“อำนวยศิลป์” บุกแดนกีวี ถอดบทเรียน “Thinking School” เพาะครูพันธุ์ใหม่ สอนเด็กเก่งได้ ไม่ต้องท่องจำ

Pinterest



  • หากเทียบกับโรงเรียนนานาชาติแล้ว ค่าเล่าเรียนในระดับ 2 แสนบาทต่อปี อาจจะดูสูงไปสักนิดสำหรับโรงเรียนที่สอนในหลักสูตรสองภาษาอย่าง “โรงเรียนอำนวยศิลป์” แต่หากวัดกันที่ระดับคุณภาพ เรียกได้ว่า อยู่ในระดับเทียบเคียงโรงเรียนนานาชาติ

    เพราะแม้ว่าโรงเรียนอำนวยศิลป์จะทำการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เหมือนกับโรงเรียนสองภาษาในเมืองไทยทั่วไป แต่สิ่งที่ เหนือกว่าคือการไม่เคยหยุดค้นหาวิธีที่จะพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ถึงจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลบวกกับเวลาและการเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ประสบความสำเร็จ

    นับถึงปีนี้ โรงเรียนอำนวยศิลป์มีอายุ อานามเข้าปีที่ 83 ทำการบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง เพชรชุดา (ทังสุบุตร) เกษประยูร ทำให้บ่อยครั้งที่โรงเรียนอำนวยศิลป์มักเป็นผู้นำในการพัฒนาการเรียนการสอนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบสองภาษามาสอนในโรงเรียนมากกว่า 10 ปี หรือการเรียนในระบบ Child Center ในช่วงที่ยังไม่มีใครพูดถึง

    เพชรชุดา เกษประยูร ผู้อำนวยการโรงเรียนอำนวยศิลป์ กล่าวว่า 15 ปีก่อนโรงเรียนอำนวยศิลป์ได้ปฏิรูปโรงเรียน ครั้งใหญ่ เนื่องจากเห็นว่าระบบการศึกษาไทยในขณะนั้นทำให้เด็กมีการแข่งขันสูง แต่สร้างคนมีความสามารถที่แท้จริงไม่ได้ ทั้งยังมีปัญหาภาษาและเทคโนโลยี จึงมีโครงการพัฒนาโรงเรียนแผนที่ 1 ระยะเวลา 10 ปี เปลี่ยนหลักสูตรเป็นอิงลิชโปรแกรมและนำการเรียนการสอนแบบ Child Center หรือการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางมาใช้ โดยได้เข้าร่วมโครงการ “Thai School of Excellence” ของคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช และพบว่ากระบวนการที่นำมาใช้จัดการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนแบบ Montessori หรือ Project Approach ล้วนแต่เป็นกระบวนการที่มีลักษณะของ Child Center คือเน้นสิ่งที่เด็กสนใจและสอนไปตามศักยภาพของเด็ก ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าการยัดเยียดความรู้ให้

    จาก “Child Center”

    ถึง “Thinking School”

    จากกระบวนการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 6 ปีของโครงการ ทำให้พบว่าการเรียนการสอนแบบ Child Center มีหลายวิธี และกลายเป็นจุดกำเนิดของกระบวนการเรียนรู้แบบ “Thinking School” ที่จะนำมาใช้เป็นโครงการต่อยอด

    เพชรชุดากล่าวว่า ขณะนี้นักการศึกษาและรัฐบาลในหลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมใหม่ที่จะพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยเน้นการพัฒนาระบบความคิด นิวซีแลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่ส่งเสริมให้โรงเรียนพัฒนาไปสู่การเป็น Thinking School เช่นเดียวกับแคนาดาที่รัฐบาลได้ออกกฎให้นำระบบนี้ไปใช้ หรือรัฐเวลส์แห่งสหราชอาณาจักรก็มีการผลิตคู่มือเพื่อให้ครูได้นำไปใช้ และจากการศึกษาข้อมูลพบว่า คิงส์ สกูล ของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ Thinking School จึงเกิดความร่วมมือระหว่างกัน

    “การเรียนที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาอย่างเดียวจะทำให้เด็กมีแต่ความรู้แบบท่องจำ แต่ไม่รู้จักคิด วิเคราะห์ ซึ่งวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ความสามารถในการประยุกต์ความรู้ไปใช้จึงสำคัญกว่าการมีความรู้มากแต่นำไปใช้ไม่เป็น คิดว่าโรงเรียนอำนวยศิลป์ดีแล้วแต่ยังไม่ดีพอ พอได้ยินเรื่องราวของ Thinking School ก็คิดว่านี้แหละ คือคำตอบ” เพชรชุดากล่าว

    ในฐานะเจ้าของโรงเรียนอำนวยศิลป์ อย่างมูลนิธิเอิบ ทังสุบุตร เหล่าคณะกรรมการได้ให้การสนับสนุนแนวคิดนี้ โดยมอบเงินในการดำเนินการกว่า 200 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าทิศทางของโลกวันนี้กำลังเคลื่อนจากสังคมข้อมูลข่าวสารไปสู่สังคมแห่งการสร้างสรรค์ ดังนั้นคนที่มีศักยภาพในการแข่งขันจะต้องมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมาย ในการผลิตคนของโรงเรียนอำนวยศิลป์

