ผมเห็นด้วยกับการที่คนไทยได้แสดงออกทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
ด้วยเชื่อว่าการที่คุณจะแสดงออกอะไรต่ออะไรออกมาได้นั้นต้องผ่านการเรียนรู้มาระดับหนึ่ง ซึ่งแรก ๆ ย่อมถูกบ้างผิดบ้าง
แต่การเรียนรู้เหล่านี้จะทำให้เราได้ซึมลึกและเข้าใจระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าระบอบประชาธิปไตยมาจากชาติตะวันตก เมื่อมาปรับใช้ในเมืองไทย ย่อมแตกต่างกันในเรื่องปลีกย่อย
หลายครั้งที่ผมเขียนเรื่องต่อต้านการคอร์รัปชั่นของนักการเมือง เขียนเรื่องสะท้อนความไม่ชอบธรรม ความไม่ยุติธรรมในสังคม บางทีก็เหมือนโยนหินลงกลางทะเล แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงออก
ผมไม่ค่อยเชื่อว่าสังคมของเราหรือสังคมไหนในโลกนี้จะมีความยุติธรรมทุกกระเบียดนิ้ว มันมักมีเรื่องแบบว่าพวกใครพวกมันให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ขึ้นอยู่กับผู้เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมนั้นจะใฝ่ดีหรือใฝ่ร้ายกับใคร
ผมเคยไปติดต่อในสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง เขาก็ทำงานกันตามปกติ แต่พอนักการเมืองไปถึงสถานที่นั้น ๆ กลับวุ่นวาย ลุกลี้ลุกลน
ทำให้บางทีก็นึกถึงคำพูดของ อัลแบร์ กามูส์ นักเขียนโนเบลคนหนึ่งที่พูดไว้ว่า “ผมรักแม่มากกว่าความยุติธรรม”
เช่นเดียวกับผมก็เชื่อว่า คงไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนหรอกที่ดีที่สุด มันปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปตามความปรารถนาของผู้คนในสังคมนั้น
ผมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่มีเรื่องชาวบ้านมาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะหากจะให้นักการเมืองแก้ก็แก้กันกลับไปกลับมาโดยมักตั้งธงว่าพวกตัวเองต้องได้ประโยชน์มากกว่าจะแก้เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย หรือเพื่อคนทั้งประเทศ
ทุกวันนี้ก็เห็น ๆ กันอยู่ เรื่องที่นักการเมืองเสนอให้แก้ไขไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องการกระจายความสุขให้ทั่วถึงของคนในชาติ
ผมว่าการจะพัฒนาประชาธิปไตยในบ้านเรานั้นจำเป็นที่ชาวบ้านทั่วไปต้องเรียนรู้แล้วสะท้อนความรู้สึกนึกคิดออกมา เสียงสะท้อนแบบนี้น่าฟังกว่าเสียงตะโกนของนักการเมืองที่มักลืมตัวใส่ร้ายก่นด่าคนอื่นโดยลืมตัวไปว่าตัวเองก็เป็นแบบนั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะอยู่ในแนวทางเดียวกัน คือเรื่องที่หลายคนหงุดหงิดที่มีคนพูดว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย เรียนรู้น้อย หนักไปทางบันเทิงหรือเล่นเกม เยาวชนของเราตอนนี้สู้เวียดนามไม่ได้แล้ว
ความหงุดหงิดอย่างเดียวก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ มันต้องเดินหน้าแก้ไขอย่างมีแบบแผนที่ดี ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลกำหนดให้ 10 ปีนี้เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน แต่รัฐบาลก็ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อปลุกให้คนไทยสนใจการอ่านกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งหากจำเป็นต้องเอากลยุทธ์ทางการตลาดมาใช้ก็ต้องทำ
เช่นเดียวกับการอ่าน การทำความเข้าใจ การเรียนรู้ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยสามารถสะท้อนออกมาด้วยการเขียน ซึ่งตอนนี้ หากใครสนใจจะแสดงออกทางการเมืองโดยการเขียน ขอเสนอแนะว่าลองเขียนเรื่องสั้นและบทกวีร่วมโครงการ “เรื่องสั้นและบทกวีการเมือง พานแว่นฟ้า” ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจัดมา 8 ครั้ง หรือ 8 […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยม