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทราบข้อเท็จจริงว่า พนักงานที่ต้องสงสัยและถูกกล่าวหา “มิได้เกี่ยวข้องและกระทำการใดๆ ในลักษณะเป็นผู้ผลิตหรือตัดต่อคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น” นอกจากนี้บริษัทยังมีระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติงานห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว และขณะนี้บริษัทได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
สำหรับเรื่องที่พนักงานบริษัท ถูกกล่าวหาจากเจ้าพนักงานตำรวจ บริษัททราบว่าพนักงานที่ถูกกล่าวหา ได้ให้การปฏิเสธในเรื่องที่ถูกกล่าวหาในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนโดยจะขอทำคำให้การเป็นหนังสือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และมิได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ตัดต่อคลิปตามที่เป็นข่าว และพนักงานบริษัทฯที่ถูกกล่าวหายืนยันข้อเท็จจริงว่ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มการเมืองทั้งสิ้น
บริษัทขอยืนยันว่าบริษัทประกอบธุรกิจและมีจุดยืนที่จะไม่เกี่ยวข้องทางการเมืองจึงขอจี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
31 สิงหาคม 2552
Share on Facebook
Share on Facebook
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้ทำการจับกุมผู้ที่เผยแพร่คลิปตัดต่อเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน ผ่านทางอีเมล์ จำนวน 2 คน คือ นายสมศักดิ์ แซ่อึง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2511/2552 ลง 30 ส.ค.2552 ข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 181/8 ซ.ประสานสารบรรณ แขวง และเขตดินแดง กทม.
ส่วนรายที่สองได้ทำการจับกุม น.ส.กันทิมา แต้มครู อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/2 ม.6 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2512/2552 ลง […]
Share on Facebook
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ว่า แอนดี้ เหลา หรือ หลิว เต๋อหัว พระเอกชื่อดังวัย 47 ปีของฮ่องกง แถลงผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวระบุว่า เขาและ แครอน ชู แฟนสาวซึ่งเป็นอดีตนางงามชาวมาเลเซีย ได้แต่งงานกันแล้วในสหรัฐฯ เพราะต้องการมีลูกด้วยการผสมเทียม เพราะตามกฎหมายฮ่องกงยอมให้ เฉพาะคู่สามีภรรยาเข้ารับกระบวนการผสมเทียมเพื่อมีบุตร แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของภรรยา
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานจดทะเบียนสมรสคลาร์ก เคาน์ตี้ รัฐเนวาดาของสหรัฐฯ ระบุว่า หลิว เต๋อหัว และแครอน ชู แต่งงานกันเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2551 ก่อนหน้านี้ มีภาพหลิว เต๋อหัวและชู เดินคู่กันที่สนามบินนานาชาติของฮ่องกง หลังกลับจากพิธีศพของพ่อฝ่ายหญิงในมาเลเซีย
หลิว เต๋อหัว เริ่มมีชื่อเสียงจากผลงานละครโทรทัศน์เรื่อง “มังกรหยก ภาค 2 (เอี้ยก้วย-เซียวเหล่งนึ่ง) ก่อนจะตัดสินใจรับงานภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว และได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองของฮ่องกง จากบทนำในภาพยนตร์เรื่อง หว่อง คาไว จากนั้น ได้หันมาออกอัลบัมเพลงในปี 2528 […]
Share on Facebook
บอกตรงๆ ถึงวันนี้ผมยังประหลาดใจไม่หายกับราคาขายเริ่มต้นของ “คัมรี่ ไฮบริด” ที่ยักษ์ใหญ่โตโยต้ากำหนดไว้แค่ 1.59 ล้านบาท ส่วนตัวท็อป ซึ่งมีเนวิเกเตอร์ ก็ขายกันไม่ถึง 1.8 ล้านบาท
