Performancing Metrics

Custom Search

อนาคต Twitter OS แห่งข้อความสั้น

2 คำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของทวิตเตอร์ คือบริษัทเจ้าของ Twitter จะหารายได้จากไหน จะปรับธุรกิจและบริการไปอย่างไร และคำถามที่สองคืออนาคตของการใช้งานทวิตเตอร์จะพัฒนาปอย่างไร?

ปัจจุบันรายได้ของ Twitter มาจากการให้บริการข้อความไปยัง SMS บนมือถือของสมาชิกร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และอินเดีย

แต่ล่าสุดบริษัท Twitter กำลังเพิ่มช่องทางทำธุรกิจใหม่ ผ่านการให้บริการข้อมูลความถี่ของคำต่างๆ ที่มีผู้ทวีตอย่างละเอียดเพื่อให้บริษัทโฆษณาและฝ่ายการตลาดของบริษัทต่างๆ ซื้อไปใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ทั่วๆ ไปสามารถลองใช้งานระบบเสิร์ชข้อความทวีตทั่วโลกนี้ได้ในหน้าแรกของtwitter.com ก่อนที่จะล็อกอิน

บริการนี้มีชื่อว่า “Trending Topics” ซึ่งโชว์ประสิทธิภาพอยู่ที่หน้าแรกเว็บทวิตเตอร์ เช่นเมื่อมีข่าวเซอร์บ๊อบบี้ร็อบสั้น อดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติอังกฤษเสียชีวิต เพียง 1 นาทีเท่านั้นระบบก็รายงานขึ้นมาว่า คำ “RIP Sir Bobby Robson” กลายเป็นคำทวีตยอดฮิต

ความเร็วแบบรีลไทม์เช่นนี้ Google ไม่อาจเทียบได้ เพราะกว่าข่าวเกี่ยวกับเซอร์บ๊อบบี้จะถูกเสิร์ชเจอได้ในกูเกิลนั้นก็ต้องรออย่างน้อยครึ่งวันขึ้นไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ “Trending Topics” จึงกลายเป็นเครื่องมือสำรวจวิจัยทางการตลาดระดับโลกตัวใหม่ แข่งกับ “Google Trend” และ “Google Insight” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ต่างกันที่ของกูเกิลนั้นให้บริการฟรีเพราะใช้ร่วมกับบริการคิดเงินอย่าง Google Adwords อยู่

และกับคำถามที่สอง […]

Twitter ความจำเป็นทางการตลาดที่ต้องเริ่มวันนี้

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คาดว่าคุณผู้ใช้ Twitter หลายคนคงหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อพบว่าเจ้าบริการ Micro-blogging ยอดนิยมนั้นล่มนานหลายชั่วโมง ขณะนั้นผมก็กำลังออนไลน์อยู่เหมือนกัน เสียงตอบรับที่ได้รับกลับมาผ่านทาง Facebook หลายสิบข้อความก็คือ “ไม่น่าล่มเลย ตอนนี้ขาด Twitter ไม่ได้ เหมือนขาดช่องทาง ในการสื่อสารไปอย่างหนึ่ง แย่จัง”

เสียงตอบรับข้างต้นนี้คงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนแล้วนะครับว่า Twitter เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารของคนบนโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ดังนั้นในแง่ของการตลาด การที่เราจะเข้าไปมีส่วนในการสื่อสารกับคนในสังคมจึงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องทำ และในวันนี้ผมก็อยากจะมาย้ำข้อความนี้กับคุณผู้อ่านอีกสักครั้งว่า ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่ม คุณจำเป็นต้องเริ่มได้แล้ว เพราะอะไร? เพราะ Twitter เป็นพื้นที่การสนทนาของผู้บริโภค ที่เปิดให้นักการตลาดเข้าไปมีส่วนร่วมได้

สมัยก่อน Brand Positioning ตลอดจนทิศทางทางการตลาดล้วนถูกกำหนดมาจากนักการตลาด ที่ทำการสำรวจทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ แต่วันนี้ Brand Positioning ของสินค้าและบริการใดๆ ล้วนเกิดจากการนิยามของผู้บริโภค

ตัวอย่างที่ 1

มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพิ่งเปิดศูนย์ตรวจสุขภาพใหม่ และประชาสัมพันธ์ออก ไปว่าทางโรงพยาบาลได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมทั้งได้จัดซื้อเครื่องมือ ในการตรวจร่างกายที่มีประสิทธิภาพสูงมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท วันหนึ่งคุณอยากตรวจสุขภาพ ก็เลยลองไปที่โรงพยาบาลนี้ ไปนั่งรอคิวอยู่แล้วรอนานเกิน 3-4 ชั่วโมง เดินไปถามพนักงานก็แล้ว ถามพยาบาลก็แล้ว ปรากฏว่าคุณหมอทุกคนยุ่งหมด […]

Do & Don’t เคล็ดลับการตลาดบน Twitter

DO : ควรทำบนทวิตเตอร์

- กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

- หา Follower ชุดแรกจากรายชื่อในฐานข้อมูลลูกค้าเดิม คนในองค์กร เพื่อนๆ ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย

- วิธีหาสมาชิกใหม่ๆ จึงควรให้มาจากการรู้จักเองของผู้ใช้ผ่านการ Retweet ข้อความของคนอื่นๆ ซึ่งทางบริษัทอาจจะทำเป็นเกมชิงรางวัลให้สมาชิกเดิมส่งต่อข้อความที่กำหนด เป็นการยืมมือสมาชิกเดิมดึงสมาชิกใหม่ที่สนใจให้เข้ามา Follow เอง

- หากมีสื่อเก่าอย่าง ทีวี นิตยสาร ให้ลงที่อยู่ทวิตเตอร์ลงไปด้วย จะเพิ่ม Follower ได้รวดเร็วมาก

- หา Follower ใหม่ๆ ไปพร้อมกับดูแล Follower เดิมๆ

- เขียน Profile บริษัทหรือแบรนด์ลงไปในหน้า “Setting” เพื่อยืนยันว่าเป็นตัวจริงเสียงจริง

- คิดแบบสร้าง Engagement หรือความผูกพันระยะยาว ให้ Follower อยากเข้ามาตามอ่านบ่อยๆ

- กระตุ้นให้ผู้อ่านส่ง Feedback ส่งคำถามและข้อคิดเห็นมา

- ตอบกลับให้ครบทุกคำถามที่เข้ามา

- ถ้าเป็นไปได้ พยายามจำชื่อเล่น/ชื่อจริงของทุกคนบนทวิตเตอร์ให้ได้ และทักทายกลับไปบ้างในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ

- ลงข่าวสารธุรกิจหรือแบรนด์แบบที่ให้ผู้อ่านได้ความรู้ หรือได้ประโยชน์

- ลงคำคมที่เกี่ยวพันอ้อมๆ กับแบรนด์หรือสินค้าบ้าง เพื่อให้มีผู้ RT […]

Search Marketing ถูก โดน ตรงใจ

เว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นอย่าง Google, Yahoo หรือ Bing อาจเป็นแค่เครื่องมือค้นหาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับนักโฆษณาและนักธุรกิจยุคใหม่แล้ว นี่คืออีกสื่อโฆษณาและเครื่องมือการตลาดชั้นเยี่ยมที่มั่นใจได้ว่าโฆษณาจะถูกส่งให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายเท่านั้นที่ได้เห็น

ระบบอัตโนมัติของเสิร์ชเอ็นจิ้นทั้งหลายนี้จะเลือกแต่โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคำที่ผู้ใช้เสิร์ชเท่านั้นขึ้นมาแสดง เป็นการสกรีนว่าผู้เห็นโฆษณาเป็นผู้ที่กำลังสนใจเรื่องนั้นอยู่จริง และฝ่ายธุรกิจเจ้าของโฆษณาจะต้องจ่ายเงินเฉพาะเมื่อโฆษณาถูกคลิกเท่านั้นซึ่งประหยัดเงินกว่า Banner โฆษณาแบบเดิมๆ

