ขนมไทย “อ่อนหวาน”

Pinterest



  • ขนมไทย “อ่อนหวาน”

    ขึ้นชื่อว่า “ขนมไทย” คงหนีไม่พ้นความหวานและมัน ซึ่งเป็นรสอร่อยยอดนิยมของชาวไทย แต่ถ้าทานเข้าไปมาก ๆ ย่อมส่งผลต่อสุขภาพได้

    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดโครงการ “ขนมไทยอ่อนหวาน” ขึ้น โดยร่วมมือกับ 19 ผู้ประกอบการผลิตขนมไทยในจังหวัดเพชรบุรี ในการพัฒนาขนมไทยสูตรพิเศษที่ลดความหวาน มัน และเค็ม เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

    ในขั้นแรกนี้มีขนม 7 ชนิดได้รับการปรับปรุงสูตรใหม่ ด้วยการลดน้ำตาล กะทิ และเกลือ จากสูตรดั้งเดิมประมาณ 15-20% โดยขนมยังคงรสชาติอร่อยและคงตัวอยู่เหมือนเดิม ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมชั้น ขนมบ้าบิ่น อลัว ทองม้วน ข้าวเม่าบด ข้าวตูมะพร้าวอ่อน สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขนมชื่อดังของเพชรบุรี อาทิ หม้อแกงแม่กิมไล้ ร้านทองม้วนแม่เล็ก หม้อแกงเพชรสุภาพรรณ ฯลฯ

    ทีนี้ก็ “หม่ำ” ขนมหวานได้โดยไม่ต้องกลัวอ้วนแล้ว !

    บรรเทา “อาการก่อนมีประจำเดือน”

    ผู้หญิงอย่างเรา ๆ มักจะรู้ซึ้งถึงอาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาและอาการที่แตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำสำรวจโดยใช้หลักเกณฑ์ของ ACOG ซึ่งเป็นเกณฑ์ระดับมาตรฐานสากลทางการแพทย์ สำหรับวินิจฉัยกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน พบว่า 58% ของหญิงไทยได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์มากที่สุด ได้แก่ อาการแปรปรวนในระดับ 4.5 ซึ่งนับว่าสูงมากจากเกณฑ์ รองลงมาคือขาดสมาธิ 3.7 และอาการด้านร่างกายคือบวมน้ำ 2.9 โดยอายุเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 100 คน อยู่ที่ 26.8 ปี

    กลุ่มอาการทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 วันก่อนมีประจำเดือนนั้น ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศ หากมีอาการมากจนจัดอยู่ในกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง จะมีอาการก้าวร้าว รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า ควบคุมตัวเองไม่ได้ และส่งผลถึงการฆ่าตัวตาย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์

    ปัจจุบันได้มีการคิดค้นยาคุมกำเนิดสูตร 24/4 ซึ่งประกอบด้วยสารโปรเจสโตเจนสังเคราะห์ตัวใหม่ ที่รับประทาน 24 เม็ด ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐว่าสามารถรักษาอาการกลุ่มก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ดังนั้น ผู้ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม และควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การฝึกสมาธิ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ฯลฯ

    มิติใหม่ของการเช็กอัพสุขภาพ

    ในช่วงวัยทำงาน ทุกคนต่างก็มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับชีวิต จนลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า เรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคม สว. หรือสังคมผู้สูงวัย ซึ่งอาจจะเป็นภาระกับสังคมในอนาคต ดังนั้น คนในวัยทำงานที่อายุเฉลี่ย 15-59 ปี จึงควรให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองเสียแต่วันนี้

    ศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย โรงพยาบาลวิภาวดี ได้จัดตั้ง “ศูนย์บริการตรวจสุขภาพ” ทั้งในโรงพยาบาลและนอกสถานที่ รวมถึงให้บริการด้านอาชีวอนามัยแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูให้กับผู้ประกอบอาชีพทั้งหลาย ทำงานได้อย่างปราศจากโรค มีสภาวะสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

    สำหรับหลักการป้องกันโรคจากการทำงาน มีข้อปฏิบัติดังนี้ พยายามควบคุมสิ่งคุกคามต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมการทำงานให้อยู่ในระดับปกติ, จัดระบบการระบายอากาศอย่างเหมาะสมในบริเวณที่ทำงาน, ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายอย่างเคร่งครัด เช่น ใส่ปลั๊กอุดหูเมื่อต้องทำงานที่มีเสียงดัง ใส่หน้าการป้องกันระบบหายใจอย่างเหมาะสมเมื่อต้องทำงานสัมผัสกับสารเคมี ฝุ่น และเชื้อโรคต่าง ๆ นอกจากนั้น ควรตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานเป็นประจำทุกปี

    มีคำกล่าวเตือนสติคนทำงานว่า ถ้าสุขภาพดี ผลผลิตก็ดีตามไปด้วย ดังนั้น หนุ่มสาว “วัยทำงาน” รวมไปถึง “องค์กร” และ “สถานประกอบการต่าง ๆ” ควรต้องยอมเสียเวลาและงบประมาณสักนิด เพื่อจะได้ “เวิร์ก ฟอร์ ฟิต” กันตลอดไป !

    ตรวจหาสารชีวเคมี…ยับยั้งหัวใจวาย

    น.พ.วศิน พุทธารี อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ภาวะหัวใจวาย เกิดขึ้นจากภาวะหัวใจขาดเลือด เนื่องจากมีการอุดตันของการไหลเวียนเลือดสู่กล้ามเนื้อหัวใจ มีผลให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการ เสียชีวิตของประชากรทั่วโลก

    รายงานจากองค์การอนามัยโลกพบว่าแต่ละปีมีประชากรเสียชีวิตกว่า 7.2 ล้านคนทั่วโลก และในประเทศไทยมีการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเกือบ 30,000 คนต่อปี โดยมีภาวะหัวใจวายเป็นสาเหตุหลัก ซึ่งจะเกิดขึ้นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่าภาวะนี้เกิดกับคนที่ อายุน้อยขึ้นตามลำดับ

    แนวทางในการวินิจฉัยและรักษา มีวิวัฒนาการให้สามารถตรวจได้เร็ว ด้วยการใช้สารชีวเคมีบ่งชี้ภาวะที่มีการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ อันเป็นสารที่ถูกหลั่งออกมาในกระแสเลือดเมื่อหัวใจเกิดการบาดเจ็บ ล่าสุด ได้มีการคิดค้นสารทดสอบ “ไฮ เซนซิทีฟ โทรโปนิน ที” (High Sensitive Troponin T) ซึ่งเป็นการทดสอบโทรโปนิน ที ความไวสูง (Troponin T highly-sensitive) ในการวินิจฉัยภาวะหัวใจวายที่ช่วยให้ตรวจพบและวินิจฉัย ได้เร็วขึ้น เนื่องจากโทรโปนิน เป็นส่วนประกอบของโปรตีนที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และจะถูกหลั่งออกมาในกระแสเลือดเมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย

    ที่สำคัญ…แพทย์ควรศึกษารายละเอียดถึงวิธีใช้ที่เหมาะสมและถูกต้อง ก่อนจะนำไปใช้จริง เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

    คลายร้อนกับ “ซันไชน์ เทมพ์เทชั่น”

    ในช่วงเดือนแห่งความร้อนนี้ อัมบูรายาสปา โรงแรมเชอราตัน พัทยา รีสอร์ท จัดโปรโมชั่นรับลมร้อนกับส่วนลด 25% เพียงแค่เลือกเมนูสปาสุดโปรด อาทิ นวดน้ำมัน นวดหน้า นวดแบบไทย แผนโบราณ นวดคลายกล้ามเนื้อ มาสก์ ขัดผิว หรืออื่น ๆ ในช่วงเวลา 10.00-13.00 น.ของทุกวัน

    ที่นี่มีบริการวิเคราะห์และเช็กสภาพผิว พร้อมแนะนำโปรแกรมสปาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การันตีจากรางวัลสปายอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ทางนิตยสาร CEI Asia Pacific

    ให้บริการด้วยห้องทรีตเมนต์ 6 ห้อง ที่มีความเป็นส่วนตัว พร้อมกระจกรับแสงจากธรรมชาติ ภายในห้องตกแต่งด้วยอ่างน้ำ Terrazzo ขนาดใหญ่ และเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น พร้อมด้วยเสียงดนตรีนุ่ม ๆ ประกอบกับน้ำตกเบา ๆ ช่วยเติมพลังให้กับร่างกาย และด้วยเทคนิคการนวด ที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง

    สอบถามข้อมูลได้ที่ 038-259-888 :D

    คอลัมน์ HEALTH
    โดย นับดาว

    Total Views: 30 ,



    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    One comment

    Leave a Reply