ราคานี้โดนจริงๆ แต่ที่หลายคนยังกลัวๆ กล้าๆ ห่วงว่าจะมีปัญหาตามมา เพราะของไม่เคย ตั้งแต่มันเป็นรถใช้ไฟฟ้านะ มอเตอร์มันจะใช้ได้กี่มากน้อย เชียว ? ตัวแบตเตอรี่ ก็ร่ำลือกันว่าแพงหูฉี่ คิดไป คิดมา…ไม่เอาดีกว่า ในที่สุดก็อดได้ใช้ของดี ทั้งๆ ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งโลกเขากำลังไขว่คว้า
โตโยต้าคลอดคัมรี่ ไฮบริด มาเดือนเศษแล้วครับ ถึงวันนี้พอเห็นในท้องถนนประปราย ผู้บริหารโตโยต้าบอกว่ามียอดค้างส่งประมาณ 2 เดือน จากที่ผลิตเดือนละประมาณ 900 คัน ก็ถือว่า “แรงพอตัว” คัมรี่ ไฮบริด เปิดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับผมก็เพิ่งได้สัมผัสตัวเป็นๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บอกตรงๆ ดูไม่ออกหรอกครับว่าเป็นไฮบริดหรือธรรมดา เพราะทุกอย่างเหมือนกันหมด นอกจากจะเดินวนไปด้านหลัง ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ และมองส่วนประกอบอื่นๆ อีกเล็กๆ น้อยๆ อาทิ หน้ากระจัง ไฟท้าย
ขึ้นไปบนรถก็ยังไม่รู้ […]
Share on Facebook
เหลืออีกไม่กี่วัน สะพานข้ามสี่แยกรัชโยธินจะต้องปิดปรับปรุง 30 วัน เริ่มวันที่ 1 กันยายนนี้ ตามนโยบายของกรุงเทพมหานครที่ต้องการปรับปรุงสะพานข้ามแยกที่เก่าและชำรุด ซึ่งสะพานข้ามแยกรัชโยธิน นับเป็นสะพานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่เชื่อมถนนหลายสายที่สำคัญๆและขึ้นชื่อว่ารถติดสาหัสในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อข้ามสะพานไปถนนรัชดาซึ่งมีรถสะสมมากอยู่แล้ว
ดังนั้นการปิดสะพานปรับปรุงครั้งนี้อาจจะเกิดปัญหาการจราจรตามมา เรื่องนี้ตำรวจจราจรได้มีการเตรียมการและวางแผนรับมือป้องกันวิกฤตจราจรไม่ให้เกิดอัมพาตขึ้นในบริเวณดังกล่าว พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานจราจร ชี้แจงถึงมาตรการในการป้องกันไว้หลายทาง อันดับแรกคือการประชาสัมพันธ์ร่วมกับ กทม. เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าจะมีการปิดจราจรสะพานข้ามแยกรัชโยธินเป็นเวลา 30 วัน
จากนั้นเป็นการจัดระบบการจราจรเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในเวลาปกติจะจัดให้รถทั้งขาเข้าและขาออกวิ่งขึ้นสะพานอีกฝั่งหนึ่งที่ยังไม่มีการซ่อม รถสามารถสวนกันได้ตั้งแต่เวลา 05.30 - 24.00 น. แต่จะเว้นบางช่วงเวลาหากพบว่าการจราจรด้านไหนมีปริมาณมากจะเปิดให้รถขึ้นสะพานแค่ฝั่งเดียว ขณะนี้ได้มีการเจาะเกาะกลางถนนเพื่อให้รถเบี่ยงขึ้นสะพานได้ทั้งสองฝั่งเรียบร้อยแล้ว
ภาพตัวอย่าง
ส่วนการจัดการจราจรบนถนนพื้นราบที่สี่แยกรัชโยธิน โดยปกติจะห้ามรถไม่ให้รถตรงไปรัชดาระหว่างที่ซ่อมสะพานจะมีการเปิด 2 ช่องทางให้รถจากรัชวิภาตรงไปรัชดา ลาดพร้าวได้เพื่อแบ่งเบาภาระรถติดบนสะพาน รวมทั้งฝั่งขาออกจากรัชดาลาดพร้าวมุ่งหน้ารัชวิภาอีกด้วย อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาการจราจรบริเวณสี่แยกรัชโยธิน คือ การเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวโดยเลี่ยงไปใช้ถนนใกล้เคียงที่เชื่อมโยงกันได้
แผนที่เส้นทางเลี่ยง
เส้นทางแรกจากสะพานรัชวิภา สามารถเลี่ยงใช้ “ถนนวิภาวดี-รังสิต” ขาเข้า ชิดซ้ายลงสะพานกลับรถตรงไป เลี้ยวเข้าถนนลาดพร้าวที่แยกห้างสรรพ สินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เส้นทางนี้จะตัดกับถนนรัชดา บริเวณ ซ.ลาดพร้าว […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม