แตงโมฟูราดาน ได้เวลา “แบน” ยาฆ่าแมลง

Pinterest



  • กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาทันที เมื่อสหภาพยุโรป ส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมาว่า พร้อมที่จะห้ามนำเข้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งที่ส่งออกจากประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ว่า มีสารกำจัดศัตรูพืช-ยาฆ่าแมลง-เชื้อซัลโมเนลลา ตกค้าง เจือปน ปนเปื้อน เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด

    การส่งสัญญาณดังกล่าว ดำเนินมาตลอดปี 2553 ตั้งแต่การเพิ่มมาตรการเข้มงวดให้ด่านทุกด่านในสหภาพ อาทิ ด่านนำเข้าในเนเธอร์แลนด์/เบลเยียม ดำเนินมาตรการตรวจเข้มหาสารตกค้างในกลุ่มยาฆ่าแมลงในพืชผักไทย 3 กลุ่ม ทั้งกะหล่ำ-มะเขือ-ถั่วฝักยาวในปริมาณ 50% ณ ด่านนำเข้า หรือสินค้า 1 ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุทั้งมะเขือยาว-มะเขือพวง- มะเขือเปราะจะถูกสุ่มตรวจหาสารตกค้าง 50% จากมะเขือทั้งหมด

    นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังขึ้นบัญชียากำจัดศัตรูพืชถึง 22 รายการที่ห้ามพบการปนเปื้อนในการนำเข้าพืชผักนำเข้าจากประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจากเดิมไม่เคยกำหนดมาก่อน ส่งผลให้ตลอดทั้งปี 2553 มีรายงาน การตรวจพบสารตกค้างต้องห้ามในพืชผักผ่านทางระบบ Rapid Alerts มากเป็นพิเศษ โดยหลายตัวอย่างเป็นการตรวจพบสารกำจัดศัตรูพืชที่ห้ามใช้หรือกำลังจะถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรป เนื่องจากมีพิษร้ายแรงต่อผู้บริโภค แต่กลับวางจำหน่ายโดยทั่วไปในประเทศไทย

    ยกตัวอย่าง สารกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรงในฐานะสารก่อมะเร็งที่มีระดับพิษรุนแรงมากเป็นพิเศษ (Ia) อย่างคาร์โบฟูราน (Carbofuran) ในชื่อการค้าฟูราดาน 3% G หรือฟูราดาน หรือยิปปุราน หรือคาซาลิน หรือคาเบนฟูดาน 3 G หรือค็อกโคได ที่เกษตรกรไทยรู้จักกันดีในการฆ่าหนอนกออ้อยในอ้อย ฆ่าแมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วฝักยาว/ถั่วลันเตา และที่สำคัญก็คือ การฆ่าเพลี้ยไฟฝ้ายในผลไม้จำพวก แตงโม-แตงไทยกันอย่างกว้างขวาง

    จนอาจพูดได้ว่าแตงโม 1 ลูก น่าจะมีฟูราดานเจือปนเกินกว่า 50% ของมาตรฐาน เนื่องจากสารตัวนี้ถูก “หยอดหลุม” ไปข้าง ๆ เมล็ดแตงโมตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการปลูก เพื่อให้แตงโมดูดซึมยาฆ่าแมลงเข้าไปไว้ ในลำต้น-ใบและผล มีระยะเวลาป้องกันเพลี้ยไฟและแมลงปากดูดอื่นประมาณ 15-20 วัน ที่สำคัญก็คือ ห้ามใช้เกินกว่า 1 ครั้ง

    แต่สิ่งที่เกษตรกรสวนแตงโมทำอยู่ในปัจจุบันก็คือ ระยะเวลาการเก็บแตงโมนั้น เกินกว่า 15-20 วัน จึงมีการใช้ฟูราดานซ้ำสองเพื่อป้องกันผลแตงโมถูกแมลง กัดกิน ส่งผลให้เกิดการ “ตกค้าง” ของฟูราดานในผลแตงโมอย่างมหาศาล แน่นอนว่าในขณะที่พิษของฟูราดานอยู่ในระดับรุนแรงมากที่สุด เป็นสารก่อมะเร็งจนสหภาพยุโรป-สหรัฐสั่งห้ามใช้สารตัวนี้ในทุกสินค้าไปแล้ว

    ที่น่าประหลาดใจที่ว่ากรมวิชาการเกษตรยังยอมให้มีการขึ้นทะเบียนและสามารถวางจำหน่ายได้อยู่ เพียงแต่ขึ้นบัญชีไว้ในกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) 11 รายการไว้เท่านั้น

    ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเองก็พึ่งจะเผยแพร่รายงานอันตรายจากการใช้สารฟูราดานผิดวิธี โดยให้รายละเอียดว่าเป็นสารเคมีกำจัดแมลงในกลุ่ม คาร์บาเมตที่เกษตรกรนิยมใช้ในการหยอดหลุมแตงโม/แตงกวา และหว่านในนาข้าว มีฤทธิ์รุนแรงต่อระบบประสาท หากได้รับปริมาณมากจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในที่สุด

    ที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุขกำลังจัดทำโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษาในปีนี้ด้วย

    จึงน่าที่จะถึงเวลาที่กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทบทวนสารเคมีเกษตรอันตรายทั้ง 11 รายการที่บรรจุ ไว้ใน Watch List ได้เสียที

    คอลัมน์ สามัญสำนึก
    โดย ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร




    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    2 comments

    Leave a Reply