ปลายปีที่แล้ว บริษัทนี้ได้รับ รางวัล Bai Po Awards By Sasin จากการประกาศผลครั้งที่ 4 ในมิติของการสร้างตราสินค้า ความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม และความมีมาตรฐานการผลิตทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง จนเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้า
บริษัทที่ว่านี้ก็คือ บริษัท แอคคิวเรท เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกอุปกรณ์สำหรับการซักรีดอุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่เครื่องซักผ้า อบผ้า รีดผ้า และพับผ้า สัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ “IMAGE”
ถ้าเอ่ยชื่อแบรนด์เครื่องซักผ้า เชื่อว่าคนไทยกว่าครึ่งจะคิดถึงแอลจี ซัมซุง ฮิตาชิ อีเลคโทรลักซ์ ฯลฯ ซึ่งไม่มีชื่อ “อิมเมจ” ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากอิมเมจไม่ใช่เครื่องซักผ้าที่ใช้ในครัวเรือน แต่เป็นเครื่องที่ใช้ในโรงงาน โรงพยาบาล โรงแรม ที่มีขนาดการซักระดับ 100 กิโลกรัม จนถึงระดับ 1,000 กิโลกรัมขึ้นไป โดยที่ผ่านมากว่า 75% ของกำลังการผลิตอิมเมจส่งออก ส่วนที่เหลือ 25% ขายในประเทศ
วิศาล มหชวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคคิวเรท เทคโนโลยี่ จำกัด บอกว่า ชื่อของแบรนด์อิมเมจ เชื่อว่าคนไทยรู้จักน้อย เพราะกลุ่มลูกค้าที่ใช้ส่วนใหญ่ก็คือโรงแรม โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากขนาดเครื่องที่เราทำนั้น เพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดซักระดับ 50-100 ก.ก.ขึ้นไป
“บริษัทเริ่มตั้งแต่การเป็นตัวแทนจำหน่าย จนพัฒนาเป็นผู้ประกอบชิ้นส่วนเครื่องซักผ้า จากนั้นก็พัฒนาเป็นผู้ผลิตเครื่องซักผ้า จากเครื่องซักผ้าตัวแรกก็ขยายไลน์การผลิตเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันผ่านพ้นมา 30 ปี จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก บริษัทสามารถพัฒนาโปรดักต์จนกลายเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ซักอบรีดที่ครบวงจร”
คือมีทุกอย่าง ตั้งแต่เครื่องซักผ้า ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายรุ่น หลายความจุของเครื่องซัก เครื่องอบ เครื่องรีด และเครื่องพับผ้า ถือเป็นรายแรก ๆ ของเมืองไทย และเมื่อเทียบกับ ทั่วโลก ที่มีไลน์การผลิตครบวงจรลักษณะนี้น่าจะเป็นเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น
“ในตลาดผู้ผลิตเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม เมื่อก่อนจะกระจายอยู่ในฟากยุโรป อเมริกา และเอเชีย อาทิ อเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันอิมเมจได้มีการพัฒนาก้าวสูงขึ้น จนติดระดับเป็นที่ยอมรับในหลาย ๆ ประเทศ อเมริกา ยุโรป เอเชีย และล่าสุดตะวันออกกลางก็ยอมรับ โดยรวมแล้วกว่า 40 ประเทศที่ให้การยอมรับในความเป็นแบรนด์ไทย จนกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ในทวีปเอเชีย โดยเป็นรองญี่ปุ่นและอยู่ในอันดับ 14 ของโลก และเป็น 1 ใน 3 ของโลก ที่สามารถผลิตเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่แบบอุโมงค์ได้”
วิศาลเล่าว่า แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่ลูกค้าให้การยอมรับนั้นไม่ง่าย ด้วยสาเหตุสำคัญก็คือ ลักษณะตลาดเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม เป็นนิชมาร์เก็ต เราต้องใช้เซลส์วิ่งไปหาลูกค้าโดยตรง โดยช่วงแรกที่เปิดตลาดต่างประเทศก็ใช้วิธีการออกงานแฟร์ ซึ่งลำบากมากกว่าที่ลูกค้าจะยอมรับ
“ตลาดนี้ไม่กว้าง พฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือ เมื่อใช้แบรนด์ไหนก็จะใช้แบรนด์นั้น ที่สำคัญ อายุการใช้งาน 1 เครื่องใช้ไปเลย 10 ปี ถ้ามีบริการหลังการขายดี ๆ ลูกค้าก็จะติด ฉะนั้นถ้าเราจะเข้าตลาดให้ได้ ก็ต้องหาลูกค้ารายใหม่”
โดยจุดเด่นของเราก็คือ ความหลากหลายของขนาดของเครื่องที่ใช้ และมีอุปกรณ์ซักอบรีดที่ครบวงจร ที่มีคุณภาพมาตรฐานของเครื่อง ที่ใช้ทั้งโนว์ฮาวในการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพที่ดี ใช้วัตถุดิบที่ดี และที่สำคัญมีการบริการที่ดีจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า
“สินค้าของผู้ผลิตเจ้าอื่น ส่วนใหญ่มีไม่กี่รุ่น แต่สินค้าภายใต้แบรนด์อิมเมจ นอกจากจะมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นยังมีหลาย ซีรีส์ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตามขนาดการใช้งานที่สะดวกและเหมาะกับกำลังทรัพย์ด้วย”
วิศาลเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า มีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่ไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องซักผ้าที่ใช้ในบ้านกับเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่งเป็นรีสอร์ต ลงทุนซื้อเครื่องซักผ้าแบบใช้ในบ้านเครื่องละประมาณ 2 หมื่นบาท เรียงกันเป็นแถวเป็นแนว โดยเขาบอกว่า ซื่อเครื่องแบบนี้ลงทุน 2 แสน ซื้อได้ 10 เครื่อง แต่ถ้าซื้ออิมเมจได้เครื่องเดียว
โดยมองแต่เรื่องเม็ดเงิน แต่ไม่ได้ดูประสิทธิภาพการใช้งานว่าเครื่องเขาออกแบบมาอย่างไร เครื่องซักผ้าในบ้านใช้งานต่อครั้งซักผ้าได้ 8-10 ก.ก. แต่ถ้าเป็นอิมเมจครั้งเดียวซักได้เป็น 100 ก.ก. ซึ่งถ้าคิดดี ๆ จะเห็นว่าประหยัดกว่ากันเยอะ ทั้งในเรื่องเวลา คนซัก การบำรุงรักษา ฯลฯ ซึ่งทางบริษัทก็พยายามสร้างให้ผู้บริโภคเข้าและยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ
รวมถึงการเจาะตลาดไปยังลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย คือ คนอาจจะมองว่า โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล เป็นลูกค้าหลัก แต่ข้อเท็จจริงตลาดมีมากกว่านั้น ยกตัวอย่างโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วน โรงงานผู้ผลิตอาหาร ที่ต้องการมาตรฐานในการผลิตที่สูง เพื่อรักษามาตรฐานและความปลอดภัยให้ได้ตามมาตรฐานประเทศผู้ซื้อ
ผสานกับการที่บริษัทได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดที่ได้พัฒนาเครื่องซักผ้าแบบอุโมงค์ขึ้นมาและเริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาแล้ว
“ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 10 เครื่อง ราคาต่อเครื่องประมาณ 30 ล้านบาท ความสามารถในการซักคือ 1,500 ก.ก./ครั้ง/1 ชั่วโมง ซึ่งลูกค้าที่ซื้อคือประเทศจีน”
ส่วนการขายเครื่องซักผ้าจะเป็นลักษณะเมดทูออร์เดอร์ ต้องมีคำสั่งซื้อก่อนถึงจะผลิต ระยะเวลาการผลิตต่อเครื่องก็จะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและขนาดของเครื่อง ซึ่งจากภาวะเศรษฐกิจปีที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทก็ได้รับผลกระทบ บ้างในช่วงแรก แต่หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ภาวะปกติ มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปีนี้บริษัทประเมินว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4 แผนการรุกตลาดยังคงให้ความสำคัญกับตัวแทนจำหน่ายเดิมและการหาเอเย่นต์ใหม่ ๆ ในตลาดใหม่ ส่วนในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะตั้งบริษัทในต่างประเทศเพื่อดูแลการขายและบริการด้วยตัวเอง
วิศาลกล่าวตอนท้ายว่า ด้วยศักยภาพของการเป็นผู้ผลิตครบวงจร ที่ปัจจุบันมีไม่ถึง 10 รายในโลก ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการพัฒนาใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาผลิต สร้างให้เครื่องมีประสิทธิภาพที่คุ้มค่ากับผู้ซื้อมากที่สุดนั้น เชื่อว่าธุรกิจภายใต้แบรนด์ อิมเมจยังมีอนาคตที่ดี สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน
กว่าจะมาเป็น IMAGEอิมเมจ เป็นแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 8-9 ปีแล้ว หลังจากผู้บุกเบิกปลุกปั้นธุรกิจนี้มานานกว่า 20 ปี… ถือเป็นแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากวิกฤต
เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ ผู้ก่อตั้ง ประกอบธุรกิจค้าขายเคมีภัณฑ์ทำความสะอาด มีลูกค้าหลักคือโรงพยาบาล พอทำไป ๆ ลูกค้าก็บอกว่า ทำไมไม่เอาเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่มาขาย เพราะโรงพยาบาลมีความต้องการใช้สูง
จากจุดเริ่มต้นที่ลูกค้าเป็นผู้จุดประกาย ดร.ทวีศักดิ์ก็ดำเนินการติดต่อนำเข้าเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมมาขาย นับเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรก โดยมีลูกค้ากระจายอยู่ในหลายช่องทาง ทั้งโรงพยาบาล โรงแรม รีสอร์ต บริษัทผู้ผลิตอาหาร และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ระบบการผลิตต้องใช้ความสะอาดให้บริการซักผ้าให้กับพนักงาน ฯลฯ
พอทำไปได้ระยะหนึ่ง จากบทบาทการเป็นตัวกลางสั่งมาขายไป ก็เจรจาขอเขยิบฐานะเป็นผู้ประกอบเครื่อง เหตุเพราะเวลาสั่งเครื่องเข้ามา เนื่องจากเครื่องมันใหญ่ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ก็จุได้ไม่กี่เครื่อง เสียต้นทุนเป็นค่าส่งแพงมาก แต่ถ้าสั่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบก็จะช่วยประหยัดไปได้เยอะ
“ซึ่งทางลูกค้าฝั่งยุโรปก็ยอม แต่ให้เฉพาะบางรุ่นไม่ใช่ทุกรุ่น หลังจากนั้น ดร.ทวีศักดิ์ก็มีแนวคิดที่จะผลิตเองด้วย โดยจ้างนักออกแบบต่างชาติมาช่วย ซึ่งก็ทำควบคู่กันไป ขายสินค้าให้คู่ค้า ขณะเดียวกันก็พัฒนาสินค้าของตัวเอง จนสามารถเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมได้”
แต่สุดท้ายก็เจออุปสรรคอีกรอบ เมื่อคู่ค้าฟากฝั่งยุโรปประสบปัญหาต้องขายกิจการให้คู่แข่ง ซึ่งพอเจ้าของใหม่มา เงื่อนไขการค้าก็ไม่เหมือนเดิม ในที่สุด ดร.ทวีศักดิ์จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า IMAGE ที่มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 และทำตลาดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
[...]
ความรู้ยอดนิยม