Performancing Metrics

Loading

ความรู้ล่าสุด

Facebook Button (Find me there)

WiseKnow Blog

Google+

WiseKnow.Com



NextMove Co., Ltd.



Virus Busters

กำจัดไวรัสคอมฯ

ถึงที่บ้านท่าน


here online casinos that accept EcoCard deposits www.celj.org internet casino bonus http://www.celj.org/files/newsletters/internet-slots.html best casino rewards promo http://www.celj.org/files/newsletters/new-slots.html online casino accepting us credit cards with no download http://www.celj.org/files/newsletters/vip-online-casinos.html

“ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012″ ระเบิดศึกโค้งสุดท้าย

Pinterest



  • "ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012" ระเบิดศึกโค้งสุดท้าย

     

    ก่อนที่การแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลมลำดับแรกของปีอย่าง "ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012" ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จะปิดฉากลงในช่วงปลายเดือนนี้ มาจับตามองสถานการณ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบรรดานักหวดลูกสักหลาดระดับโลกกันสักเล็กน้อยดีกว่า ว่าใครพอจะมีแนวโน้มคว้าเกียรติยศระดับแกรนด์ สแลมแรกของปีนี้ไปครองได้สำเร็จ

     

    เมื่อสอดส่ายสายตาดูรายชื่อ และการประกบคู่ของนักเทนนิสแต่ละคนที่สามารถหลุดเข้ามาถึงรอบ 4 ก็พอที่จะคาดเดาได้เลา ๆ ว่า จะเป็นนักเทนนิสคนไหนที่น่าจะหลุดทะลุเข้าไปถึงรอบเซมิไฟนอล หรือรอบ 4 คนสุดท้ายของการแข่งขันได้สำเร็จในปีนี้ แต่ถ้าจะให้ทำนายว่าใครจะเป็นแชมป์ในปีนี้คงเป็นเรื่องยาก เพราะนักหวดแต่ละคนต่างก็เขี้ยวลากดินกินกันยากทุกคน

    คาดว่า 4 คนสุดท้ายที่อยู่ในเวทีนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "โนวัค โยโควิช" นักเทนนิสมือ 1 ของโลก, "ราฟาเอล นาดาล" มือ 2 ของโลก, "โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์" มือ 3 ของโลก และ "แอนดี้ เมอร์เรย์" มือ 4 ของโลก อย่างแน่นอน

    มาไล่เรียงดูฟอร์มของแต่ละคนกันดีกว่า ว่าใครมีโอกาสสอยแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012 ได้มากกว่ากัน

     

     

    เริ่มจากนักเทนนิสอันดับ 1 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการอย่าง โนวัค โยโควิช

    เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่และสุดยอดของโยโควิชเลย ก็ว่าได้ เพราะว่าเขาสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 10 รายการ โดยเป็นแชมป์รายการแกรนด์สแลมถึง 3 จาก 4 รายการด้วยกัน และออสเตรเลียน โอเพ่นก็เป็นหนึ่งในนั้น

     

     

    อีกทั้งโยโควิชเองก็ยังมั่นใจและมองในแง่บวกว่า "ใคร ๆ ก็รู้ว่าในปี 2011 เป็นปีที่ดีที่สุดของผม แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็มั่นใจว่าผมจะสามารถทำมันให้ได้แบบนั้นอีกครั้งหนึ่ง"

    "ราฟาเอล นาดาล" นักเทนนิสชาวสเปน เริ่มเล่นเทนนิสเมื่ออายุได้ 4 ปี สามารถโค่นโรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ นักเทนนิสอาชีพชาวสวิส จนก้าวขึ้นมาเป็นมือ 2 ของโลก ทั้งคู่ถือว่าเป็นคู่หยุดโลกที่สร้างความยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นนักเทนนิสชายที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล 

     

     

    สำหรับมือวางอันดับ 4 "แอนดี้ เมอร์เรย์" นักหวดลูกสักหลาดชาวสกอต จะฝ่ามืออรหันต์ทั้ง 3 ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่นั้นนั้นก็มีลุ้นเช่นกัน แม้ในสนามเดียวกันนี้จะเคยพ่ายให้กับโรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ แต่ดูฟอร์มการเล่นของเมอร์เรย์ก็มีลุ้นเข้ารอบชิงเช่นเดียวกัน

     

     

    มาดูทางนักเทนนิสฝ่ายหญิงกันบ้าง เริ่มจากมือวางอันดับ 4 "มาเรีย ชาราโปวา" นักหวดสาวจอมพลัง (เสียง) ที่ทะลุผ่านเข้ารอบมาอย่างสวยงามไม่แพ้หน้าตาของเธอ สาวรัสเซียจะฝ่าด่านมือวางอันดับหนึ่งถึงสามไปครองแชมป์แกรนด์แสลมนี้ได้สำเร็จหรือไม่ ต้องไปดูฟอร์มการเล่นของมือ 1 ของโลก

     

     

    "แคโรไลน์ วอซเนียคกี้" นักเทนนิสสาวชาวเดนมาร์ก สาววัย 20 ปี มือวางอันดับ 1 ของโลก และเต็ง 1 ของออสเตรเลียน โอเพ่น สาวจากแดนโคนมเป็นหนึ่งในนักกีฬาหญิงที่ได้รับฉายาเซ็กซี่ สปอร์ต หวดลูกสักหลาด จนมือซ้ายมหากาฬอย่าง "เปตรา ควิโตวา" ตกไปอยู่อันดับ 2 นักเทนนิสสาวจากสาธารณรัฐเช็ก ที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ไม่แพ้กัน

     

     

    แต่ที่ประมาทไม่ได้สำหรับมือวางอันดับ 3 ของรายการ "วิคตอเรีย อซาเรนก้า" นักเทนนิสสาวเบลารุส ที่เพิ่งจะคว้าแชมป์เทนนิสซิดนี่ย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเภทหญิงเดี่ยวไปครองเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

    ติดตามชมการแข่งขันเทนนิส "ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012" รอบชิงหญิงเดี่ยวคู่สุดท้ายในวันที่ 27 มกราคมนี้ ส่วนชายเดี่ยวรอบสุดท้ายจะชิงชัยกันในวันที่ 29 มกราคมนี้

     




    Share and Enjoy

    • Facebook
    • Twitter
    • Delicious
    • LinkedIn
    • StumbleUpon
    • Add to favorites
    • Email
    • RSS

    2 comments to “ออสเตรเลียน โอเพ่น 2012″ ระเบิดศึกโค้งสุดท้าย

    Leave a Reply

     

     

     

    You can use these HTML tags

    <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>