ทั้งผู้นำเหล่าทัพ-หัวหน้ารัฐบาล สั่ง-ส่งสัญญาณเดียวกันว่า “ไม่มีการปฏิวัติ”
ทั้งรัฐบาล-ทหาร-กองทัพ ต้องยึดโยงอยู่ในโครงสร้างอำนาจ และปฏิบัติการในสงคราม “เสื้อแดง”
ทำให้เงื่อนไข-การอยู่-การไปของรัฐบาล ขึ้นอยู่กับ “กองทัพ” โดยปริยาย
การออกประกาศให้พื้นที่เขตกรุงเทพฯปริมณฑล 7 จังหวัด เป็นเขตบังคับใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง จึงเป็นทางหนึ่งที่จะให้ “ทหาร-กองทัพ” มีบทบาทปฏิบัติการร่วมสนับสนุน “รัฐบาล”
ทางหนึ่งเพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง
ทางหนึ่งเพื่อเป็น “แนวต้าน” เสื้อแดง-เพื่อไทยไม่ให้เกิดการปะทะกับมวลชน “สีอื่น”
ทางหนึ่งเพื่อป้องกันการ “ปฏิวัติ” โดย “รูปแบบ” ที่ทหารออกมาใช้กองกำลังเข้ายึดอำนาจ แต่เข้ามาเป็นเพียง “ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน” เท่านั้น
ทั้งผู้นำเหล่าทัพและฝ่ายรัฐบาล จึงต้องใช้ทุกเครื่องมือในการ “ต้านเสื้อแดง”
ทางลง-ทางเลือกของรัฐบาลจึงไม่ได้พิจารณาข้อเสนอของเสื้อแดงที่ต้องการให้ “ยุบสภา” หรือ “ลาออก” เท่านั้น
มีแต่เพียง “วาระรัฐบาล” ที่ต้องรักษาอำนาจของฝ่ายบริหารต่อไปอีกระยะ อย่างน้อยก็สิ้นสุดวาระสภาผู้แทนราษฎร
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืน-ยัน กลางสภาผู้แทนฯ “ไม่เคยปิดทางยุบสภาหรือลาออก แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นทางออกทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง หรือกระทบต่อระบบ”
และแนวทางที่จะเกิด “ปฏิวัติ” ถูก นายกรัฐมนตรี “ปิดตาย”
“การปฏิวัติรัฐประหารนั้นเรามีหน้าที่ไม่ให้เกิดขึ้น เพราะการปฏิวัติมีแต่บาดแผลความเสียหายเพิ่มเติม ทำให้บ้านเมืองถอยหลังในสายตาชาวโลก และทำให้ประเทศไทยไปสู่ความรุนแรงแบบไม่จบสิ้น”
กระนั้นแม้ทหาร-กองทัพจะไม่อาจ”ปฏิวัติ” เพราะมีเงื่อนไขของฝ่ายรัฐบาล เป็นกรอบ-ครอบไม่ให้ออกจากแนวทาง “ในระบบ”
แต่บทบาททหาร-กองทัพจะยังคงค้ำยันรัฐบาลต่อไปในฐานะผู้ช่วยรัฐบาล
“กองทัพก็มีความชัดเจนว่า ทำงานสนองนโยบายรัฐบาล และกองทัพได้พูดชัดหลายครั้งว่า […]
Share on Facebook
ความรู้ยอดนิยมในหมวด