Performancing Metrics

Custom Search

ดูดวงในรอบสัปดาห์(1 - 7 ก.พ.)กับไพ่ยิปซี

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

ไพ่เด่นในสัปดาห์ Knight of Pentacles การเงินที่ก้าวหน้ามาแล้วระดับหนึ่ง ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่ค่อยเป็นค่อยไป บางครั้งแสดงถึงบริวารหรือคนหนุ่มสาวที่มีความคิดเฉียบแหลมเรื่องการเงิน แต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างล่าช้า

ไพ่แนะแนวทาง Four of Swords ระวังความเครียดที่แอบแฝง สถานการณ์ที่มีความตึงเครียดสูง สัญญาณบอกถึงการพักผ่อนที่จำเป็น อาจต้องหาจังหวะปรับสมดุลให้สุขภาพ หรือหยุดเพื่อตั้งหลักสักระยะ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

ไพ่เด่นในสัปดาห์ Justice การงานใด ๆ จะเป็นไปโดยกฎแห่งความเที่ยงธรรม ในคู่ต่อสู้แข่งขันยากจะหาข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบต่อกัน กรณีข้อพิพาทสำคัญแนะนำให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง อาจมีการลงนามในเอกสารสำคัญ หรือเกี่ยวข้องกับรัฐ ราชการ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ไพ่แนะแนวทาง Temperance มีคำแนะนำคุณถึงการปรับตัว การจัดสมดุล การประเมินสถานการณ์ตามความจริง ไม่หลอกตัวเอง ไม่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่คาดเดาไม่ได้

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

ไพ่เด่นในสัปดาห์ Nine of Pentacles การเงินค่ะ ค่อนข้างโดดเด่น เป็นได้ทั้งเงินเก็บเงินออม โบนัส รายได้ที่เข้ามาก้อนโต ๆ และยังหมายถึงเงินที่ใช้กับความสะดวกสบาย การปรับปรุงบุคลิกภาพ การหาความสุขให้ตัวเอง แม้แต่เลี้ยงเด็กด้วยเสน่หา (แน่ะ)

ไพ่แนะแนวทาง Five of Pentacles มีข่าวดีหยก ๆ ก็มีข่าวไม่สู้ดีตามประกบมาด้วยค่ะ […]

การศึกษากับการอยู่รอดของหนังสือพิมพ์

มีโอกาสได้ไปสัมผัสกับชีวิตนักศึกษาในต่างแดนเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ได้เปิดหูเปิดตากับสิ่งเก่า ๆ ที่นี่ แต่ใหม่มากสำหรับประเทศไทยและหลายอย่างก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบการศึกษาบ้านเรา

แค่วันแรกที่ได้เห็นการเรียนการสอนที่นี่ ภาควิชาการสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต หรือ Life Science Communications ยอมรับตรง ๆ ว่า ทึ่ง เพราะแม้จะเป็นคลาสแรกที่คนจะเรียนด้านสื่อสารมวลชนต้องผ่านทุกราย แต่รูปแบบและวิธีการสอนของเขาเป็นแนวทางที่น่าประทับใจมาก

และที่โชคดี คือ วันที่ผู้เขียนและเพื่อนร่วมทีมได้เข้าไปสังเกตการณ์ และเรียนรู้ไปด้วยนั้น เป็นชั่วโมงแรกของวิชา นักศึกษาใหม่ทุกคนจะได้รับมอบหมายตั้งแต่ยังไม่เจอตัวผู้สอนให้ไปอ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของรัฐวิสคอนซินดูมาทั้งฉบับ ทุกเซ็กชั่นที่มี เลือกข่าวหรือคอลัมน์ที่อยากวิจารณ์ อยากพูดถึงมาตามที่สนใจ

ภาพแรกที่เห็น เมื่อเข้าไปในห้องเรียนนั้น คือบรรยากาศของความไม่เป็นทางการ นักศึกษาสามารถเลือกที่นั่งได้ตามชอบใจ ตามจุดต่าง ๆ ที่จัดเก้าอี้ไว้ให้ แตกต่างจากบ้านเรา ที่โต๊ะและเก้าอี้จะจัดวางอย่างเป็นระเบียบ นักเรียนทุกคนต้องนั่งหันหน้าตรงไปที่ผู้สอน

แต่ที่นี่นั่งตรงไหนก็ได้ของห้อง แต่เวลาสอนต้องหันมาสื่อสารและมองหน้าผู้สอน ซึ่งจริง ๆ อากัปกิริยาเหล่านี้ก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ เพราะ…ไมเคิล เจ. ฟลาเฮอร์ตี้ (Michael J. Flaherty) อาจารย์ผู้สอนมีพลังในการดึงดูดความสนใจของนักศึกษาอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยลีลา น้ำเสียง การเคลื่อนไหวที่สามารถเดินไปได้รอบ หาจุดที่จะยืนสื่อสารกับนักศึกษาได้ทุกคน และทำให้ห้องเรียนมีชีวิตชีวา

ทุกครั้งที่ไมเคิลตั้งคำถาม นักศึกษาจะมีส่วนร่วม ไม่รอให้ต้องขานชื่อ หรือสบตาซ้ำซาก ทุกคนล้วนอยากมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

การเรียนการสอนของวิชานี้ เน้นการปฏิบัติ แต่ผู้สอนจะสอดแทรกทฤษฎีเป็นระยะ […]

สุดยอดบริษัทนักคิดค้นชั้นนำของโลก

เพิ่งได้มีการประเมินขีดความสามารถของกิจการชั้นนำระดับโลก ที่สามารถคิดค้นนวัตกรรมที่มีความแตกต่างขึ้นมา และนำไปจดทะเบียนเป็นสิทธิบัตรได้เป็นมูลค่าสูงที่สุด โดยกิจการที่ทำการประเมินนี้คือ Ocean Tomo ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและคัดเลือกจากบริษัทชั้นนำระดับโลก 1,000 อันดับแรก ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องชี้วัดความโดดเด่นและได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่สินค้าประเภท “Mee too” กำลังครองตลาดดังเช่นปัจจุบัน

อันดับแรก คือ ไมโครซอฟท์ ซึ่งก็ถือว่าไม่พลิกความคาดหมายนัก แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้งว่าไม่ค่อยมีการคิดค้นนวัตกรรมเด็ด ๆ ด้วยตนเองเท่าไร แต่ผลจากการประเมินก็ชี้ชัดเจนว่า มูลค่าสิทธิบัตรที่ไมโครซอฟท์คิดค้นและจดทะเบียนเป็นเจ้าของนั้น มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นอยู่ในธุรกิจทางเทคโนโลยีประมวลผลข้อมูล การถ่ายโอนข้อมูล คอมพิวเตอร์กราฟิก และการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งกิจการก็หวังไว้ว่าจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดหลีกหนีการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศนี้

ตามมาติด ๆ ด้วยอันดับสอง ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์นั่นคือ ซัมซุง จากเกาหลี เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานั่นเอง ในปีที่ผ่านมา ซัมซุงได้รับการยกย่องว่ามีจำนวนสิทธิบัตรที่จดทะเบียนสูงสุดเป็นอันดับสอง ทั้งในแง่ของปริมาณและมูลค่า

นวัตกรรมสุดยอดของซัมซุงอยู่ในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีด้านหน่วยความจำ รวมถึงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือว่ามาแรงมาก ๆ และปรับเปลี่ยนรูปโฉมภาพลักษณ์ให้กับบริษัทเกาหลีอย่างมากทีเดียว จนปัจจุบันซัมซุงถือเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีส่วนครองตลาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากโนเกียเท่านั้น นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์อย่าง HDTV ก็ถือว่าเป็นผู้นำตลาดในระดับโลกเช่นเดียวกัน

อันดับที่สาม ก็ยังอยู่ในทวีปเอเชียครับ คือ แคนนอน ผู้นำการผลิตกล้องดิจิทัลสัญชาติญี่ปุ่น ถือเป็นกิจการแดนอาทิตย์อุทัยที่ติดอันดับสูงที่สุด มุ่งเน้นค้นคว้าจนได้สิทธิบัตรที่สูงค่าเกี่ยวกับจอสัมผัสสำหรับกล้องดิจิทัล […]

การเปิดตลาดของอาฟต้า

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 ประเทศต่าง ๆ 6 ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียนเก่าต้องประกาศลดภาษีขาเข้าสำหรับสินค้าต่าง ๆ ลงเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ ถ้าจำไม่ผิดจะมีสินค้ารายการต่าง ๆ ทั้งสิ้นกว่า 8,000 รายการ ที่ประเทศทั้ง 6 อันได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย สิงคโปร์ และบรูไน สำหรับสิงคโปร์และบรูไนคงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะภาษีขาเข้าของสองประเทศนี้ไม่มีอยู่แล้ว

ทันทีที่มีข่าวนี้ออกมา ทีแรกนึกว่าภาคอุตสาหกรรม หรือสภาอุตสาหกรรมฯจะมีเสียงออกมาบ้างว่าอาจจะกระทบกระเทือนต่อผลประกอบการของภาคอุตสาหกรรมบางชนิดบางประเภท แต่ปรากฏว่าทางสภาอุตสาหกรรมฯกลับเงียบ แสดงว่าภาคอุตสาหกรรมของเราคงเข้มแข็งพอจะเปิดรับการแข่งขันจากประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียนเก่าทั้ง 6 ประเทศได้

คงจะเป็นไปได้มากที่ประเทศไทยของเรา ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ชนิดต่างๆ เช่น รถปิกอัพ รถยนต์นั่ง ชิ้นส่วนรถยนต์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ คงเข้มแข็งพอแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว มีมาเลเซียเท่านั้นที่ยังยึกยักไม่ยอมเปิดตลาด ยังต้องการปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ของตัวเองอยู่

แม้ว่าจะมีโครงการที่จะมีเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น อาเซียนกับจีน อาเซียนกับเกาหลี สำหรับภาคอุตสาหกรรมคงจะได้ประโยชน์จากการรวมกันเป็นตลาดใหญ่ การลงทุนขนาดใหญ่ที่เป็นไปไม่ได้สำหรับตลาดแต่ละประเทศ ก็อาจจะเป็นไปได้สำหรับตลาดอาเซียนเป็นส่วนรวม

ความจริงแล้วน่าจะมีอุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรมที่อาจจะถูกกระทบกระเทือนบ้าง แต่เมื่อไม่มีเสียงโอดครวญ ก็น่าจะต้องถือว่าสภาอุตสาหกรรมฯคงจะได้ดำเนินการและมีการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนเราจะได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใดในการเปิดตลาดถึงกันในบรรดาประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ก็คงจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการภายในประเทศของเรา การสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย การมีระบบการปกครองที่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่ใช่ระบบการปกครองประเทศตามอำเภอใจหรือตามกระแสที่เกิดจากการปลุกปั่นขึ้น กฎหมู่ไม่อยู่เหนือกฎหมาย […]

“สินค้า-ทีวี” สีเทา

นอกเหนือจากกระแสข่าวชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ทั้งในซีกรัฐบาลด้วยกัน-ฝ่ายค้าน-เสื้อแดง ที่ผู้คนจับตามอง เพราะเกรงว่า “การเมือง” จะบั่นทอนเศรษฐกิจที่กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกหน นอกเหนือจากการเมือง ก็มีแต่ข่าว “ปูแดง ไคโตซาน-ป้าเช็ง” ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และถูกพูดถึงกันทุกวงการ

ข่าวแรก (ปูแดง ไคโตซาน) เป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจที่ สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะพฤติกรรมส่อไปทางสร้างรายได้จากการล่าหัวคิวผู้เข้าร่วมธุรกิจ มากกว่าการขายสินค้า อีกข่าวหนึ่ง (ป้าเช็ง) เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับการหลอกลวง ผู้บริโภค อวดอ้างสรรพคุณเกินความจริง

ถ้าจะมองข้ามประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว ใครจะผิดหรือถูกคงปล่อยเป็นเรื่องของกฎหมายไป แต่ถ้าจะข้ามไปอีกชอต ผมมองว่าทั้งกรณีของปูแดง ไคโตซานและป้าเช็ง เกิดจากความ “อืดอาด” ของภาครัฐโดยตรง

ทั้ง 2 กรณีเกิดขึ้นมาพักใหญ่ ๆ แล้ว มีการเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณชนตลอดมา ไม่ได้ทำแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ความ “อืดอาด” ในประเด็นที่ผมสนใจ ไม่ได้เกี่ยวกับ “ดีเอสไอ” “สคบ.” รวมถึง “อย.” ซึ่งถ้าจะว่ากันตามเนื้อผ้า ดูเหมือนจะตื่นสายไปหน่อย หากเป็นความ “อืดอาด” ที่พุ่งเป้าไปที่ร่าง กม. จัดตั้ง กสทช. เพื่อควบคุมดูแลกิจการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด […]

เตือน “ถดถอยรอบ 2″ กระหึ่ม โลกเผชิญทางสองแพร่งนโยบายหนุน ศก.

มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุนมีชื่อเสียง และแม้กระทั่งบุคคลระดับรัฐมนตรีคลังในบางประเทศที่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูงจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้งหนึ่ง (double dip recessions) กำลังสอดรับไปกับปฏิกิริยาของดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงนี้

ทั้งสองปรากฏการณ์ได้เพิ่มน้ำหนักให้กับความวิตกกังวลต่อความแข็งแกร่ง และความยั่งยืนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สตั้งข้อสังเกตในช่วงต้นเดือนมกราคมว่า ในสหรัฐ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) และแคนาดา ตัวเลขว่างงานที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความไม่รีบร้อนของบรรดาบริษัทต่าง ๆ ที่จะเพิ่มการจ้างงาน แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นแล้ว ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่า หลายบริษัทยังคลางแคลงใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจว่าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทยอยยกเลิกไป

ขณะที่ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงในระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสถาบันการเงิน 70 ราย โดยบริษัทโอลิเวอร์ วายแมน ที่ปรึกษาด้านการจัดการ ซึ่งจัดเตรียมเพื่อเผยแพร่ระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ดาวอส พบว่า ซีอีโอส่วนใหญ่เชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั่วโลกจะดำเนินไปอย่างไม่ต่อเนื่อง จนกว่าจะถึงปี 2555 เป็น อย่างน้อย โดยในจำนวนนั้น 22% เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญสถานการณ์การถดถอยทางเศรษฐกิจระลอกสอง

สัญญาณเตือน “ถดถอยรอบ 2″ กระหึ่ม

เวทีการประชุมเศรษฐกิจโลกล่าสุดได้กลายเป็นเวทีในการส่งสัญญาณเตือนต่อความเสี่ยงของ double dip recessions อย่างชัดเจน บุคคลระดับแถวหน้าของโลกล้วนทำนายออกมาในทิศทางนี้ ซึ่งรวมถึง โจเซฟ สติกลิทช์ […]

ชะตากรรมพรรคร่วม หน้าเข้ม-เสียงแข็ง กอดคอกัดฟัน “ไม่ยุบสภา”

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับดีกรีความร้อนแรงทางการเมืองในมิติฟากพรรคร่วมรัฐบาล อันประกอบไปด้วย ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-เพื่อแผ่นดิน-ชาติไทยพัฒนา-รวมใจไทยชาติพัฒนา-กิจสังคม จะขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับจากแกนนำผู้มีบารมีตัวจริงของแต่ละพรรคออกมาเคลื่อนไหวกดดันพรรค ประชาธิปัตย์เกี่ยวกับท่าทีที่ชัดเจนในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จนนำไปสู่สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะแหลมคมตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และถึงจุดทดสอบสำคัญในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 ซึ่งท้ายที่สุด มติของพรรค ประชาธิปัตย์ก็ยืนกรานที่จะไม่ร่วมขบวนลงชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หลังคำประกาศท่าทีที่ชัดเจนดังออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ อุณหภูมิการเมืองไทยที่ถูกอุ่นให้กรุ่นอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จากเกมการเคลื่อนไหวนอกสภา กระแสข่าวลือเรื่องการปฏิวัติ ฯลฯ ก็ถูกวิเคราะห์ในเชิงลบและไม่มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า แนวคิดที่สวนทางกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีดังกล่าวอาจทำให้

1) พรรคร่วมรัฐบาลที่ดูเหมือนจะตกอยู่ใต้ร่มเงาของพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด จะเกิดการจับรวมตัวกันอย่างแข็งขันเพื่อเผชิญหน้ากับพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง

2) พรรคร่วมรัฐบาลอาจตอบโต้ท่าทีเพิกเฉยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการ “เปิดฟรีโหวต” หรือไม่ยกมือสนับสนุนรัฐบาล หรือรัฐมนตรีบางคนที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเร็ว ๆ นี้

3) พรรคร่วมรัฐบาลอาจย้ายขั้วไปร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อไทยแทน

4) พรรคร่วมรัฐบาลอาจเดินเกมกดดันหรือสร้างความปั่นป่วนเพื่อนำไปสู่การ “ยุบสภา” ในที่สุด

แนวทางวิเคราะห์ดังกล่าว นอกจากจะสร้างสีสันบนเวทีสื่อได้อย่างเข้มข้นแล้ว ยังสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนในตลาดทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนบางช่วงหลุดลงไปต่ำกว่า 700 จุดก็มี

ร้อนถึง “ขุนคลัง” กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องออกหน้ามาเป็นตัวแทนรัฐบาล ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ไม่มีเหตุผลที่จะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ เพราะรัฐบาลยังมีเสถียรภาพ และการที่พรรคร่วมรัฐบาลเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ก็เป็นมาตราที่ไม่มีผลกระทบกับประชาชน

“ขอยืนยันว่ารัฐบาลยังดำเนินนโยบายบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณและการอัดฉีดเม็ดเงินในโครงการไทยเข้มแข็ง และยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ เพราะการปฏิวัติไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ดังนั้น ขอให้นักลงทุนแยกแยะข้อมูลข่าวสารและอย่าเชื่อข่าวลือ”

อย่างไรก็ตาม หากไม่นับความเปราะบาง […]

แดง-ปลุกปฏิวัติ-บิดคดียึดทรัพย์

กว่าจะถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 มีปรากฏการณ์-ความเคลื่อนไหวการเมือง เข้มข้นจากทุกขั้ว-ทุกฝ่าย

อย่างน้อยฝ่ายรัฐบาลก็เตรียมการตั้งรับ ทั้งฝ่ายทหาร-ตำรวจ-พลเรือน อยู่ในที่ตั้งเดียวกับ “กองทัพ”

อย่างมากฝ่าย “เสื้อแดง” ก็ประกาศ-ปลุกกระแสเรื่อง “ปฏิวัติ” เต็มรูปแบบ

ไม่ต้องนับฝ่าย “เพื่อไทย” ที่เตรียมพร้อมในสภาผู้แทนราษฎรสำหรับญัตติ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ”

ฝ่ายรัฐบาลจึงชิงลงมือขอมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติให้มีการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ทหารเป็น “ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน” ล่วงหน้า 1 เดือน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2553 เพื่อให้ “กองทัพ” ออกมาช่วยตำรวจดูแลสถานการณ์การชุมนุมของ “เสื้อแดง” ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

“เมื่อถึงเวลาจะได้เคลื่อนย้ายกำลังทหารออกมาช่วยตำรวจได้ทันที” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่าย ความมั่นคง ประกาศรุกในที่ตั้งเพื่ออยู่รอด ก้าวข้ามวันที่พิพากษา 26 กุมภาพันธ์ไปได้จนถึงปี 2554

สมมติฐานที่นำไปสู่การตั้งรับด้วย “กองทัพ” ถูกตีความจากฝ่าย “เสื้อแดง” ว่าเป็นการเตรียมการ “ปฏิวัติ” ถูกอธิบายโดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-ฝ่ายความมั่นคง

ดร.ปณิธาน วัฒนายากร เรียงความจากรายงานของสภาความมั่นคง (สมช.) ว่า ก่อนจะถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์จะมีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น 3 ระดับ […]