กลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์

Pinterest



  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy) เป็นแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่อาศัยทักษะ และความสามารถของบุคคล ในการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม คุณค่าเชิงสัญลักษณ์ทางสุนทรียศาสตร์ การจัดการสมัยใหม่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์มูลค่า (value creation) และมีความ โดดเด่นเฉพาะตัว (uniqueness)

    จากความสำเร็จของหลายประเทศโดยเฉพาะเกาหลีใต้ ที่รู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ จนสามารถ ส่งออกมรดกทางวัฒนธรรมไปทั่วโลก ในรูปของภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เพลง นักร้อง แฟชั่น การท่องเที่ยว ศิลปะการแสดง และอาหาร ทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ สำหรับประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่า ขณะเดียวกันก็เสียเปรียบในเชิงเศรษฐกิจกับประเทศที่มีต้นทุนแรงงานการผลิตที่ต่ำกว่า

    ดังนั้น ทิศทางใหม่ของประเทศจึงต้องเร่งพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ สร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มในตัวสินค้าและบริการ จึงจะสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ปัจจุบันรัฐบาลมีการสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจัง และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน (creative industrial hub of ASEAN) และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นร้อยละ 20 ของ GDP ภายในปี 2555

    ในระดับหน่วยงานหรือองค์กร แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สอดคล้องกับเป้าหมายการปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่องค์กรสร้างสรรค์ (creative organization) ซึ่งต้องอาศัยกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในการริเริ่มและผลักดันการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้

    1.ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน เน้นเพิ่มพื้นที่เปิด (open space) สำหรับการนั่งพูดคุยหรือประชุมงาน รวมทั้งจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ถ้าพนักงานรู้สึกมีอิสระ สามารถแสดงออกโดยไม่ติดขัดที่ลำดับชั้นในองค์กร จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจสร้างแนวความคิด หรือผลงานใหม่ ๆ ขึ้นมา

    2.มีการวางระบบการจัดการความรู้ที่เน้นทั้งการสร้างและบริหารข้อมูล (codification) ในระบบสารสนเทศที่สามารถประมวลผล วิเคราะห์และจัดเก็บเป็นคลังความรู้ ฐานข้อมูลจะมาจากหลายแหล่ง

    ในขณะเดียวกันก็ต้องมีกระบวนการแบ่งปันความรู้ที่เน้นความสามารถและทักษะเฉพาะตัว (personalization) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและถ่ายโอนความรู้ผ่านทางการทำงานเป็นทีม มีการระดมสมองและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีระบบเครือข่ายเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญและเปิดโอกาสให้พนักงานในองค์กรได้รับการสอนงานแบบใกล้ชิด มีโอกาสร่วมแก้ปัญหากับบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

    3.จัดแผนงานในการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เริ่มจากการประเมินและคัดเลือก พัฒนาทักษะ รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ให้กับพนักงานกลุ่มพิเศษ (talent development) สนับสนุนให้กล้าทำในสิ่งใหม่ ๆ สร้างความเข้าใจในภาพรวมเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ จนสามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดมุมมองที่จะไปพัฒนาความคิดใหม่ที่แตกต่างและดีกว่าเดิมออกมาได้

    4.ฝึกอบรมหัวหน้างานให้เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการกระตุ้นผู้ปฏิบัติงานให้มีความคิดสร้างสรรค์ ชี้ให้เห็นโอกาส รวมทั้งค้นหาวิธีการก้าวข้ามอุปสรรค ความกังวลต่าง ๆ จากการนำเสนอแนวความคิดใหม่ ๆ การให้ความเชื่อมั่นกับพนักงานให้เกิดความกล้าเสี่ยง และยอมรับผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญของการบรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรสร้างสรรค์

    ระบบการผลิตซ้ำจำนวนมาก ๆ (mass production) แม้จะมีราคาถูกจากการประหยัดขนาด (economy of scale) แต่สินค้าก็มีจำนวนเกินความต้องการของผู้บริโภคและขาดความหลากหลาย ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูง และตลาดเป็นของผู้ซื้อ แนวคิดที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือการเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันผ่านทางความคิดใหม่ ๆ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มในตัวสินค้าและบริการ ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของเศรษฐกิจยุคใหม่ จึงไม่ใช่แค่การมี ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการบริหารองค์ความรู้โดยเชื่อมต่อสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วย

    คอลัมน์ HR CORNER
    โดย ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ nutavootp@chevron.com Chevron Thailand Explorationฯ




    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    Leave a Reply