Viva Erotica – เบื้องหลังหนังเกรด 3 – จุดเปลี่ยนของ ‘ซูฉี’ (Shu Qi)

Pinterest



  • Viva Erotica - เบื้องหลังหนังเกรด 3 - จุดเปลี่ยนของ "ซูฉี" (Shu Qi)

     

    มีข่าวเล็ก ๆ จากฮ่องกงเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนว่า "ซูฉี" 舒淇 Shu Qi หรือ Hsu Chi กำลังจะขอพักงาน ซึ่งก็คงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย ข่าวบอกว่าเธอจะหยุดรับงานหนังซักครึ่งปีเท่านั้น เพราะทำงานติดต่อกันมายาวนานเหลือเกิน ซึ่งลองนับดูจริง ๆ "ซูฉี" ก็ถือว่าเข้าวงการบันเทิงมาได้ร่วม 19 ปีแล้ว เวลาเรียกว่าผ่านไปเร็วจริง ๆ นะครับ

     

          
    ถ้าจะนับจากที่เราเริ่มรู้จักกับดาราสาวชาวไต้หวันคนนี้กันแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็น่าจะเป็นประมาณ 15 ปีก่อน หลังจากเธอเข้าสู่วงการมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่รู้จักกันเฉพาะกลุ่มในฐานะนางแบบถ่ายภาพนู้ด และหนังวาบหวิว ที่ทำอยู่หลายปีทีเดียว จนความสวยเซ็กซี่ไปเตะตาผู้อำนวยการสร้างหนังฮ่องกงเข้า ซูฉี จึงได้รับการผลักดัน เพื่อจะให้แจ้งเกิดเป็นดาวเด่นในวงการหนังเกรด 3 ฮ่องกง ในช่วงที่สาว ๆ รุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็น เวโรนิก้า ยิป, เยี่ยจื่อเหม่ย หรือ องหง ก็เริ่มจะโรยลงไป ไม่ก็เลิกรับงานทำนองนี้กันไปบ้าง
           
    ซูฉี เปิดตัวในวงการหนังเกรด 3 กับหนังอีโรติกจากซีรีส์ดัง Sex and Zen ในหนังภาคสอง ที่คุณภาพออกมาใช้ได้ แม้จะเทียบต้นฉบับไม่ติดก็เถอะ แต่ส่วนตัวของเธอก็ถือว่าโดดเด่นกับการแสดงเป็นปีศาจสองเพศสุดร้อนแรง ขโมยซีนอดีตดาราวัยรุ่นที่หันมาเล่นหนังเกรด 3 ในตอนนั้นอย่าง หลี่ลี่เจิน ที่รับบทเป็นนางเอกไปได้ไม่น้อยเลย เรียกว่ากำลังเดินทางไปสู่ตำแหน่ง "ราชินีหนังเกรด 3" คนใหม่ก็ว่าได้ แต่สุดท้ายชีวิตของเธอก็กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงด้วยหนังเรื่องต่อมา
           
    Sex and Zen II เข้าฉายในช่วงกลางปี 1996 จนในช่วงท้ายปีเดียวกันนั้น ซูฉี ก็ได้เล่นหนังเกรด 3 เป็นเรื่องที่ 2 เป็นหนังของผู้กำกับคุณภาพ "เอ๋อตงเซิง" ที่ชื่อ "Viva Erotica" งานที่เล่าเรื่องราวตีแผ่วงการหนังเกรด 3 แม้ตัวหนังเองจะถือว่าเป็นหนังเกรด 3 ด้วย เพราะมีฉากโป๊เปลือยให้เห็นอยู่เป็นระยะ แต่ส่วนใหญ่ก็เรียกว่ามีแบบตามเหตุผลความสมจริงสมจัง ไม่ได้เพื่อเน้นกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เนื้อหาก็เรียกว่าแตกต่างจากงานทำนองเดียวกันโดยทั่วไปอยู่พอสมควร
           
    Viva Erotica เล่าเรื่องเรื่องโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวละครผู้กำกับหนุ่ม (สวมบทโดย เลสลี่ จาง) ที่ชีวิตกำลังเดินทางมาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อเจ้าตัวเริ่มทำใจยอมรับกับสภาพปัจจุบันไม่ได้แล้ว ทั้งการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตวนเวียนอยู่กับการทำหนังเกรด 3 โอกาสที่จะได้สร้างหนังคุณภาพที่น่าภาคภูมิใจอย่างที่หวัง ก็แทบจะมองไม่เห็น แม้จะได้กำกับหนังเรื่องใหม่ด้วยตัวเอง ก็ยังไม่พ้นจากงานในแนวไร้คุณค่าแบบเดิม ๆ
           
    เขาเขียนบทหนังเรื่อง Viva Erotica จากความต้องการของนายทุนขึ้นมา ที่ยังคงเป็นหนังเกรด 3 เหมือนเดิม เป็นหนังโป๊ต่ำ ๆ อีกเรื่องที่หวังจะขายแต่ฉากวับ ๆ แวม ๆ แถมผู้สร้างนายทุนที่เป็นเจ้าพ่อแต่อยากทำหนัง ก็ยังยัดเยียดอีหนูของตัวเองมาให้เป็นนางเอกอีก
           
    ส่วนการทำงานในกองถ่ายก็เต็มไปด้วยบุคลากรประเภทด้อยคุณภาพ ทำงานกันแบบเช้าชามเย็นชาม ก็เป็นไปอย่างถูลู่ถูกัง ชนิดที่ว่าหนังยังไม่ทันเปิดกล้องก็รู้ว่าต้องออกมาดูไม่ได้แน่ ด้านชีวิตรักกับแฟนสาวที่คบหากันมาพักใหญ่ ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่คืบหน้าไปเสียที
           
    เอ๋อตงเซิง ล้อเลียนวงการหนังฮ่องกงอย่างคนรู้ลึกรู้จริงมีประสบการณ์ร่วม ถ่ายทอดภาพการทำงานเบื้องหลัง จิกกัดทั้งคนทำหนังอาร์ตที่ใคร ๆ ก็อิจฉาอย่าง หว่องกาไว และคนทำหนังตลาดขยะขายดีแบบ หวังจิง
           
    เขายังไม่พลาดที่จะล้อเลียนตัวเอง ด้วยการมอบบทรับเชิญเล็ก ๆ ให้กับ หลิวชิงหลิว สวมบทเป็นตัวละครที่ชื่อ "เอ๋อตงเซิง" ที่ตามท้องเรื่องเป็นผู้กำกับหนังที่รับความล้มเหลวไม่ได้ ถึงขั้นจบชีวิตตัวเองอย่างน่าเศร้า กลายเป็น "ผี" (หรือจินตนาการ) มาคอยคุยให้แง่คิดกับตัวละครของ เลสลี่ จาง แทน
           
    ตัวละครในหนังของ เอ๋อตงเซิง ก็มักจะมีลักษณะอยู่อย่างนี้นะครับ เป็นคนหนุ่มประเภทที่มีความทะเยอทะยานสูง แต่แวดล้อมไปด้วยปัจจัยที่ไม่เป็นใจเอาเสียเลย ซึ่ง เลสลี่ จาง ก็ดูจะถนัดนักกับบทประเภทนี้อยู่แล้ว ส่วนดาราสมทบคนอื่น ๆ ในเรื่องก็ดูจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบกันทุกคน ม่อเหวินเหว่ย เป็นหญิงคนรักประเภทที่ให้กำลังใจ และเข้าใจในสถานการณ์ของแฟนหนุ่มดีจนน่าเหลือเชื่อ, ฉินเผ่ย (พี่ชายตัวจริงของผู้กำกับ) เป็นนายทุนหน้าหม้อ และ หลอเจียอิง ก็เป็นผู้อำนวยการสร้างที่พยายามจะประณีประนอมทุกอย่าง
           
    ที่ต้องยกย่องกันเป็นพิเศษอีกคนก็คือ "พี่โล้น" เอลวิส ฉี ที่สวมบทบาทเป็นพระเอกหนังโป๊ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษกับบทประเภทจอมคลั่งโรคจิต, นักข่มขืน, นักลักพาตัว อะไรทำนองนั้น เป็นจอมดีเดือดต่อหน้ากล้อง แต่หลังฉากตัวละครตัวนี้กลับมีชีวิตที่ปกติธรรมดาจนน่าตกใจ ติดจะเป็นคนนิสัยดี รักครอบครัวเสียด้วยซ้ำ
           
    ท่ามกลางตัวละครและรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ดาราสาวที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรมากมายในตอนนั้นอย่าง ซูฉียังอุตส่าห์ฉายแววความโดดเด่นออกมาได้ แม้คงจะเรียกเธอว่าเป็น "นางเอก" ไม่ได้ แต่ ซูฉี ก็นับว่าเป็นเหมือนกับหัวใจของหนังเหมือนกัน 
           
    ด้วยบทบาทและการแสดงที่คล้าย ๆ จะเป็นการล้อเลียนตัวเอง ตัวละครนางเอกหนังโป๊ในเรื่องเป็นคนไต้หวัน เป็นสาวโง่ ๆ บื้อ ๆ ดูเหมือนไม่ได้มีคุณค่าให้จดจำอะไร แต่ภายใต้เปลือกนอกของผู้หญิงที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีราคาค่างวด เธอกลับมีอะไรที่น่าค้นหามากกว่านั้น
           
    ซูฉี ให้การแสดงที่ดูเผิน ๆ เหมือนตื้นเขิน เป็นบทผู้หญิงง่าย ๆ ที่ไม่มีอะไรซับซ้อน วีนแตก, เอาแต่ใจ, ไร้พรสวรรค์ อย่างในฉากประเภทหนังซ้อนหนัง ที่สาธิตการถ่ายทำหนังเกรด 3 ต้องบอกว่า ซูฉี แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งส่งเสียกระเส่าที่ไร้อารมณ์ และใบหน้าเฉยชาระหว่างแสดงฉากร่วมรัก เป็นช่วงที่เรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุดของหนัง แต่หลังจากนั้นเธอกลับสามารถฉายภาพความน่ารัก, อ่อนหวาน จริงใจ ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ และมีเสน่ห์จริง ๆ
           
    เมื่อหนังดำเนินมาถึงจุดสำคัญ ตัวละครผู้กำกับหนุ่มต้องเผชิญหน้ากับปัญหาทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะชีวิตคู่กับแฟนสาว ในเวลาเดียวกันกองถ่ายหนังที่ดูแลอยู่ก็ทำท่าจะเดินทางไปสู่ความเป็นหายนะมะรอมมะร่อ เขาถึงขั้นตัดสินใจยกธงขาวยอมแพ้ไปแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาสู้ต่อ ทำเท่าที่ทำได้ และยอมรับในผลลัพธ์ที่ออกมา
           
    เนื้อหาใจความของ Viva Erotica พูดถึงการทำใจยอมรับในชีวิตที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งกับการใช้ชีวิต ทำใจกับโลกที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังอย่างเต็มร้อย และในกองถ่ายหนังที่เต็มไปด้วยปัจจัยต่าง ๆ มากมาย
           
    น่าเสียดายที่หนังไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น เพราะตามปกติผู้กำกับ เอ๋อตงเซิง เป็นคนทำหนังประเภทเล่าเรื่องเรียบง่าย แต่หนักแน่น ซึ่งในหนังเรื่องนี้ (ที่กำกับร่วมกับ หลอจื่อเหลียง) ถือเป็นการลองกับการเล่าเรื่องด้วยเทคนิคอันหวือหวา ทั้งการตัดต่อและถ่ายภาพแบบวูบไปวูบมา เพื่อนำเสนอสภาพจิตใจอันไม่อยู่กับร่องกับรอยของตัวละคร หลาย ๆ ฉากก็ดูตื่นเต้นน่าสนใจดี แต่ก็มีบางทีเหมือนกันที่หนักข้อและเลอะเทอะเกินไปหน่อย
           
    โดยภาพรวมแล้วแม้จะเป็นงานที่ดี แต่ Viva Erotica ก็ไม่ได้ขึ้นชั้นไปอยู่ในระดับ "มาสเตอร์พีส" แบบเดียวกับหนังเรื่องอื่น ๆ ของผู้กำกับคนนี้ อย่างเช่นพวก One Nite In Mongkok หรือจะเป็นงานในยุคแรก ๆ อย่าง C'est La Vie, Mon Cheri ก็ตาม
           
    ถือว่าในตอนเข้าฉาย Viva Erotica ประสบความสำเร็จไปไม่น้อย ทำเงินไปถึง 11 ล้านเหรียญฮ่องกง พร้อมกับได้ชิงรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงหลายสาขา แต่ที่ได้ดีจากหนังที่สุดก็เห็นจะเป็นตัวของ "ซูฉี" ที่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และนักแสดงหน้าใหม่แห่งปี จากเวทีตุ๊กตาทองฮ่องกงเมื่อ 15 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเข้าใจว่าเธอมีโอกาสได้รับเชิญในหนังเกรด 3 อยู่อีกเรื่องนึง แล้วก็ไม่ได้เล่นหนังแนวนี้อีก และเปลี่ยนเส้นทางในอาชีพไปโดยสิ้นเชิง

     

    YouTube Preview Image

     

    YouTube Preview Image

     

    http://www.metacafe.com/watch/5053365/

     

     


    ดูหนังออนไลน์ Viva Erotica (1996) | 色情男女 คมชัดระดับ HD

    Total Views: 1878 ,



    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    2 comments

    Leave a Reply