|

เปิดโมเดลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม′สะพานใหม่-ลำลูกกา′ของสนข. ใช้งบฯเกือบ2.4หมื่นล้าน โครงสร้างทางยกระดับ ยืดเส้นทางถึงคลอง5 คาดแล้วเสร็จปี 2555
แม้โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา จะไม่ใช่เส้นทางใหม่แกะกล่อง เพราะโครงการนี้เดิมกรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยเป็นเจ้าภาพว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมโครงการเบื้องต้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2548 แต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีมติให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคม โดยให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแล และล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ได้นำโครงการนี้กลับมาปัดฝุ่นใหม่ โดยทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ กลุ่มทีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมที่เคยศึกษาให้ กทม.ออกแบบรายละเอียดโครงการ ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า ต้องใช้งบประมาณลงทุนโครงการ 23,698 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนกว่า 2,600 ล้านบาท ค่างานโยธา 13,249 ล้านบาท งานระบบ 6,140 ล้านบาท และระบบรถไฟฟ้า 1,600 กว่าล้านบาท โดยที่โมเดลโครงการยังคงเหมือนเดิม ทั้งแนวเส้นทาง รูปแบบสถานี และโครงสร้างสถานี โดยตลอดเส้นทางจะเป็นโครงสร้างยกระดับ เน้นความสวยงาม ทันสมัย และมีความโปร่งง่ายต่อการก่อสร้างในแนวเขตทางถนน ขณะที่ค่าก่อสร้างไม่สูงมาก ที่แตกต่างจากเดิมเล็กน้อย คือ ตำแหน่งที่ตั้งของสถานี ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาปรับให้เหมาะสมมากขึ้น โดยขยับจากจุดที่ กทม.เคยกำหนดไว้เดิมสถานีละประมาณ 200 เมตร นอกจากนี้มีการเพิ่มสถานีอีก 2 สถานี คือ สถานี N 23 บริเวณ ก.ม.25 และสถานี N 28 สถานีปลายทางเยื้องๆ กับห้างบิ๊กซี ลำลูกกา จากแนวเดิมของ กทม.จุดสิ้นสุดสถานีสุดท้ายจะอยู่บริเวณคลอง 4 ก่อนถึงถนนวงแหวนรอบนอก พร้อมเพิ่มองค์ประกอบต่างๆ ให้ครบเครื่องมากขึ้น เช่น อาคารจอดแล้วจร (park and ride) 2 แห่ง คือ สถานี ก.ม. 25 และสถานีวงแหวนรอบนอก ศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่งบริเวณด้านหลังสถานีวงแหวนรอบนอก และทางเดินเชื่อมต่อแต่ละสถานี หรือ sky walk สำหรับแนวเส้นทางจุดเริ่มต้นต่อจากจุดสิ้นสุดส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ บริเวณด้านหน้าตลาดยิ่งเจริญ โดยแนวเส้นทางส่วนใหญ่จะอยู่บนเกาะกลางถนนพหลโยธิน และถนนลำลูกกา ยกเว้นช่วงที่ต้องวิ่งผ่านพื้นที่ของเอกชน (ที่ดินของนายวิเชียร กลิ่นสุคนธ์ เจ้าของโรงแรมกานต์มณี ถนนประดิพัทธ) บริเวณพื้นที่ประตูกรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณนี้จะมีการเวนคืน 45 ไร่ ค่าเวนคืน 450 ล้านบาท เพื่อสร้างโครงสร้างตัดผ่านโดยไม่ต้องอ้อมตามแนวถนนเดิม พร้อมกับสร้างสถานี N 23 อาคารจอดแล้วจร และตัดถนนใหม่เป็นถนนโลคอลโรดเชื่อมระหว่างถนนพหลโยธิน-ลำลูกกา (บริเวณด้านข้างสถานีตำรวจภูธรคูคต) ระยะทาง 2.3 กิโลเมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ซึ่งจะอยู่ด้านล่าง และมีรถไฟฟ้าอยู่ด้านบน ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้า-ออกได้สะดวกมากขึ้น จากนั้นแนวเส้นทางเบี่ยงเข้าเกาะกลางของถนนลำลูกกาอีกครั้ง แล้วผ่านวงแหวนรอบนอก สิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณด้านหน้า หมู่บ้านวราบดินทร์ ระยะทางรวม 13.92 กิโลเมตร โดยสถานีปลายทางจะมีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ด้านหลังสถานี ทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้ามไปรษณีย์ลำลูกกา มีการเวนคืนที่ดิน 130 ไร่ เป็นที่ดินเอกชน 17 ราย ค่าเวนคืนกว่า 500 ล้านบาท สำหรับตำแหน่งสถานีรถไฟฟ้า ตลอดเส้นทางมี 8 สถานี จะมีการเวนคืนเล็กๆ น้อยๆ บริเวณทางขึ้น-ลงสถานีประกอบด้วย 1.สถานี N 21 (สถานีโรงพยาบาลภูมิพล) อยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลภูมิพลฯ และกรมแพทย์ทหารอากาศ 2.สถานี N 22 (สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ) อยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์กองทัพทหารอากาศ แยกถนนจันทรุเบกษา 3.สถานี N 23 (สถานี ก.ม.25) อยู่ด้านหน้าประตูกรุงเทพฯ 4.สถานี N 24 (สถานีคูคต) ห่างสถานีตำรวจภูธรคูคตไปทางลำลูกกา 200 เมตร 5.สถานี N 25 (สถานีคลอง 3) อยู่ใกล้สะพานข้ามคลอง 3 6.สถานี N 26 (สถานีคลอง 4) บริเวณถนนไสวประชาราษฎร์ก่อนถึงซอยลำลูกกา 55 ประมาณ 100 เมตร 7.สถานี N 27 (สถานีคลอง 5) ก่อนถึงเชิงสะพานข้ามคลอง 5 100 เมตร 8.สถานี N 28 (สถานีวงแหวนรอบนอกตะวันออก) อยู่ด้านหน้าหมู่บ้านวราบดินทร์เยื้องๆ บิ๊กซี ลำลูกกา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ บริษัทที่ปรึกษาได้ศึกษาความเหมาะสมของระบบฟีดเดอร์ที่จะนำมาช่วยเสริมโครงข่ายรถไฟฟ้าสายนี้ทั้งไป-กลับในแต่ละสถานี หรือเรียกว่าเป็นการขนส่งผู้โดยสารจากประตูบ้านไปสู่ประตูที่ทำงาน (door to door) มีทั้งหมด 7 เส้นทาง คือ 1.สถานีวงแหวนรอบนอก-คลอง 10 ระยะทาง 22 กิโลเมตร 2.สถานีวงแหวนรอบนอก-วัดราษฎร์ศรัทธาราม (คลอง 7) ระยะทาง 14.5 กิโลเมตร 3.สถานีคลอง 4-รังสิต (ถนนไสวประชาราษฎร์) 15.5 กิโลเมตร 4.สถานีคลอง 4-ออเงิน (ถนนเฉลิมพงษ์-ถนนออเงิน) 11 กิโลเมตร 5.สถานีคลอง 3-รังสิต (ซอยลำลูกกา 11) 15 กิโลเมตร 6.สถานีคูคต-รังสิต (ซอยลำลูกกา 11) 14 กิโลเมตร 7.สถานี ก.ม.25 (ถนนลำลูกกา-พหลโยธิน วนเป็นวงกลม) 9 กิโลเมตร ด้านความเป็นไปได้ของโครงการ "ถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ" รองปลัดกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าโครงการนี้น่าจะทำได้เร็ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งทางรางและขนส่งมวลชน และเป็นโครงข่ายต่อเชื่อมกับสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ทั้งนี้ เมื่อผลการศึกษาแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคมนี้ จะส่งให้ รฟม.ไปดำเนินการต่อ เริ่มประกาศเชิญชวนหาผู้รับเหมาได้ปลายปี 2553 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดเปิดให้บริการปี 2555 ปริมาณผู้โดยสาร 57,000 เที่ยวการเดินทางต่อวัน 
คลิกรูปเพื่อขยายใหญ่
Trackback(0)
|