|
"ซีอีโอ ฟอรั่ม 2009" ย้ำ No.1ค้าปลีก "ซีอาร์ซี" |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 25 มิถุนายน 2009 |
รายงาน
ถือว่ามีความพิเศษมากกว่า ปีที่ผ่านมาๆ มากเลยทีเดียว สำหรับงาน "เซ็นทรัลรีเทล ซีอีโอ ฟอรั่ม 2009" ที่เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซีเป็นเจ้าภาพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
งานนี้นอกจากจะเป็นการพบปะพูดคุยและหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างซีอาร์ซีกับซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่ค้า ที่มีมากกว่า 6,500 ราย จากหลากหลายธุรกิจ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องหนัง อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า จิวเวลรี่ ฯลฯ แล้ว
บรรดาซีอีโอชั้นแนวหน้าของธุรกิจค้าปลีกที่เป็นคู่ค้าของซีอาร์ซีเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นบุญนำ บุญนำทรัพย์ ราชันย์แห่งวงการสิ่งทอเมืองไทย บุญเกียรติ โชควัฒนา แห่ง ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล บุญชัย โชควัฒนา แม่ทัพใหญ่จากสหพัฒนพิบูล อัมพรพิมพ์ วัชราภัย แห่งเอลก้า สมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล จากดีทแฮล์ม ฯลฯ
โดยไฮไลต์ของซีอีโอ ฟอรั่มฯครั้งนี้อยู่ที่การเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมาเป็นองค์ปาฐก เรื่อง ทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ
อาจกล่าวได้ว่า งานนี้ถือเป็นเวทีแรกที่ ผู้ประกอบการในแวดวงค้าปลีกชั้นแนวหน้าของเมืองไทยได้พบปะและเปลี่ยนความเห็นกับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และยังได้ฟังนายกฯฉายภาพนโยบายการบริหารประเทศ ทิศทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งตอบข้อข้องใจในหลายประเด็น
พร้อมกันนี้นายกฯย้ำว่า จากแนวทางการดำเนินนโยบายที่รัฐบาลได้ผลักดันลงไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงจากนี้ไป เช่น อินฟราสตรักเจอร์ต่างๆ น่าจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 เริ่มเป็นบวกขึ้นมา
อย่างน้อยการได้มีโอกาสพบปะกับนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการสามารถมองภาพทิศทางในอนาคตได้จะเป็นอย่างไรแล้ว อีกมิติหนึ่งก็ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการได้ในระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะการที่นายกฯได้ระบุถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกว่า จุดยืนของรัฐบาลนั้นอยู่ที่ประเด็นที่ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกสมัยใหม่หรือค้าปลีกชุมชน
"ที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมายแม่ที่จะมาดูแลเรื่องนี้โดยตรง ทางออกคือ ควรจะมีกฎหมายเฉพาะ และเป็นกฎหมายที่ไม่เปิดโอกาสให้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ ใช้ดุลพินิจ และหรือไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ ที่ให้อำนาจคณะกรรมการมาก หากมีกฎหมายโดยเฉพาะขึ้นมาก็น่าจะลดความสะเปะสะปะลงได้บ้าง"
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้ แนะนำทีมงาน "ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน" อดีตลูกหม้อคนสำคัญของซีอาร์ซี ที่วันนี้ได้กระโดดเข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว และ "อภิรักษ์ โกษะโยธิน" อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้ง 2 จะคอยทำหน้าที่ในการประสานงานกับภาคธุรกิจและเอกชน
นอกจากนี้ ในฐานะตัวแทนธุรกิจค้าปลีก "ทศ จิราธิวัฒน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ซีอาร์ซี เจ้าภาพงานครั้งนี้ ยังได้รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบรรดาซัพพลายเออร์ยื่นเสนอถึงนายกรัฐมนตรีใน 4 ประเด็นหลัก
ประกอบด้วย 1.การสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด 2.การส่งเสริมการส่งออกสินค้าแบรนด์ไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนของการส่งออกในระยะยาว 3.การส่งเสริมการท่องเที่ยว และผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการช็อปปิ้งด้วยการพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย และ 4.การขอให้รัฐบาลผ่อนผันกฎข้อบังคับการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีก
"ทั้ง 4 เรื่องที่เสนอ เป็นเรื่องระยะยาว และเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับหลายๆ ฝ่ายหากรัฐบาลเอาจริง ทั้งซัพพลายเออร์ ทั้งเราเอาแน่"
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แม่ทัพใหญ่ซีอาร์ซีย้ำอยู่เป็นระยะก็คือค้าปลีก เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันของหลายๆ ธุรกิจ จากศูนย์การค้า ร้านค้า พนักงาน และก่อให้เกิดการจ้างงานตามมาเป็นจำนวนมาก และจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย อันจะช่วยให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนตามมา
ภาพที่เกิดขึ้นในงานนี้ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นหมายเลข 1 ขอวงการค้าปลีกของเมืองไทยที่มีความหมายยิ่ง |