|
รับกระแสสมาร์ทโฟนฮอต ′แบล็กเบอร์รี่′ ส่งรุ่นใหม่ ′Tour′ ลุยตลาด |
|
|
|
|
อังคาร, 23 มิถุนายน 2009 |
|

ตลาดสมาร์ทโฟนฮอต "แบล็กเบอร์รี่" เปิดตัวรุ่นใหม่ แบล็กเบอร์รี่ "Tour" เขย่าตลาดอีกครั้ง เผยยอดขายไตรมาสแรกในสหรัฐทะลุ 7.8 ล้านเครื่องแล้ว ขณะที่ผลสำรวจอเมริกันชนกว่า 41% ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนเป็นมือถือเครื่องถัดไป
ยอมรับว่าเดือน มิ.ย.นี้การแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนร้อนแรงจริงๆ เพราะข่าว "ไอโฟน 3GS" และ "ปาล์ม Pre" ยังไม่ทันจางหาย คู่แข่งสมาร์ทโฟนอย่าง "แบล็กเบอร์รี่" จากค่ายรีเสิร์ชอินโมชั่น (RIM) รีบเร่งเครื่องความฮอตของตนเอง ส่งสินค้ารุ่นใหม่ แบล็กเบอร์รี่ "Tour" ออกชนตลาดเช่นกัน
เดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า RIM เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แบล็กเบอร์รี่ "Tour" เขย่าตลาดอีกครั้ง ผ่านการจับมือกับโอเปอเรเตอร์ 2 ราย คือเวอร์ริซอน ไวร์เลส และสปรินท์ เน็กซ์เทล เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคือนักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยราคาจำหน่ายของ Tour ประมาณ 199 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสัญญา 2 ปี ซึ่งเป็นราคาระดับเดียวกับ Pre และไอโฟน 3GS สำหรับ "Tour" ทั้งสปรินท์และเวอร์ริซอน ไวร์เลส ต่างต้องการสินค้ารุ่นดังกล่าวเพื่อเจาะลูกค้าที่ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม การจำหน่าย Tour ของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 2 ราย ได้จุดชนวนการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนให้รุนแรงอีกครั้งหนึ่ง เช่น กรณีค่ายสปรินท์ก็ได้สิทธิ์ทำตลาด แบล็กเบอร์รี่ Ture มาชนกับคู่แข่งอย่างปาล์ม Pre ซึ่งผูกสัญญากับสปรินท์เพียงรายเดียว ที่ผ่านมา RIM ใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดทั้งแบบเอ็กซ์คลูซีฟโมเดลสำหรับแบล็กเบอร์รี่ รุ่น Bold และ Storm กับโอเปเรเตอร์แต่ละรายในสหรัฐ ขณะที่รุ่น Curve ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันสามารถหาซื้อได้กับโอเปอเรเตอร์หลายราย โดย "จิม บาล์ซิลไล" ผู้ช่วยซีอีโอค่าย RIM ให้เหตุผลว่า กุญแจสำคัญในการทำธุรกิจคือจัดสินค้าให้เหมาะสมกับโอเปอเรเตอร์มากกว่า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า RIM ไม่ได้จูงใจลูกค้าด้วยระบบปฏิบัติการเหมือนไอโฟน, ปาล์ม หรือกูเกิลโฟน แต่ดึงดูดลูกค้าโดยเน้นที่ค่าใช้จ่ายองค์รวมทั้งหมด เพราะหากลองดูการทำตลาดของโอเปอเรเตอร์รายหลักๆ ในสหรัฐ อย่างน้อยที่สุดต้องมีดีลกับแบล็กเบอร์รี่ 1 รุ่น ตรงข้ามกับสมาร์ทโฟนค่ายคู่แข่งซึ่งเน้นการทำตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟโมเดลกับรายใดรายหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการแข่งขันของโอเปอเรเตอร์เพื่อแย่งชิงลูกค้าแบล็กเบอร์รี่จึงมีมากกว่า ทั้งการเสนอส่วนลดราคา หรือโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 "นิค เอโกสทิโน" นักวิเคราะห์จากบริษัท รีเสิร์ช แคปิตอล กล่าวว่า โอเปอเรเตอร์สามารถสร้างการแข่งขันด้านราคาได้ เพราะแบล็กเบอร์รี่มีต้นทุนในการบริหารจัดการที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับไอโฟน หรือ Pre "ดีไซน์ของแบล็กเบอร์รี่มีประสิทธิภาพด้านแบนด์วิดท์มากกว่าของคู่แข่ง ดังนั้นโอเปอเรเตอร์จึงทุ่มเงินส่วนใหญ่เพื่อแบล็กเบอร์รี่แพลตฟอร์ม ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างกัน สุดท้าย RIM คือผู้ที่ได้รับประโยชน์" สาเหตุที่ทำให้การทำตลาดแบบหลายโอเปอเรเตอร์ประสบความสำเร็จ เพราะปัจจุบันลูกค้าจะมองมูลค่าทั้งหมดของสินค้า ทั้งด้านการบริการ ความไว้วางใจ และฟังก์ชั่นการทำงานมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งแบล็กเบอร์รี่สามารถสร้างความแตกต่างตรงจุดนี้ได้ ล่าสุด แบล็กเบอร์รี่ประกาศตัวเลขยอดขายไตรมาสแรก จำนวน 7.8 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ 3.8 ล้านราย เติบโตเพิ่มขึ้น 65% จากปีที่ผ่านมา จิม บาล์ซิลไล ผู้ช่วยซีอีโอ ค่าย RIM กล่าวว่า 80% ของลูกค้าใหม่กลุ่มนี้คือกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์และธุรกิจขนาดเล็ก แทนที่จะเป็นลูกค้าคอร์ปอเรตเหมือนที่ผ่านมา และคาดว่าไตรมาสปัจจุบันจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 3.8-4.1 ล้านราย "หมายความว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่ในปัจจุบันคือลูกค้าคอนซูเมอร์" จิมกล่าว เขายังกล่าวอีกว่า ทั้งการเปิดตัว Pre หรือการลดราคาไอโฟน 3G อย่างรุนแรงเหลือเพียง 99 เหรียญนั้น อาจจะส่งผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทได้ แต่ทั้งนี้บริษัทกำลังไปได้สวยกับโปรโมชั่นและส่วนลดของพาร์ตเนอร์โอเปอเรเตอร์เช่นกัน "เจมส์ บราห์ม" นักวิเคราะห์ด้านอุปกรณ์มือถือและไร้สายจาก Frost & Sullivan แสดงความเห็นว่า ผลประกอบการของ RIM เป็นการยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในยุคของสมาร์ทโฟนและ RIM ยังคงเป็นผู้นำตลาดอยู่ ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านราคา, ความแข็งแกร่งในตลาดคอร์ปอเรตและการออกสินค้ารุ่นใหม่สำหรับกลุ่มคอนซูเมอร์ ทำให้ RIM มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ผลสำรวจล่าสุดจาก Yankee Group โชว์ว่า 41% ของชาวอเมริกันต้องการจะซื้อสมาร์ทโฟนเป็นมือถือเครื่องถัดไป และ 50% ของผู้ที่ต้องการจะซื้อสมาร์ทโฟนต้องการจะซื้อแบล็กเบอร์รี่ และมีเพียง 25% เท่านั้นที่อาจจะซื้อไอโฟน ทั้งนี้ RIM ยังมีโอกาสทางตลาดอีกมากในการกระตุ้นยอดขายแบล็กเบอร์รี่ทั่วโลก เพราะปัจจุบัน RIM มีส่วนแบ่งเพียง 20% ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เมื่อเทียบกับโนเกียซึ่งมีส่วนแบ่งอันดับ 1 ประมาณ 41% แต่สำหรับตลาดสหรัฐ ไอดีซีระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาสที่ 1 แบล็กเบอร์รี่มีส่วนแบ่ง 55% ขณะที่ไอโฟน 19.5% แผนของ RIM คือการพยายามขยายตลาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรในตลาดโลกให้มีมากขึ้น รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อาจจะให้ความสนใจแบล็กเบอร์รี่รุ่นใหม่อย่าง Tour ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าถึงเครือข่ายด้านเสียงและข้อมูลขณะเดินทางได้ ขณะเดียวกัน ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา แบล็กเบอร์รี่พยายามเพิ่มบทบาทของตัวเองเพื่อเจาะฐานลูกค้าคอนซูเมอร์มากขึ้น แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า RIM จำเป็นที่จะต้องปรับปรุงสินค้าตัวเองให้มีความเป็นคอนซูเมอร์มากขึ้นก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสามารถสู้กับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดได้ โดยจะต้องปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการให้ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยมากขึ้นเหมือน Pre กับไอโฟนซึ่งมีความยืดหยุ่นและใช้งานง่าย

|