หมอลักษณ์ ฟันธง ทำนายดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ ว่าจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ขณะที่ 3 โหรดัง ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล เก่งกาจ จงใจพระ และภิญโญ พงศ์เจริญ เห็นแย้ง ชี้ดวงอดีตนายกฯ ไม่มีทางกลับมายิ่งใหญ่ ยังต้องเร่ร่อนไร้แผ่นดิน ผู้สนับสนุนจะน้อยลง ทั้งยังกล่าวเสริมเป็นเสียงเดียวกันว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องระวังการลอบสังหาร
เมื่อเร็วๆ นี้ นายลักษณ์ เรขานิเทศ หรือหมอลักษณ์ฟันธง ทำนายดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก้าวหน้า แต่ดวงชะตาพ.ต.ท.ทักษิณเป็นดวงชะตาที่แปลก เป็นดวงที่ตายแล้วเกิดใหม่หลายครั้ง ช่วงนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องระวัง เพราะจะทำให้จิตแตกหากไม่ปฏิบัติธรรมให้ดี และอาจจะกลายเป็นคนเบลอได้ เพราะตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณแข็งแกร่งขึ้น แต่จากนี้ไปอีก 2 ปี อาจมีเคราะห์ถูกปองร้ายได้
ช่วงระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2552 – 25 เมษายน […]
Share on Facebook
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
ไพ่เด่นในสัปดาห์ Five of Swords ช่วงเวลาที่คุณอาจต้องตั้งหลักสักพัก ถอยจากปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ หรือหมดใจจะเอาชนะคะคานคนที่พูดกันไม่รู้เรื่อง
ไพ่แนะแนวทาง Temperance การประนีประนอม ปรับตัวเข้าหากันตามสภาพความจริง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถวางแผนได้ 100% ในเวลานี้ ออกเดินทางด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง
ผู้ที่เกิดวันจันทร์
ไพ่เด่นในสัปดาห์ Ten of Pentacles เกี่ยวกับการเงินค่ะ โดยทั่วไปแสดงถึงการเงินของครอบครัว คู่ครอง คู่สมรส การใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การดูแลบุตรหลานบริวารหรือเครือญาติใกล้ชิด และแสดงถึงรากฐานที่มั่นคงด้วย
ไพ่แนะแนวทาง The Empress ดูเหมือนไพ่จะตอกย้ำเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัว ชีวิตรักชีวิตคู่ การให้กำเนิดบุตรหรือวางแผนเกี่ยวกับสิ่งนี้ ในบางคนหมายถึงการมีคู่ครองให้การอุปถัมภ์ค้ำจุน มีโชคเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ผู้ที่เกิดวันอังคาร
ไพ่เด่นในสัปดาห์ Ace of Wands ยังต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แสดงการเริ่มต้นงานใหม่ การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อาจได้รับเทียบเชิญ หรือมีข้อเสนอดี ๆ เข้ามา เป็นช่วงของความกระฉับกระเฉง การนำทีมไปสู่ความสำเร็จ
ไพ่แนะแนวทาง The Hermit ขอให้ใช้ประโยชน์จากการศึกษาวิจัยให้มาก ด้านชีวิตส่วนตัวเป็นคำแนะนำให้มองสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง ด้านธุรกิจการงานเน้นที่การแสวงหาข้อมูล การสังเคราะห์ การคัดสรร
ผู้ที่เกิดวันพุธ
ไพ่เด่นในสัปดาห์ […]
Share on Facebook
เห็นว่าประเด็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบยังเป็นกระแสที่มีคนสนใจติดตามกันอยู่ ประกอบกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ทำพิธีเปิดโครงการนี้ไปแล้วเมื่อ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เลยตัดสินใจหยิบบางประเด็นมาตั้งเป็นโจทย์และหาคำตอบกันไปพลาง ๆ ในยามที่โครงการเกิดแล้ว และผลของโครงการยังต้องรอไปอีกระยะ ซึ่งเท่าที่ทราบกว่าจะเป็นรูปธรรมและให้ดอกผลชัดเจน คงประมาณเดือนพฤษภาคมปีหน้าโน่น
หนึ่งในประเด็นที่ตั้งของผู้เขียนมาจากการได้อ่านความคิดเห็นของ ดร.นิพนธ์ พัวพงศธร ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งเผยแพร่อยู่ในมติชน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
