Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - AREA กางผลสำรวจตลาดอสังหาฯ 5 เดือนแรก ชี้คอนโดฯราคาแพงขายได้-บ้านเดี่ยว 5-10ล้านขายดี !!
AREA กางผลสำรวจตลาดอสังหาฯ 5 เดือนแรก ชี้คอนโดฯราคาแพงขายได้-บ้านเดี่ยว 5-10ล้านขายดี !! PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 23 มิถุนายน 2009

AREAกางผลสำรวจตลาดอสังหาฯ 5 เดือนแรก ชี้คอนโดฯราคาแพงขายได้-บ้านเดี่ยว 5-10ล้านขายดี !!

 

AREA สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ 5 เดือนแรก ชี้ห้องชุดราคาแพงยังขายได้ ส่วนคอนโดฯราคาต่ำขายยาก ขณะที่บ้านเดี่ยว 5-10ล้านขายดี ทาวน์เฮ้าส์ขายได้ทุกระดับราคา แต่ในภาพรวมเชื่อปีนี้หดตัวรุนแรง

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่า โดยที่สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีความผันผวนมาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  จึงขอสรุปสถานการณ์ตลาดในรอบ 5 เดือนล่าสุดมา ณ โอกาสนี้

 
 
1. ในรอบ 5 เดือนล่าสุด (มกราคม – พฤษภาคม 2552) มีจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นทั้งหมด 16,733 หน่วย รวมมูลค่า 62,651 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.744 ล้านบาท  หากนับเฉพาะที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีจำนวน 15,947 หน่วย (95% ของหน่วยทั้งหมด) หรือ 58,217 ล้านบาท (93% ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด) ทั้งนี้เป็นผลจากการสำรวจวิจัยต่อเนื่องในภาคสนาม ซึ่งเชื่อว่าเก็บข้อมูลได้เกินกว่า 95% ของทั้งตลาด

 

2. หากประมาณการจากตัวเลข 5 เดือนแรก เชื่อว่า จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งปีจำนวน 40,159 หน่วย แยกเป็นที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 38,273 หน่วย รวมมูลค่า 150,362 ล้านบาท แยกเป็นที่อยู่อาศัย 139,721 ล้านบาท หรือแสดงว่า ลดลงจากปี 2551 ในแง่ของมูลค่าและหน่วยที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถึง 24% และ 44% ตามลำดับ  นี่แสดงให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2552 นี้กำลังจะหดตัวอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ

 

3. เฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น  มีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอุปทานอย่างชัดเจน  กล่าวคือ แม้ห้องชุดพักอาศัยจะมีจำนวนมากที่สุดถึง 5,267 หน่วย จากที่อยู่อาศัยทั้งหมด 15,947 หน่วย หรือ 33% (ประมาณหนึ่งในสามของทั้งตลาด)  แต่ที่อยู่อาศัยกลุ่มอื่นอันได้แก่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ก็เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดมาก  กล่าวคือ มีบ้านเดี่ยวเกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนแรกนี้ถึง 4,632 หน่วย (29%) และทาวน์เฮาส์ถึง 4,821 หน่วย (30%)  นอกนั้นเป็นบ้านแฝดอีก 6% ส่วนที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ  แทบจะไม่ได้เกิดเลย  ข้อนี้ผิดแผกไปจากปี 2551 และปีก่อนหน้านี้ถึงราว 10 ปีที่โครงการอาคารชุดครองส่วนแบ่งตลาดประมาณเกือบครึ่งหนึ่ง  แต่ในรอบ 5 เดือนแรกของปี 2552 กลับมีอาคารชุดเพียงหนึ่งในสามของทั้งตลาด

 

4. โดยที่ราคาบ้านโดยเฉลี่ยที่ออกสู่ท้องตลาดในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2552 นี้เป็นเงินหน่วยละประมาณ 3.651 บาท ซึ่งมากกว่าในปี 2551 ที่ราคา 2.718 ล้านบาท ก็แสดงให้เห็นว่า สินค้าบ้านประเภทที่ราคาค่อนข้างต่ำ แทบไม่สามารถก่อสร้างได้ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังผันผวนอยู่ในขณะนี้  เนื่องจากวัสดุก่อสร้างราคาสูงขึ้น  จะเห็นได้ว่า แม้จำนวนบ้านที่มีราคา 1-2 ล้านบาทจะมีสัดส่วนสูงสุดถึงหนึ่งในสามของทั้งตลาด แต่บ้านกลุ่มใหญ่ที่สุด (จำนวนหนึ่งในสี่) ขายในราคา 3-5 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาด

 

5. จากการสำรวจภาวการณ์ขายหรือจองซื้อได้ในช่วงเดือนแรกของการเปิดตัวโครงการพบว่า สามารถขายได้ประมาณ 3,073 หน่วยของสินค้าอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด หรือราว 18%  อัตรานี้ถือว่าต่ำเพราะในช่วงเดือนแรกที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากเป็นพิเศษ ควรขายหรือมีคนจองซื้อได้มากกว่านี้  ในช่วงปีก่อนสัดส่วนการขายในช่วงเดือนแรกเป็นประมาณหนึ่งในสาม  การนี้แสดงถึงการชะลอตัวของการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

 

6. อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ห้องชุดส่วนมากยังสามารถขายได้พอสมควรคือ ประมาณ 37% ของหน่วยขายห้องชุดทั้งหมด  โดยเฉพาะกลุ่มห้องชุดราคา 3-5 ล้านสามารถขายได้มากเป็นพิเศษ   ห้องชุดราคาต่ำ ๆ กลับขายได้ค่อนข้างช้ากว่า แต่ก็ยังสูงคือ เดือนละ 14-25% ของหน่วยขาย  ส่วนกลุ่มบ้านเดี่ยวที่ขายดีคือราคา 5-10 ล้านบาทซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับหรูพอสมควร   ส่วนทาวน์เฮาส์ขายได้ 11% โดยเฉลี่ยหรือถือว่าขายได้ดีพอสมควรในทุกระดับราคา

 

7. หากพิจารณาถึงทำเลโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่จะพบว่า ในปัจจุบัน ไม่ได้เน้นการพัฒนาใจกลางเมืองแล้ว เพราะที่ดินราคาสูงขึ้นมาก  แต่ไปเน้นการพัฒนาชานเมืองเพื่อสร้างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์   แผนที่ที่แนบนี้ชี้ให้เห็นทำเลที่น่าจะมีการลงทุนมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่ต้องสร้างอยู่ในเขตชานเมืองออกไป
 
8. เชื่อว่าหากเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2552 หากเกิดการติดลบขึ้นมา ก็อาจทำให้ราคาอสั้งหาริมทรัยพ์เตรียมตัวลงราคาได้แล้ว  อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายลงเช่นนี้ โอกาสที่ราคาที่อยู่อาศัยยังจะทรง ก็พอมีให้เห็นเช่นกัน
 
อนึ่งในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  จะจัดงานสัมมนาครั้งสำคัญ “สรุปสถานการณ์ + ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งปีหลังปี 52” ณ โรงแรมบันยันทรี ถนนสาทร  ในเวลา 08:30 – 12:30 น.  จึงขอเชิญสมาชิก Real Estate Index โปรดเข้าร่วมการสัมมนาครั้งสำคัญนี้ ซึ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูลสำคัญจากฐานข้อมูลภาคสนามที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us