อีกเหตุผลสำคัญก็คือ การเสิร์ชนั้นได้กลายเป็นกิจกรรมหลักของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกไปแล้ว จากการสำรวจของบริษัทวิจัยระดับโลก Piper Jaffray Investment Research ชี้ว่า 77% ของนักท่องเน็ตนั้นใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นทุกวัน และมีมากถึง 38% ที่เสิร์ชมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน ต้องไม่ลืมว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกนั้นถึง 1 พันล้านคนไปแล้วในปีนี้ ส่วนในไทยมีผู้ใช้ถึง 14 ล้านคน การยิงโฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นนั้นจึงทั้งตรงกลุ่มเป้าหมายและได้ปริมาณไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ การโฆษณาผ่านเสิร์ชยังใช้งานสะดวกสำหรับนักโฆษณา สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นระบบโฆษณาของ Google ที่ชื่อ Adwords, ของ Yahoo ชื่อ Search Marketing, หรือของ Bing นั้นชื่อ AdsCenter ต่างก็ใช้ระบบอัตโนมัติและหักเงินผ่านบัตรเครดิตได้กันทุกราย และรองรับได้ทั้งผู้ลงโฆษณารายย่อยที่มีงบวันละไม่กี่ร้อยบาท จนถึงแบรนด์ใหญ่บริษัทดังที่มีงบวันละเป็นแสนเป็นล้าน

แม้จะฟังดูง่าย แต่การจะลงโฆษณาให้ได้ผล […]

ฤาจะสิ้นยุคสื่อเก่า (Is it the end of traditional media?)

สื่อดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลกับวิถีชีวิตของคนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ทั้งหลายพอเริ่มรู้ภาษาก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่วแล้ว Gen Y ก็ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงผ่านทางสื่อออนไลน์และมือถืออยู่ตลอดเวลา ไปจนถึง Gen X หรือ Baby Boomers ที่เกิดมาพร้อมกับสื่อดั้งเดิมอย่างวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หลายคนก็พลอยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนสามารถ Multi-task หรือทำงานหรือพูดคุย (Chat, Tweet, หรือ Direct Message) กับหลาย ๆ คนได้ในเวลาเดียวกันไปเลย

จอคอมพิวเตอร์กลายเป็นจอที่คนรุ่นใหม่ (รวมทั้งรุ่นเก่าที่ทำตัวเหมือนคนรุ่นใหม่) ใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด ตามมาด้วยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แทนที่จะเป็นโทรทัศน์เหมือนสมัยก่อน การสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลจึงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคสะดวกและรวดเร็วกว่า แถมยังสามารถเลือกรับได้ตามความต้องการ (on-demand) อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ นักการตลาดจึงหันมาให้ความสนใจกับสื่อใหม่นี้มากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการใช้งบฯ โฆษณาที่เติบโตขึ้นตลอดเวลา สวนทางกับสื่อเก่า อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เป็นสื่อใหม่ เทคนิคการทำตลาดก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย ความได้เปรียบเสียเปรียบนั้นไม่ได้อยู่ที่งบฯโฆษณา แต่อยู่ที่กลยุทธ์และวิธีการในการทำตลาดเข้าหากลุ่มเป้าหมายดังต่อไปนี้ครับ

1.หาผู้บริโภคให้เจอ (Reach out for the consumers)

โลกดิจิทัลแตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงตรงที่มีความเป็นอิสระไร้ขอบเขต ดังนั้นผู้บริโภคจึงสามารถเลือกรับสื่อจากที่ใดก็ได้ทั่วโลก การหาผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายของเรานั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย การจะรอให้คนเข้าไปชมเว็บไซต์ของเรานั้นก็กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปโดยสิ้นเชิง เพราะเว็บรุ่นใหม่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสร้างช่องทาง […]