จริง ๆ แล้วประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ของนักวิชาการท่านนี้มีหลายเรื่องน่าสนใจ แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนสะดุดใจเป็นพิเศษคือ ข้อเสนอแนะที่ให้รัฐบาล “ควรเร่งสำรวจข้อมูลว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดหนี้ เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดมากที่สุด”
ทำไมประเด็นนี้น่าสนใจ ? โดยส่วนตัวผู้เขียนมองประเด็นนี้อยู่ 2 มุม
สาเหตุที่แท้จริงของการเป็นหนี้ กับสาเหตุที่ผู้เป็นหนี้หยิบยกมากล่าวอ้างถึง
สมมติว่าเราไม่รู้จริง ๆ ว่าสาเหตุจริง ๆ ของการเป็นหนี้คืออะไร แต่ข้อมูลที่เรามักได้ยินได้ฟังกันมาจากคำอธิบายของรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันการศึกษา หรือไม่ก็ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ยกตัวอย่าง ผลสำรวจของสวนดุสิต เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคำถามหนึ่งให้น้ำหนักกับการเป็นหนี้นอกระบบ คำตอบที่ได้มีหลายเหตุผลด้วยกัน แต่ลำดับมาเฉพาะที่มีเปอร์เซ็นต์สูง พบว่าประชาชนเป็นหนี้นอกระบบเพราะเศรษฐกิจไม่ดีมากที่สุด คิดเป็น 44.97% รอง ๆ ลงไปก็เป็นปัญหาเรื่อง “เงินขาดมือ ไม่พอใช้จ่าย” 15.89% จนถึง “มีภาระต้องรับผิดชอบมาก […]
Share on Facebook
มีคำถามบ่อย ๆ ว่า กิจการเล็ก ๆ จะมีโอกาสแข่งขันชนะ และเกิดในธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันจากรายใหญ่ได้หรือไม่ จึงนำแนวคิดยูโดมานำเสนอในเชิง “แจ็กผู้ฆ่ายักษ์ในวงการธุรกิจ” ดังต่อไปนี้ครับ
เริ่มจากหลักการแรกที่นักยูโดนำมาประยุกต์ใช้ คือ แนวคิดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และพยายามเคลื่อนตัวเองไปสู่จุดที่ตนเองได้เปรียบทางการแข่งขันมากกว่า ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการตอบสนองหรือการต่อสู้อย่างรุนแรงจากคู่แข่งขัน เนื่องจากกิจการขนาดเล็กนี้มักมีข้อได้เปรียบทางด้านความยืดหยุ่นที่สูงกว่าจนรายใหญ่ ๆ ที่อุ้ยอ้ายกว่าตามไม่ทันครับ
การเคลื่อนไหวนี้เริ่มจาก “แบบตั้งรับ” ที่ต้องใช้เพื่อปกป้องตนเองในเบื้องแรกที่ยังไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะต่อสู้ เสมือนเด็กที่ยังไม่แข็งแรงพอ ต้องถนอมตัวเองให้ดีเสียก่อน เมื่อแข็งแกร่งจึงต่อยหาทางเข้าจู่โจมต่อไป
การประยุกต์ใช้ทางธุรกิจก็คือ กิจการขนาดเล็กที่ต้องพยายามประพฤติตน ให้ดูเหมือนไม่เป็นอันตรายต่อคู่แข่งขันหลักในตลาด โดยคู่แข่งขันขนาดเล็กจะพยายามทำตัวแบบโลว์โปรไฟล์นั่นเอง เพื่อที่จะทำให้คู่แข่งขันขนาดใหญ่ไม่รู้สึกว่าเป็นพิษเป็นภัยแต่อย่างใด เพราะหากให้กิจการยักษ์ใหญ่เห็นศักยภาพตั้งแต่แรกคงจะถูกบี้ทิ้งไปเสียตั้งแต่ต้นมือครับ ซึ่งการทำตนให้สงบเสงี่ยมและไม่โดดเด่นจนเป็นภัยนั้น ทำให้กิจการมีเวลาฟูมฟักตนเองเพื่อรอคอยโอกาสในอนาคต
อาทิ palm ที่หลาย ๆ ท่านชื่นชอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์คงพอจะจำได้ว่า ในช่วงแรกนั้นปาล์มเกิดขึ้นมาได้ในธุรกิจนี้ เนื่องจากวางตำแหน่งตนเองเป็นเพียงออร์แกไนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่สินค้าที่จะเข้ามาทดแทนคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด แถมยังพยายามวางตนเป็นสินค้าที่ใช้ประกอบกันกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ หรือซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำให้ไม่ตกเป็นเป้าในการถูกทำลายล้างจากกิจการยักษ์ใหญ่ในโลกขณะนั้น จนกระทั่งมีโอกาสเกิดและเติบโตขึ้นมาในตลาดได้อย่างรวดเร็วในช่วงนั้นครับ
ถัดมาก็คือ การเคลื่อนไหวแบบ “เชิงรุก” มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ตนเอง เริ่มอยู่ตัวและพร้อมจะเข้าต่อสู่แย่งชิงบ้างแล้ว ซึ่งก็มักจะคล้ายกับการติดตามผลหลังจากที่เริ่มแข็งแรงเติบใหญ่นั่นเอง กรณีเดียวกันคือ เมื่อสินค้าของปาล์มเริ่มติดตลาด แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วไป จึงมีการรุกเข้าไปในธุรกิจดังกล่าวมากยิ่งขึ้น โดยทำการพัฒนาตนเองจากเพียงออร์แกไนเซอร์ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์มือถือ (handheld computer) […]
Share on Facebook
วันที่ 30 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2553 นี้ จะมีการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก (WTO) ครั้งที่ 7 ขึ้น ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ การประชุมระดับรัฐมนตรีนี้เป็นองค์กรสูงสุดขององค์การการค้าโลก เพื่อเป็นเวทีการเจรจาและการตัดสินใจประเด็นสำคัญต่าง ๆ ตามความตกลง WTO แล้ว ประเทศสมาชิกจะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีขึ้นทุก 2 ปี สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “องค์การการค้าโลก ระดับการค้าพหุภาคีนิยม และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน”
ประเด็นสำคัญหนึ่งของการประชุมระดับรัฐมนตรี WTO คือ การติดตามความก้าวหน้าและดำเนินการกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮา การค้าพหุภาคีรอบโดฮาเริ่มขึ้นในการประชุมระดับรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 4 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2544 แม้ว่าความสำเร็จของการเจรจามิได้อยู่ที่ว่า
การเจรจานั้นสามารถตกลงระหว่างประเทศสมาชิกร่วมกันได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น หากอยู่ที่ว่า
การเจรจานั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์การเจรจามากน้อยเพียงใด สำหรับการเจรจาพหุภาคีรอบโดฮานี้ วัตถุประสงค์หนึ่งของการเจรจาคือให้ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ได้รับประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา การเจรจาเป็นไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ความล้มเหลวบังเกิดขึ้นเด่นชัดและบ่อยครั้งกว่าความก้าวหน้าของการเจรจา ความชะงักงันของการเจรจาครั้งล่าสุดคือ ความล้มเหลวของการประชุมระดับรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการของ WTO เมื่อปี 2552 […]
Share on Facebook
ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ กับกระแสที่ “ใคร ๆ ก็ไปปาย”
และผมก็เชื่อว่า อิทธิพลของ “สื่อ” โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ที่ให้ความรู้สึกในลักษณะของการ “บอกต่อ” หรือ “ปากต่อปาก” มีส่วนทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนั้นดังเปรี้ยงปร้างได้ภายในพริบตา
แบบเดียวกับที่ “ตลาดน้ำอัมพวา” ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ฯลฯ มีมานานแล้ว แต่ไม่ใช่ “สถานที่ อินเทรนด์” ที่ “ใคร ๆ เขาก็ไปกัน”
เอาเข้าจริง ๆ แล้ว เมืองไทยยังมีสถานที่แบบ “เมืองปาย” หรือ “อัมพวา” ให้เราค้นพบอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับว่า “สื่อ” หรือ “กระแส” จะพัดผ่านไปถึงเมื่อไหร่
แต่นาทีนี้หากจะให้เชิญชวน ขออนุญาตส่ง “หนองคาย” เข้าประกวดด้วยสักแห่งหนึ่ง
เพราะหนองคายไม่ได้มีดีแค่ “แดง แหนมเนือง” ที่เป็นที่รับรู้กันว่าต้องส่งตรงมาจากหนองคายเท่านั้น
และจะไปเที่ยวหนองคาย ก็ไม่ได้จำกัดว่าควรจะไปเฉพาะเทศกาลดู “บั้งไฟพญานาค” ช่วงออกพรรษาเท่านั้น
จังหวัดเล็ก ๆ ที่เป็นด่านเชื่อม 2 ประเทศไทย-ลาว เงียบสงบและมีความงามอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่พอสมควร […]
Share on Facebook
หลักฐานร้อน-คำให้การแรงเร่ง ที่ถูกเปิดปากต่อศาลของพยานฝ่ายโจทก์ ทั้งนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. เร่งดีกรีของคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ “ทักษิณ”
อาจทำให้คนในครอบครัว “ชินวัตร” ทั้งหนาว-ทั้งร้อน
ปากคำที่ทำให้ผู้ติดตามมหากาพย์ “ซุกหุ้น” ได้ความกระจ่างและคลายข้อสงสัยในหลายประเด็น คือคำให้การต่อศาลของ “นางวรัชญา ศรีมาจันทร์” ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อศาลฎีกา โดยมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของทั้งบริษัท วินมาร์คฯ และแอมเพิล ริชฯ ซึ่งเป็น “นอมินี” ในการถือหุ้นชินคอร์ป
นอกจากนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต.บอกด้วยว่า มีหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน จ้างบริษัทแมธีสันทรัสต์ ซึ่งอยู่ในฮ่องกง จัดตั้งซิเนตราทรัสต์ บลูไดมอนด์ และ วินมาร์คฯ
สำทับด้วยคำให้การของนายสุนัย มโนมัยอุดม ในฐานะอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ขึ้นเบิกความเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นบริษัทเอสซี แอสเสท ที่ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้บริษัทวินมาร์คฯถือหุ้น ชินคอร์ปแทนครอบครัวโดยไม่รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมี หลักฐานเชื่อได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของบริษัทวินมาร์คฯมาตั้งแต่ปี […]
Share on Facebook
กลางวิกฤตจากความแตกแยกทางการเมืองทำให้ประชาชนแบ่งขั้วส่วนใหญ่ในประเทศ ปิดหูปิดตา เปิดรับข้อมูลข่าวสารเฉพาะ พวกตัวเองเท่านั้น
ฉะนั้นปัญหาก็คือ วิกฤตรากลึกในสังคมไทยที่ต้องช่วยแก้ไขอย่างแท้จริงจึงถูกมองข้าม ละเลย
ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ โคจรมาพบกัน เพื่อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาประเทศ อย่างเป็นระบบ บนเวที สัมมนาวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประจำปี 2552 การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความเป็นธรรมในสังคมในหัวข้อ “เราจะปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมกันอย่างไร”
ดร.อัมมารกล่าวสรุปว่า ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงมากเกินกว่าจะรับได้ ทั้งความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความเหลื่อมล้ำทรัพย์สิน ถามว่า จะจัดการได้อย่างไร ก็ทำได้หลายวิธี เช่น การปฏิวัติ ยึดทรัพย์คนรวยไปให้คนจน หรือใช้กระบวนการลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้แต่ก็ทำได้ช้ามาก
แต่กระนั้นก็ตามกระบวนการแก้ความ เหลื่อมล้ำมักนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่มากขึ้น โดยมีรัฐเป็นผู้ซ้ำเติมหรือจงใจซ้ำเติม แนวโน้มดังกล่าวดังตัวอย่างกฎหมายป้องกันการผูกขาดที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะมีการละเว้นการปฏิบัติ
ส่วนมาตรการภาษีซึ่งเป็นเรื่องคลาสสิกแต่กลับมีบทบาทน้อยในการลดความเหลื่อมล้ำ เพราะต่ำกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับรายได้ประชาชาติ ส่วนใหญ่เก็บจากการบริโภค ที่เก็บจากทุนมีน้อยมาก ขณะที่ในทางการเมืองและเศรษฐกิจรัฐ เป็นผู้ผูกขาดการใช้อำนาจ จากหนึ่งรัฐบาล จากประชาธิปไตยครึ่งนาที ในคูหา เลือกตั้ง ทำให้หลายพรรคแข่งขันโดยใช้ประชานิยม
เมื่อทีดีอาร์ไอเสนอเรื่อง ระบบสวัสดิการสังคมที่ประชาชนนิยมที่ยั่งยืน ซึ่งมีทางเป็นไปได้แต่มีเงื่อนไขว่า เศรษฐกิจต้องเติบโต รวมถึงการบริหารจัดการการคลังต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ และมีคอร์รัปชั่นน้อยลง
ดร.อัมมารตั้งคำถามว่า แล้วประชานิยมอะไร ?
คำตอบ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม