ยิ่งใกล้วันพิพากษาคดียึดทรัพย์ คุณทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน ในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ดูเหมือนสังคมไทยยิ่งเดินหน้าสู่สงคราม…เข้าไปทุกที
ชั่วโมงนี้ ข่าวลือปฏิวัติหึ่งไปทั่วเมือง ชนชั้นนำบางคนหวังพึ่งพระสยามเทวาธิราช แม้ว่าองค์ท่านจะเหนื่อยล้าเต็มที
นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า สังคมไทยหลีกหนีความขัดแย้งรุนแรงได้ยาก เห็นทีคราวนี้อาจได้เห็น 6 ตุลาคม 2519 อีกรอบ
แต่นักเศรษฐศาสตร์การเมืองอย่างอาจารย์นวลน้อย ตรีรัตน์ มองโลกในแง่ดีว่า สังคมไทยจะไม่สรุปบทเรียนจากอดีตบ้างเลยหรือ ?
ปลายเดือนมกราคม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดงานเสวนา “ก้าวข้ามความขัดแย้งในสังคมไทย” ความน่าสนใจ คือมีการพูดถึงเครื่องมือ ที่นานาประเทศใช้ในการยุติความรุนแรง และประสบความสำเร็จมากที่สุด
พวกเขาพูดถึง Scenario หรือกระบวนการฉายภาพฉากทัศน์อนาคต ในโมเดลของแอฟริกาใต้ที่ผ่านความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างผิวขาวกับผิวดำ
Scenario 1 คือนกกระจอกเทศมุดหัวลงในพื้นทราย ซึ่งหมายถึงอนาคตแบบที่ ทุกฝ่ายไม่ต้องการเจรจา ทุกกลุ่มต่างเผชิญหน้าและตอบโต้กันด้วยความรุนแรง ต่างคนต่างปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตน เหมือนกับพฤติกรรมของนกกระจอกเทศ ที่เอาหัวมุดลงดิน ไม่สนใจภาวะแวดล้อม ที่เกิดขึ้นข้างนอก
Scenario 2 คือเป็ดง่อย ซึ่งหมายถึง ทุกกลุ่มต่างเริ่มหันหน้าเข้าคุยกัน แต่ยังปราศจากความเชื่อใจ เกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค ทำให้ไม่มีเสถียรภาพ ยากที่จะควบคุมกลุ่มต่าง ๆ ส่งผลให้วิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจยังดำรงอยู่ เป็ดง่อยก็หมายถึงเป็ดที่ได้รับบาดเจ็บที่ปีกและยังไม่ทันได้รักษาให้หายก็ออกวิ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะวิ่งหรือบินได้
Scenario […]
Share on Facebook
นิติเศรษฐศาสตร์ (Law and Economics) หรือเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่าด้วยกฎหมาย (Economic Analysis of Law) เป็นศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาประเด็นสำคัญทางกฎหมาย ทฤษฎีกฎหมาย การตีความกฎหมาย การออกแบบกฎหมาย การประเมินคุณค่าของกฎหมาย และผลกระทบของกฎหมายต่อพฤติกรรมของตัวละครที่เกี่ยวข้องและสังคม โดยใช้ระเบียบวิธีหรือวิธีวิทยา (Methodology) ทางเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิกเป็นกรอบและเครื่องมือมาตรฐานในการวิเคราะห์
นิติเศรษฐศาสตร์ให้ความสำคัญกับมิติด้าน “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) ของกฎหมาย ระบบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม และมีเป้าหมายเพื่อบรรลุสวัสดิการสังคม (Social Welfare) สูงสุด โดยมองว่า กฎหมายเป็นปัจจัยเชิงสถาบัน (Institutional Factor) ซึ่งส่งผลในการกำกับพฤติกรรมของประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์ ผู้บังคับใช้กฎหมาย องค์กร และรัฐบาล
กฎหมายในมุมมองของนิติเศรษฐศาสตร์คือเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมไปสู่แนวทางที่สังคมพึงปรารถนา (เช่น ให้คนมีพฤติกรรมระมัดระวังเพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ ออกแบบสัญญาที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ) และป้องปรามยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาของสังคม (เช่น การก่ออาชญากรรมด้านต่าง ๆ) ผ่านบทลงโทษทางกฎหมาย ทั้งการลงโทษที่เป็นตัวเงิน ได้แก่ ค่าปรับ และการลงโทษที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่น การจำคุก การภาคทัณฑ์ การกักบริเวณ การประหารชีวิต
ก่อนหน้าทศวรรษ 1960 การใช้ระเบียบวิธีทางเศรษฐศาสตร์มาวิเคราะห์ประเด็นคำถามสำคัญทางกฎหมายจำกัดวงแคบอยู่เฉพาะในสาขากฎหมายเศรษฐกิจและธุรกิจ […]
Share on Facebook
การแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ต่างกับการแก้ปัญหาอื่น ซึ่งถ้าจะให้ได้ผลจะต้องใช้หลักสากลที่วางอยู่บนฐานทางวิทยาศาสตร์ ปราชญ์เห็นพ้องต้องกันว่าหลักสากลที่ใช้ได้ผลมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ได้แก่ “อริยสัจ 4″ อันมีทุกข์ สมุทัย นิโรธและมรรค เป็นองค์ประกอบ
ทุกข์ - องค์ประกอบนี้มีคำอธิบายอยู่ในตัว เพราะชาวโลกเห็นพ้องต้องกันว่าภาวะโลกร้อนสร้างปัญหาหนักหนาสาหัส ไม่ว่าจะเป็นการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนผืนดินตามชายฝั่งไปจำนวนมาก ภาวะฝนแล้งจัดจนสัตว์และพืชล้มตาย หรือลมพายุร้ายแรงที่ทำให้บ้านเมืองพังทลายปีละหลายต่อหลายครั้งทั่วทั้งโลก
สมุทัย - องค์ประกอบนี้มุ่งไปที่การมองหาต้นเหตุของปัญหา เรามักได้ยินกันว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ได้แก่ การเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนของก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานของปัญหา ปัจจัยพื้นฐานมีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง คือ จำนวนคน การบริโภคของแต่ละคน และวิธีสร้างผลิตผลเพื่อสนองการบริโภคนั้น
ในด้านจำนวนคน เราทราบแล้วว่าในขณะนี้โลกมีประชากรราว 6.4 ล้านคน และยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการใช้ทรัพยากรโลกเพื่อการบริโภค ซึ่งในที่นี้ไม่จำกัดอยู่แค่สิ่งของที่เราใส่เข้าไปในปากและกลืนลงไปในท้องเท่านั้น หากครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ปราชญ์ที่ศึกษาปัญหาของโลกปัจจุบันพากันสรุปว่า โลกไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะเอื้อให้คนกว่า 6 พันล้านคนอยู่ได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว หนังสือเล่มล่าสุดที่ชี้ให้เห็นประเด็นนี้อย่างดีเยี่ยม คือ One with Nineveh ของ Paul และ Anne Ehrlich ซึ่งประชาชาติธุรกิจนำบทคัดย่อมาพิมพ์เมื่อ 2 ปี และในขณะนี้รวมอยู่ในหนังสือชื่อ ธาตุ […]
Share on Facebook
พาทัวร์จีน 2 ฉบับติดต่อกันแต่ก็รู้สึกยังไม่เบื่อ สำหรับประเทศ “ว่าที่อภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ ของโลก” ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจชนิดไม่รู้เบื่อ วันนี้จะพาทัวร์นอกเมืองไปเยี่ยมมหานครธุรกิจแห่งใหม่ของจีนที่ชื่อ “เทียนจิน” ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูคนไทยเท่ากับ “เทียนสิน” แต่ทั้ง 2 ชื่อนี้คือเมืองเดียวกัน
เวลาเราพูดถึงเมืองธุรกิจเรามักจะคิดถึง “มหานครเซี่ยงไฮ้” เป็นทั้งเมืองธุรกิจ แฟชั่นที่กำลังทาบชั้นเมืองธุรกิจระดับโลก แต่วันนี้รัฐบาลจีนได้มีนโยบายบอนไซ เซี่ยงไฮ้มิให้โตกว่านี้อีกแล้วแต่จะทุ่มสรรพกำลังทั้งหมด ทรัพยากรมหาศาล “เนรมิต” เทียนสินให้เป็นเมืองธุรกิจ อุตสาหกรรม และศูนย์กลางการเงินภูมิภาค เทียบชั้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นในอนาคตอันใกล้
เช้าวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา พวกเราคณะนักศึกษาหลักสูตรการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.13) เดินทางออกจากกรุงปักกิ่งตั้งแต่เช้าเพื่อให้ทันตามกำหนดการที่จะเข้าฟังการบรรยายจากคณะ ผู้บริหารมหานครเทียนสิน
แต่ก่อนจะถึงตัวเมืองเราแวะเดินชมเมืองและถนนวัฒนธรรมของเมืองนานเป็นพิเศษ
ถนนวัฒนธรรมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่นำเอาชุมชนเก่าแก่คล้าย ๆ ตลาดเก่า 100 ปีที่กำลังฮิตในบ้านเรา ในร้านจะขายทั้งสินค้าพื้นเมือง งานศิลปะและของเด็กเล่น ถนนไม่ยาวมากสินค้าก็มีไม่มาก เทียบกับตลาดเก่าของเราน่าจะดีกว่าเพราะมีของกินอร่อย ๆ ให้เลือกซื้อกันสนุกมือและอร่อยปาก
หลังจากนั้น เราก็เข้าสู่พิธีการรับฟังการบรรยายจากผู้บริหารเมือง ที่เตรียมต้อนรับคณะจากเมืองไทยเต็มที่ บรรยากาศเชิงวิชาการในวันนั้นน่าสนใจ ได้รู้ในเรื่องที่เราไม่เคยรู้มากมาย
นอกเหนือจากรู้จักเมืองเทียนสินมากขึ้น ว่าเมื่อเทียนสินเป็นเมืองท่าของจีนมานาน เป็น “ลมหายใจของเกาหลี” เพราะต้องพึ่งท่าเรือสินค้าเทียนสินในการขนส่งสินค้าเกาหลีมาขายในจีน ตอนนี้รัฐบาลกลางมีนโยบายพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งใหม่ และจะให้เป็นท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด เป็นนิคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ที่ขาดไม่ได้ต้องมีสถาบันการเงินตามมาด้วย […]
Share on Facebook
พลันที่ข่าวโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ประกาศเรียกคืน (Recall) รถยนต์ทั่วโลกจำนวนกว่า 8 ล้านคัน เพื่อกลับมาซ่อมแซมจุดบกพร่องจากโรงงาน อันสืบเนื่องจากการคืนตัวช้าเกินไปของระบบคันเร่ง และพรมปูพื้นรถอาจหลุดเข้าไปทำให้คันเร่งเกิดทำงานอย่างไม่ได้ตั้งใจ ตลอดจนต้องสั่งระงับการจำหน่ายและการผลิตเป็นการชั่วคราว โดยโตโยต้าแจ้งดีลเลอร์ในสหรัฐและแคนาดา ขอให้หยุดการจำหน่ายเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปสำหรับรถโตโยต้า 8 รุ่นที่ขายในสหรัฐในปี 2009 ได้แก่ คัมรี่ และโคโรลล่า ที่เป็นรุ่นยอดนิยม นอกจากนั้นยังมี แมทริกซ์, อาแวลอน, ไฮแลนเดอร์, ราฟ 4, เซโกเวีย, และทุนดรา
ข่าวชิ้นนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างใหญ่หลวง แม้ว่ากระแสการเรียกรถคืนเพื่อนำกลับมาปรับปรุงจะเกิดขึ้นมาตลอดก็ตาม แต่ครั้งนี้กระทบในวงกว้าง เพราะมีจำนวนรถที่เรียกคืนเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนนักวิเคราห์บางคนมองว่าการเรียกคืนครั้งนี้อาจจะทะลุถึง 10 ล้านคันทั่วโลก
กลิ่นควันของโตโยต้ายังไม่ทันจาง ข่าวการเรียกคืนรถฮอนด้าอีกจำนวนก็เกิดขึ้น
โดยโฆษกฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์นั่ง ฮอนด้า แจ๊ซ และซิตี้ แจ้งว่าจะเรียกรถทั้งสองรุ่นทั่วโลกไปปรับปรุงจำนวน 646,000 คัน และในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยถึง 2,760 คัน เนื่องจากตรวจพบว่าหากมีน้ำจำนวนหนึ่งเข้าไปขังบริเวณชุดควบคุมกระจกหน้าต่างไฟฟ้าบริเวณด้านคนขับ หรือ […]
Share on Facebook
ในกลเกม-การแก้ไขรัฐธรรมนูญ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นคนที่รับแรงปะทะจากทั้งศึกใน-ศึกนอก
ทั้ง 2 กองกำลังของอดีตหัวหน้าพรรค “ชวน หลีกภัย” และกองกำลังของเหล่า “ทายาท” สาวกของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ถล่ม “สุเทพ” เป็นระลอกราวกับลูกระนาด
เก้าอี้ที่ทรงอิทธิพล-ทางการเมือง-ตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” ผู้พลิกตำนาน “ดีลมหากาฬ” จัดตั้งรัฐบาลแบบ สายฟ้าแลบ-พลิกฟ้า-พลิกขั้ว ถูกอาถรรพ์ “พรรคเก่าแก่” ครอบงำจนอึดอัด-หายใจแทบไม่ออก
“สุเทพ” อยู่ในอาการ กลับไม่ได้- ไปไม่ถึง
ไม่มีแนวโน้มที่ประวัติศาสตร์-10 มกรา และศึก 2 เส้า ระหว่างทศวรรษใหม่กับผลัดใบ จะซ้ำรอย
คนในวงการเมืองวิพากษ์-ย้อนประวัติศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์กัน ใต้ถุนสภาผู้แทนราษฎรว่า “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มีฉากจบ-ศพไม่สวย สักคน”
ทั้ง “วีระ มุสิกพงศ์-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์-ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์”
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์พรรค ปชป. ก็น่าหวั่นใจแทน “เทพเทือก” ไม่น้อย กับอาถรรพ์ “เก้าอี้เลขาฯพรรค ปชป.”
เริ่มจาก นายวีระ มุสิกพงศ์ จากอดีต นักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคหนึ่ง แต่พอขึ้นชั้นเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีเหตุให้ตกเก้าอี้อย่างเจ็บปวด […]
Share on Facebook
ยิ่งใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 น. การเมืองไทยเต็มไปด้วยข่าวลือสะพัดไปทั่วทุกวงการ
คนการเมืองทั้งใน-นอกสภากล่าวขวัญถึงวัน “พิพากษา”
นักธุรกิจพันล้าน-ที่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองทั้งแบบออกหน้า-หนุนหลัง ถามไถ่ “ผลลัพธ์” ของคำพิพากษา
ชาวบ้านร้านถิ่น-รากหญ้า ถึงสลัม เมืองหลวง เฝ้าติดตามการขับเคลื่อนของ “เสื้อแดง” อย่างระทึกใจ
นาทีนี้อัตราต่อรองในวงพนันเริ่มคุยกันสนั่นแล้วว่า “ทักษิณ” จะรอดหรือไม่รอด
นั่นอาจเป็นเพราะเดิมพันครั้งนี้สำหรับ “ทักษิณ” สูงยิ่งนัก
นับจากนี้ไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ สำหรับสังคมการเมืองไทย !
เราสนทนากับคนไทยหลากหลายอาชีพ เรียบเรียงมาบรรณาการผู้อ่าน เพื่อเช็ก กำลัง-ท่าที-อารมณ์ ของบุคคลระดับมีส่วนได้-เสีย ทั้งทางตรง-ทางอ้อม คิด-อ่าน-วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ “กุมภาพันธ์เดือด” อย่างไร
ช่างภาพมืออาชีพรายหนึ่งมองว่า คนไทยไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา มัวแต่ตีกัน อยากให้ดูเฮติเป็นตัวอย่าง เพราะสักวัน…คนไทยจะร่ำไห้ยิ่งกว่าแผ่นดินไหว ที่เฮติ
ขณะที่คุณหมออาวุโสนักปฏิรูป นายแพทย์ประเวศ วะสี สะท้อนว่า อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป บางที…สถานการณ์อาจไม่เลวร้ายและรุนแรงอย่างที่คิด หรือถ้ามีรัฐบาลน่าก็จะเอาอยู่ เพราะใครเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน เรตติ้งตกทันที เพราะคนไทยส่วนใหญ่ ไม่เอาความรุนแรง
“เชื่อมั้ยครับ ต่างชาติมองว่าประเทศ เราเจริญแล้วนะ เพราะถ้าเป็นเขา […]
Share on Facebook
พรรคประชาธิปัตย์-ถึงขนาดต้องตั้ง “วอร์รูม” เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการทางการเมือง ตั้งรับการรุกของ “ทักษิณและพวก”
กองทัพ-สั่งการเตรียมความพร้อมรับการรุกของเครือข่ายเสื้อแดง และแจงข่าว “ปฏิวัติ” ทุกระยะ
รัฐบาล-ต้องขอมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กองกำลัง “ทหาร” เข้ามาเป็นผู้ช่วย “ตำรวจ” ยาวนานอย่างไม่มีวันยกเลิก
แม้ทุกองคาพยพประเมินสถานการณ์ว่า ไม่มี “เงื่อนไข” พร้อมรองรับการ “ปฏิวัติ” มีแต่ฝ่าย “เสื้อแดง” เท่านั้น ที่รุก-และมีความเชื่อว่าจะมีการปฏิวัติ
เป็นความเชื่อที่ถูกปลุกข้ามประเทศ มาจากหัวขบวนเสื้อแดง “ทักษิณ ชินวัตร”
เสริม-เติมแต่งด้วยการสร้างกุศโลบาย เตรียมตั้ง “รัฐบาลพลัดถิ่น” ล่วงหน้า
ทำให้ฝ่ายกองทัพ-รัฐบาล-พรรค ประชาธิปัตย์ ตั้งหลัก-เตรียมรับอยู่ในวังวน-วอร์รูม ต้านปฏิวัติ
พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรับบนสมมติฐาน-ข้อมูล “คดียึดทรัพย์” เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนขบวนการ ล่อเป้าให้เกิดการปฏิวัติ
การประเมินสถานการณ์ การรุก-ปลุกผีปฏิวัติ จึงมีรัศมีทำการของกลุ่ม นปช.และแกนนำ เป็นวาระเพื่อพิจารณา
“กลุ่ม นปช.พุ่งเป้าไปที่การปลุกระดมด้วยข้อมูลเท็จ สร้างข่าวลือเรื่องการปฏิวัติเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างกว้างในมวลชน โดยได้มีการมอบหมายให้กลุ่มคนเสื้อแดงดำเนินการปิดล้อม และกดดันหน่วยทหารหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อที่จะนำไปสู่ความเข้าใจผิดและหวังผลในปฏิบัติการตอบโต้” ข้อวิเคราะห์ของวอร์รูมระบุเช่นนั้น
วาระที่ นปช.เปิดเผย กลายเป็นวาระที่วอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ รวบรวมไว้เป็น “คู่มือ” ติดตามการเคลื่อนไหวของ “เสื้อแดง”
พรรคประชาธิปัตย์ประเมินตามตาราง-ข้อมูลบางส่วนของสภาความมั่นคงฯว่า กิจกรรมความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จะดาวกระจายไป “แดงทั้งแผ่นดิน”
ในแต่ละพื้นที่รวมตัวชุมนุมอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการปฏิวัติที่หน้าค่าย/หน่วยทหาร เริ่มจาก กทม. และ […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม