|
สุดยอดบริษัทผลประกอบการยอดเยี่ยม !!!! |
|
|
|
|
อังคาร, 22 เมษายน 2008 |
เพิ่งมีการจัดอันดับกิจการชั้นนำที่มีผลประกอบการสุดยอดไปโดย บิสซิเนส วีก เมื่อไม่นานมานี้มี หลากหลายประเด็นน่าสนใจมาก จึงนำมา วิเคราะห์แนวคิดกลยุทธ์ว่า เหตุใดกิจการต่างๆ จึงก้าวขึ้นสู่ความเป็นเลิศระดับโลกได้ และสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้
อันดับแรก คือ บริษัท Coach ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมและเป็นร้านค้าปลีกที่มีสาขามากมาย ที่ผ่านมาแม้ว่าเศรษฐกิจจะลุ่มๆ ดอนๆ แต่กิจการสามารถ มีผลตอบแทนจากเงินลงทุนสูงถึง 61% ต่อปี และมีอัตราการเติบโตของยอดขาย ถึง 24%
ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือ การปรับ ทั้งแบรนด์และร้านใหม่ ให้ดูหรูหราไฮโซฯมากขึ้น รวมถึงมีนักดีไซเนอร์ชื่อก้องมาควบคุมการทำงานด้วยตนเอง ทำให้สินค้าของกิจการมีเสน่ห์น่าหลงใหล รวมถึง นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในระดับสูง อาทิ กระเป๋าสุดหรูที่มีราคาหลายหมื่นบาทเพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์ระดับสูงดังกล่าว ก็ทำรายได้มากถึง 22% ของยอดขายทั้งหมด
มิใช่ว่ากิจการจะเพิกเฉยต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้นะครับ เพราะยอดขายเฉลี่ยในช่วงหกเดือนหลังเริ่มลดลงเช่นกัน ดังนั้นกิจการจึงต้องออกสินค้าใหม่ที่เหมาะกับสถานการณ์ด้วย นั่นคือ ไลน์สินค้าราคาประหยัด สำหรับลูกค้าที่เริ่มตัดการใช้จ่ายลง เพื่อสร้างฐานรายได้ให้กับกิจการ อย่างต่อเนื่อง
อันดับต้นๆ ที่ทุกท่านคุ้นคือ แอปเปิล ที่ติดอันดับบริษัทนวัตกรรมยอดเยี่ยม ไม่นานมานี้ประกอบการของแอปเปิลเอง ก็พุ่งสูงขึ้นมาตลอดเป็นที่อิจฉาตาร้อนของ คู่แข่ง แม้ว่าจะแผ่วๆ ลงในช่วงหลังบ้าง แต่ก็ยังมีแม่เหล็กที่สร้างความฮือฮา นั่นคือ นวัตกรรมและดีไซน์ในผลิตภัณฑ์ ล่าสุด ยังไปได้สวยกับไอโฟน และเคล็ดลับของ แอปเปิลคือ การทุ่มทุนมหาศาลกับการวิจัยและพัฒนา และก็ยังจะทุ่มเทต่อไป โดยสินค้าใหม่ที่คาดว่าจะออกมาเจาะตลาดอีกก็คือ ไอโฟนที่เป็นเวอร์ชั่นของลูกค้า ที่เป็นองค์กรครับ คงต้องลุ้นกันต่อไปถึงความสำเร็จในนวัตกรรมของแอปเปิล
ตามมาติดๆ ด้วยบริษัท คอลเกตปาล์มโอลีฟ ปีที่ผ่านมา จะโดนมรสุมเข้าไป หลายลูกในธุรกิจยาสีฟันและอาหารสัตว์ก็ตาม แต่ก็ยังมีผลประกอบการออกมา ดีเกินความคาดหมาย ต้องยกเครดิตให้กับ ซีอีโอ ที่มองเห็นโอกาสทางการตลาดในประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างๆ สร้างการเติบโตทั้งรายได้ และผลตอบแทนสู่ คอลเกตอย่างมาก แทนที่ตลาดภายในอเมริกาที่ค่อนข้างซบเซา แต่ปีนี้น่าจะเป็นความท้าทายของคอลเกตเช่นกัน เพราะตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่เอง ก็มีแนวโน้มจะเติบโตลดลงในปีนี้ ซึ่งคงต้องพุ่งเป้าไปที่การพัฒนานวัตกรรม เพื่อจับตลาดที่มีส่วนต่างกำไรสูงขึ้นในอนาคต อันใกล้ด้วย
กิจการที่ยังอยู่ในท็อปเทนของสุดยอดผลประกอบการยอดเยี่ยม คือ Abercrombie&Fitch กิจการดาวรุ่งด้านแฟชั่นและของใช้ และกำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยทีน ซึ่งแบรนด์นี้วัยรุ่นบ้านเราก็ คลั่งไคล้กันมาก แต่ยังหาซื้อได้ยากสักหน่อย มีโลโก้เป็นรูปกวางกำลังเดินย่องอยู่ที่ทุกท่านอาจจะเห็นแล้วคุ้นตานั่นเอง
แม้ผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วงที่ผ่านมาน่าประทับใจ แต่กิจการก็กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ จากผู้ผลิตที่มีราคาต่ำกว่า รวมถึงกำลังซื้อของวัยรุ่นที่ลดลง จุดเด่นของกิจการนี้คือ ใช้แบรนด์หลักๆ แบรนด์เดียว และทุ่มเทให้กับแบรนด์ดังกล่าว เพื่อให้เป็นแบรนด์ชูธงของกิจการในอนาคต
สตาร์บัคส์ และเอวอน ก็ยังถือว่าเป็นกิจการที่อยู่ในท็อปลิสต์เช่นกัน โดยสตาร์บัคส์ แม้ว่าจะอ่อนแรงลงในช่วงหลัง แต่ผลการดำเนินงานก็ยังโดดเด่นอยู่มีอัตราการขยายตัวยอดขายถึง 20.8% แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ความมั่นคงของสถานะ ในระยะยาวต่อไป โดยโฮวาร์ด ชูส์ ผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ได้กลับมารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเหมือนเดิมแล้ว ภาระที่จำเป็นหนักอึ้งก็คือ การต้องพัฒนาภาพลักษณ์ของกิจการให้ดีขึ้น รวมถึงระบบการจัดการ ตัดร้านที่ไม่ทำกำไรทิ้ง และต้องฝึกอบรมบาริสต้า ให้มีทักษะทั้งด้านกาแฟและการบริการ ที่เป็นเลิศมากขึ้น
ส่วนเอวอนบริษัทเพื่อผู้หญิงทั้งโลกนั้น ผลประกอบการกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา จากโครงการฟื้นฟูบริษัทที่ได้ผลของซีอีโอหญิงเหล็กคนล่าสุด ทำให้รายได้รวมทะลุเป้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกิจการเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยนั้น กลับกลายเป็นโอกาสสำหรับเอวอน เพราะผู้หญิงเริ่มมองหารายได้เสริมสำหรับครอบครัวของตน ทำให้ระบบเครือข่ายการขายขยายตัวไปได้อย่างกว้างขวาง
ตามมาห่างๆ ด้วย บริษัท อเมซอน ดอทคอม ผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยขาดทุนติดต่อกันมาเนิ่นนาน โดยยอดขายโตถึง 38.5% และกำไรสูงขึ้น 150% ทำให้อเมซอนเป็นกิจการขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลมีเดีย ที่แข็งแกร่งที่สุดไปแล้ว โดยหลังจากที่อเมซอนค้นพบแนวทางสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการให้บริการทางเทคโนโลยีด้าน อีคอมเมิร์ซชั้นสูง ที่ตนเองคิดค้นมามากมาย สร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องให้กับกิจการต่อไปในอนาคตด้วยครับ
ขอปิดท้ายกิจการสุดยอดด้วย เป๊ปซี่ ผลงานเข้าตากรรมการอย่างมาก จากการนำของซีอีโอหญิงเชื้อสายอินเดีย คนล่าสุด ที่ทำให้กิจการมีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าให้เหมาะกับ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เน้นรักสุขภาพ ไม่ยึดติดอยู่กับธุรกิจน้ำอัดลมเท่านั้น จนวันนี้รายได้หลักของเป๊ปซี่มาจากธุรกิจของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพและอาหาร ซึ่งมากกว่ารายรับจากเครื่องดื่มเสียอีก นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาเสียเป็นส่วนใหญ่ นับว่าเหมาะสมกับภูมิหลังของซีอีโอคนล่าเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ถึงอย่างไร เป๊ปซี่ก็ยังต้องฝ่าฟันราคาที่พุ่งสูงขึ้นของวัตถุดิบในปีนี้
ดังพอที่จะเห็นเกร็ดแห่งความสำเร็จของกิจการต่างๆ ไปแล้ว อย่าลืมนำเอาแนวคิดที่ท่านสนใจไปปรับใช้กับกิจการของทุกท่านนะครับ
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์
โดย รศ. ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
|