    ถอดบทเรียน Thinking ฉบับ คิงส์ สกูล

    จะว่าไปทั้งอำนวยศิลป์ และคิงส์ สกูล มีความคล้ายคลึงกันหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นความเก่าแก่ของโรงเรียน ผลิตผลของโรงเรียนที่มุ่งสร้างผู้นำ ทั้งในแวดวงธุรกิจและรัฐบาล ผิดแต่โรงเรียนอำนวยศิลป์ รับทั้งหญิงและชาย ขณะที่คิงส์ สกูล ยังยืนยันที่จะรับแต่นักเรียนชายเท่านั้น แต่การดำเนินรอยตามซึ่งกันและกันในเรื่องที่ประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษา

    จากความร่วมมือนี้ อาจารย์เดฟ แม็คเอเวน รองครูใหญ่ของคิงส์ สกูล ผู้ให้กำเนิดแนวคิด Thinking School กับคิงส์ สกูล จนมีชื่อเสียงโด่งดังและถูกรับเชิญไปกล่าวในงานสัมมนาระดับนานาชาติ รวมถึงทำให้ คิงส์ สกูล กลายเป็นสถานที่ ดูงานของโรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ ผู้ปกครองลงรายชื่อล้นหลามเพื่อรอให้ลูก เข้าเรียน และเขาก็เป็นแกนนำของการอบรมครูให้กับอำนวยศิลป์

    “ตามแผนในแต่ละปีจะมีการอบรม 4 ครั้ง โดยเราคัดเลือกครูจำนวนหนึ่งที่มองแล้วว่ามีความสามารถ ครั้งแรกเดฟจะเดินทางมาเมืองไทยเพื่อให้การอบรมเบื้องต้น จากนั้นจะเข้ามาดูการเรียนการสอนในห้องว่าครูสามารถทำได้หรือไม่และให้คำแนะนำ หลังจากนั้นจะนำครูเข้ามาดูงานที่คิงส์ สกูล ว่าจัดการเรียนการสอนอย่างไร เพื่อให้เห็นตัวอย่างและแสดงความคิดเห็นเพื่อเรียนรู้และพัฒนาได้รับคำตอบในสิ่งที่สงสัย และในเดือนตุลาคม เดฟจะเดินทางมาไทยเพื่อให้การอบรมอีกครั้งหนึ่ง” เพชรชุดากล่าว

    เดฟกล่าวว่า ที่คิงส์ สกูล ทำ Thinking School มา 5 ปี เมื่อก่อนครูยังเป็นคนพูด เด็กเป็นฝ่ายฟัง สิ่งที่เราทำคือการสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเรียนการสอนของครูให้มีความสร้างสรรค์และต้องผ่านการวิเคราะห์ด้วยเช่นกัน เชื่อว่า Thinking School จะเป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงการทำงานของครูในหลักสูตรทั้งสองของอำนวยศิลป์ให้เข้ากันได้ และจะเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะทำให้ระบบการเรียนที่เน้นเด็กเป็น ศูนย์กลางประสบความสำเร็จ

    “เราต้องเตรียมนักเรียนที่พร้อมเผชิญกับสิ่งที่จะเจอในอนาคตด้วยวิธีคิดที่ฉลาด เนื่องจากโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วิธีการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไปด้วย อย่างไรก็ตามยังต้องสอนวิชาการที่เป็นหลักอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือการนำความรู้เหล่านั้นไปใช้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพจากมุมมองที่หลากหลายและนำไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งความร่วมมือนี้ยังจะช่วยพัฒนาการเรียนการสอนครูของคิงส์ เพราะการที่ครูได้ฝึกคนอื่นจะสร้างความชำนาญเพิ่มขึ้น และการฝึกฝนจะหยุดไม่ได้” เดฟกล่าว

    การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ครู

    จริง ๆ แล้วการเรียนการสอนแบบ Thinking ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่น้อยคนที่จะทำแล้วได้ผล ซึ่งจากการบ่มเพาะแนวคิด Child Center ในโรงเรียนอำนวยศิลป์มามากกว่า 10 ปี ครูที่เข้าร่วมโครงการอบรมสู่การเป็น Thinking School ทั้ง 15 คนในปีนี้ ล้วนผ่านกระบวนการพัฒนาที่ว่า จึงสามารถเชื่อมต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว

    วารุณี พูลสวัสดิ์ ครูโรงเรียนอำนวยศิลป์ พร้อมคณะครูที่เข้าร่วมโครงการ ร่วมกันให้ความเห็นว่า เราต้องสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กเพื่อให้เด็กมีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง ในขณะที่ครูเองต้องลดความเป็นตัวตนลง พร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ ๆ เปลี่ยนบทบาทให้เป็นทั้งโค้ชและต้นแบบให้กับเด็ก ทำให้เด็กรู้ว่าเขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง มากกว่ารอรับหรือฟังแต่สิ่งที่ครูพูด

    “หลักสูตรผลิตครูในบ้านเราไม่มีความชัดเจน บอกเพียงแต่ว่านักเรียนเรียนจบหลักสูตรแล้วจะมีความสามารถอะไรบ้าง แต่ไม่เคยบอกกระบวนการที่จะทำให้บรรลุจุดประสงค์ ระบบแบบนี้ส่งผลให้เด็กไทยเรียนแบบท่องจำ แต่คิดไม่เป็น การเดินทางมาอบรมที่โรงเรียนคิงส์ สกูล ทำให้เราเห็นภาพจริง ๆ ของกระบวนการสอนแบบ Thinking School โดยครูจะต้องมีหน้าที่ย่อยเนื้อก้อนใหญ่เป็นก้อนเล็กถ่ายทอดไปสู่เด็ก นั่นคือการวางแผนทางการศึกษา”

    จากนี้โรงเรียนอำนวยศิลป์ มีแผนต่อยอดโครงการด้วยการนำครูที่ผ่านการอบรมจนมีความสามารถ ไปถ่ายทอดความรู้ให้กับครูโรงเรียนอำนวยศิลป์ ธนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนน้องที่นักเรียนมีโอกาสน้อยกว่าโรงเรียนอำนวยศิลป์ ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ด้วย

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จของการพัฒนา การศึกษาในโรงเรียนอำนวยศิลป์ มาจากการเทเงินกว่า 70% ไปที่การจ้างครู เพื่อให้ครูมุ่งมั่นกับการสอน รวมถึงการใช้งบฯมหาศาลกับการพัฒนาครูในหลายโครงการ ยังไม่นับรวมถึงอุปกรณ์ทันสมัยในโรงเรียนอย่างสมาร์ทบอร์ดที่มีใช้ทุกห้องเรียน และที่ขาดไม่ได้คือความใส่ใจของผู้บริหารที่เข้ามาดูแลและให้ความคิดอย่างจริงจัง

    เมื่อการศึกษาคือการลงทุน ไม่เพียงแต่ ผู้ปกครองจะยอมจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของลูกแล้ว ผู้บริหารโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์ก็ยังต้องลงทุนลงแรงที่จะเปลี่ยนแปลงพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่า ถึงแนวคิดนี้จะถูกใช้ในกลุ่มคนขนาดเล็กหากเทียบกับนักเรียนทั้งหมดของประเทศ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นและพร้อมที่จะเป็นต้นแบบให้หลายโรงเรียนได้ขยายต่อแนวความคิด เพียงแต่ว่าจะมีใครมองเห็นและเปิดใจรับหรือไม่

    หลากมุมมองต่อ “Thinking School”

    กระบวนการสอนแบบ Thinking นั้นจะอยู่ที่การตั้งคำถามของครูผู้สอนในลักษณะคำถามปลายเปิด โดยคุณภาพของคำถามจะขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของครู ที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดและตอบคำถามด้วยมุมมองที่หลากหลายและสามารถแตกยอดไปสู่เรื่องอื่น ๆ ได้

    “โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก การศึกษาไม่มีทางตามทัน ดังนั้นต้องสอนให้เด็กรู้จักคิด ครูจะต้องตั้งคำถามที่ดี เช่น แทนที่จะถามว่าเมืองหลวงของไทยชื่ออะไร ก็ให้เปลี่ยนเป็นคำถามที่ว่า ทำไมเมืองไทยถึงน่าอยู่ แบบนี้คำตอบที่ได้จะทำให้เด็กได้ฝึกคิดวิเคราะห์มากขึ้น”

    โทนี่ ซิซันซ์ ครูใหญ่ คิงส์ สกูล

    “การสอนแบบ Thinking School ทำให้เข้าใจเนื้อหาในการเรียนและได้ความรู้เพิ่มขึ้น ทุกคนจะมีไอเดียของตนเอง นำมาแชร์กัน ช่วยกันถกเถียงและคิดย้อนกลับไปถึงคำถามในตอนต้น ซึ่งจะทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น กว่าเดิม และนั่นเป็นบรรยากาศการเรียนการสอนที่น่าสนุก”

    แฮรี่ เน็กเก็ต นักเรียนเยียร์ 8 คิงส์ สกูล

    “การที่เด็กสื่อสารกับเราน้อยไม่ได้เป็นความผิด แต่ครูต้องสร้างแรงจูงใจให้เด็กโต้ตอบอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากได้นำThinking School ไปใช้ พบว่าเด็กกล้าที่จะโต้ตอบและคำตอบ ของเขาได้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุผลมาก่อน นั่นเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะนำไปสู่การฝึกให้เด็กรู้จักประยุกต์เนื้อหาวิชาเรียนไปใช้ในชีวิตประจำวัน”

    สมาน ถาวรรัตนวณิชครูร.ร.อำนวยศิลป์




    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    One comment

    • “อำนวยศิลป์” บุกแดนกีวี ถอดบทเรียน “Thinking School” เพาะครูพันธุ์ใหม่ สอนเด็กเก่งได้ ไม่ต้องท่องจำ http://bit.ly/cyWSwx

    Leave a Reply