สตาร์บัคส์ขึ้นอันดับท็อปแบรนด์บน Facebook

                 แม้ว่าผลการดำเนินงานทางด้านร้านกาแฟจะดูแย่ลง เพราะมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างร้าน McCafe ของแมคโดนัลด์ แต่ผลการเปิดเผยของ Brandweek ว่า สตาร์บัคส์สามารถแซงหน้าโคคา-โคลา และกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้นักการตลาดอดที่จะกลับมาวิเคราะห์ตัวตนของสตาร์บัคส์ในมุมมองใหม่ นั่นคือมุมมองของความสามารถในการแย่งชิงพื้นที่ว่างบนโลกดิจิตอลและโซเชียลมีเดียอีกครั้ง
       
                 การที่สตาร์บัคส์ก้าวขึ้นแท่นท็อปแบรนด์บน Facebook ได้เป็นเพราะมีแฟนคลับกว่า 3.6 ล้านคนทีเดียว
       
                 นั่นแสดงว่า กลยุทธ์ใหม่ที่สตาร์บัคส์กำลังหันมาทุ่มเทอย่างเอาจริงเอาจังตอนนี้ก็คือ ด้านดิจิตอลและโซเชียลมีเดียนั่นเอง การหันมาพึ่งพาช่องทางที่ว่านี้อย่างต่อเนื่องและขยันขันแข็ง ทำให้ผลงานออกมาได้อย่างน่าพอใจ ทั้งที่จากการประเมินของ Brandweek
       เชื่อว่าสตาร์บัคส์เพิ่งจะมารุกตลาดโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานมานี้เอง
       
                 เหตุใดการใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ Twitter หรือบล็อกอื่นๆ ในช่องทางนี้จึงเปลี่ยนโฉมหน้าของสตาร์บัคส์ได้มากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะในส่วนของสัมพันธภาพของสตาร์บัคส์กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นฐานทางธุรกิจ จนมีพัฒนาการอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้
       
                 ประการแรก ผู้บริหารงานด้านโซเชียลมีเดียของสตาร์บัคส์เริ่มต้นใช้ช่องทางนี้เมื่อไม่นานมานี้ ด้วยการเปิดตัวโครงการ “My Starbucks Idea” เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มจะเข้าไปร่วมกิจกรรม กลุ่มแรก คือกลุ่มลูกค้า กลุ่มที่สอง ก็คือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งคำนี้สตาร์บัคส์ใช้เรียกพนักงานของตนเอง
       
                 สังคมออนไลน์แห่งนี้ ทั้งสองกลุ่มสามารถเข้าไปทางระบบออนไลน์เพื่อเสนอไอเดียของตนเกี่ยวกับสตาร์บัคส์ หรือโหวตให้คะแนนไอเดียของคนอื่น หรือเพิ่มไอเดียอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน สมาชิกทุกคนในสังคมออนไลน์แห่งนี้สามารถติดตามได้ว่า […]

สุกรี พัฒนภิรมย์ เจ้าพ่อ Twitter

บุกเบิกใช้ Twitter เป็นคนแรกๆ ของไทย แถมยังนำมาเผยแพร่ ทั้งในเวทีสัมมนา ยังส่งข้อความ Tweet ทั้งวัน จนได้รับฉายา “เจ้าพ่อ Twitter” ไปครอง

สุกรี พัฒนภิรมย์ ในชื่อทวิตเตอร์ว่า @sugree นักวิจัยด้านคอมพิวเตอร์ระดับปริญญาเอกแห่ง ม.เกษตรศาสตร์ได้รับการยอมรับว่าให้เป็น “Evangelist” ผู้บุกเบิกเผยแพร่การใช้งาน Twitter ในไทยคนแรก เป็นที่ยอมรับในหมู่นักเล่น Twitter ไทยแทบทุกคน

“ผมเริ่มรู้จักและชอบเล่น Twitter ตั้งแต่กันยายนา 2007 เพราะมีเพื่อนมาจากอเมริกา เดินทางรอบโลกด้วยเงินบริจาค ไปเที่ยวที่ไหนก็ส่ง Tweet บอก Follower ที่ตามอ่านเขาอยู่ตลอด เขาแวะมานอนที่บ้านผมสัปดาห์หนึ่ง มากดใช้งานให้ดู ผมก็สมัครแล้วก็ใช้มันตั้งแต่นั้นมา”

สุกรีใช้ทวิตเตอร์บอกเล่าทุกอย่างในชีวิต ตั้งแต่การเลี้ยงลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม อาหารการกิน การทำงานในศูนย์คอมพิวเตอร์ โดย Tweet แทบจะทุกๆ 10 นาที รวมแล้ววันละเป็นร้อยครั้ง จนกลายเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้เชี่ยวชาญไอที

“ผมชอบ Twitter ตรงที่มันอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่เหมือนอย่างอื่นที่มีข้อจำกัดเยอะ ถ้าเทียบกับของที่มีอยู่แล้ว อย่าง […]

Facebook มีเงินเหลือ ยอดผู้ใช้ทะลุ 300 ล้านคน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

เฟสบุ๊ก (Facebook) ประกาศชัยยอดผู้ใช้งานทะลุ 300 ล้านคน ขึ้นแท่นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่ามีรายได้เข้ามาเลี้ยงตัวจนมี”กระแสเงินสดอิสระ”เป็นบวกแล้ว สานฝันการนำตัวเองเข้าตลาดหุ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
       
       การประกาศว่ากระแสเงินสดอิสระเป็นบวกของเฟสบุ๊กนี้ทำให้นักวิเคราะห์ในตลาดตื่นเต้นยกใหญ่ เนื่องจากรู้กันว่าเฟสบุ๊กนั้นต้องใช้เงินทุนมากมายในการหล่อเลี้ยงชุมชนคนออนไลน์ขนาดยักษ์นี้ให้เติบโตต่อเนื่อง แถมยังต้องจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นจำนวนมาก ซึ่งการมีรายได้เพียงพอสำหรับการลงทุนระดับนี้ก็แปลว่าชาวออนไลน์มีการใช้จ่ายเงินบนเฟสบุ๊กไม่ใช่น้อย ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการนำเฟสบุ๊กให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในเร็ววัน
       
       วิธีการคำนวณกระแสเงินสดอิสระหรือ free cash flow โดยทั่วไปนั้น จะนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท มาหักลบรายจ่ายลงทุน และเงินปันผลจ่ายแก่ผู้ถือหุ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไตรมาสที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่กระแสเงินสดอิสระของเฟสบุ๊กมีค่าเป็นบวก ไม่ติดลบ

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ซีอีโอเฟสบุ๊กนามมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) นั้นโพสต์ไว้บนบล็อกของบริษัทว่ากระแสเงินสดอิสระที่เป็นบวกในไตรมาสที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ในปี 2010 ซัคเกอร์เบิร์กบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้เฟสบุ๊กเป็นบริการที่แข็งแกร่งในระยะยาว
       
       คอลลินส์ สจ๊วต (Collins Stewart) นักวิเคราะห์บริษัท Sandeep Aggarwal ระบุว่าการที่กระแสเงินสดอิสระของเฟสบุ๊กเป็นบวกได้เร็วกว่ากำหนดจะเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนอย่างได้ผล ซึ่งจะทำให้การเสนอขายไอพีโอของเฟสบุ๊กน่าสนใจยิ่งขึ้น เชื่อว่าเฟสบุ๊กจะสามารถเข้าตลาดได้ในครึ่งปีหลังของปีหน้า หรือไม่ก็ปี 2011
       
       ซัคเกอร์เบิร์กเคยกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า การนำเฟสบุ๊กเข้าตลาดนั้นยังต้องรออีก 2-3 ปี โดยในโพสต์ของซัคเกอร์เบิร์กไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินใดๆ หลังจากที่เคยออกมาเปิดเผยว่ารายได้ของเฟสบุ๊กนั้นเพิ่มขึ้นราว 70% ในปีนี้
       
       จากเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นในหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) เมื่อ 5 ปีที่แล้ว วันนี้เฟสบุ๊กเปล่งรัศมีเทียบชั้นบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างยาฮู (Yahoo) และกูเกิล (Google) มีการเปิดตัวฟีเจอร์เสิร์ชเอนจิ้นไปเมื่อเดือนที่แล้ว […]