Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - P&G ปิดรง.ในจีน-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียย้ายฐานผลิตมาไทย ลงทุนเพิ่มอีกพันล้าน
P&G ปิดรง.ในจีน-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียย้ายฐานผลิตมาไทย ลงทุนเพิ่มอีกพันล้าน PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
เสาร์, 27 มิถุนายน 2009

P&G ปิดรง.ในจีน-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียย้ายฐานผลิตมาไทย ลงทุนเพิ่มอีกพันล้าน

 

P&G สหรัฐตัดสินใจย้ายฐานการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมายังไทย หลังประกาศปิดโรงงานในจีน-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย หันมาขยายโรงงานใหม่ที่ "นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์" จ.ฉะเชิงเทรา อัดฉีดเงินลงทุนใหม่เกือบ 1,000 ล้านบาท สอดคล้องยุทธศาสตร์ของ CEO คนใหม่ "โรเบิร์ต แมคโดนัลด์" ตั้งเป้ารุกตลาดเอเชียและประเทศกำลังพัฒนาเต็มสูบ ยันเป็นตลาดหลักทำเงินมหาศาลให้บริษัทฯ

แหล่งข่าวในวงการผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่เปิดเผยว่า ผู้เกี่ยวข้องในวงการกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของบริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หรือ P&G ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีข่าวเข้ามาในวงการ P&G กำลังขยายไลน์การผลิตสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างขนานใหญ่ ด้วยการขยายกำลังผลิตโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา

 

รายงานข่าวล่าสุดยืนยันว่า โรงงานของ P&G ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์จะกลายเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ P&G ในวงเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 800-1,000 ล้านบาท ประกอบกับก่อนหน้านี้มีข่าว P&G ทยอยปิดโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน ภายในปี 2552-2553 ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกันกับที่โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์เตรียมจะเปิดสายการผลิตพอดี

 

 

"ในวงการผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมองว่า บริษัทแม่ P&G ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม จากที่ตั้งโรงงานกระจายอยู่ในหลายประเทศของเอเชีย-ออสเตรเลียมายังประเทศไทยเพียงแห่งเดียว เหตุผลอาจเป็นได้ว่ามาจากต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแรงงาน จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนกรณีการปิดโรงงานที่ญี่ปุ่นกับออสเตรเลีย ความจริงการปิดโรงงานไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้องแจ้งล่วงหน้าและทำแผนโยกย้ายเครื่องจักรการผลิตมายังประเทศไทยเท่านั้น" แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกต

 

อย่างไรก็ตาม มีความเข้าใจกันว่าโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแห่งใหม่ในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากโรงงานแห่งนี้น่าจะมีกำลังการผลิตมากกว่าความต้องการของตลาดในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้ไปประเทศไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของ P&G ในภูมิภาคเอเชียต่อไปในอนาคต

 

ผู้สื่อข่าวถามกรณีข้างต้นไปยังบริษัท พีแอนด์จี ประเทศไทย จำกัด นายเมธี จารุมณีโรจน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและองค์กร แบ่งรับแบ่งสู้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม รองรับตลาดส่งออกของบริษัท แต่ไม่ยอมให้รายละเอียดมากกว่านี้

 

ขณะที่วงการผู้รับเหมารายใหญ่ของเมืองไทยหลายรายยืนยันว่า ในช่วงที่ผ่านมาทาง P&G ประเทศไทย เชิญเข้าร่วมประกวดราคาเพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์จริง และมีผู้สนใจยื่นซองประกวดราคาเข้าไปแล้ว 6-7 ราย

 

เอพีระบุว่า นายโรเบิร์ต แมคโดนัลด์ ลูกหม้อของ P&G จะขึ้นนั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่ของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป พร้อมทั้งได้กล่าวถึงกลยุทธ์สำคัญของบริษัทว่า P&G จะหันมารุกตลาดเอเชียและตลาดประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เนื่องจากตลาดกลุ่มนี้สร้างอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดให้แก่ธุรกิจกลุ่ม P&G  และบริษัทกำลังผลิตสินค้าในตลาดซึ่งมีลูกค้าใหม่อยู่ ปัจจุบันกำลังก่อสร้างโรงงานทั่วโลก 19 แห่ง ในจำนวนนี้มีเพียงแห่งเดียวอยู่ในสหรัฐ ส่วนที่เหลือกระจายไปยังในประเทศอื่น เช่น บราซิล ไทย และแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ยังได้เดินหน้าผลิตสินค้าหลากชนิดและหลายขนาดมากขึ้นด้วย ปัจจุบันธุรกิจ P&G ในตลาดประเทศกำลังพัฒนามีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็น 30% ของธุรกิจทั้งหมด จากปี 2543 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 20%

 

ปีที่ผ่านมา บริษัท P&G มียอดขายแข็งแกร่งมากในตลาดเกิดใหม่ และแมคโดนัลด์เชื่อว่า P&G จะสามารถทำรายได้จากนี้ไปอีก 15 ปีข้างหน้า เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นปีละกว่า 2 เท่า มูลค่ารวมกว่า 1.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศที่กำลังมีประชากรเพิ่มขึ้นมากและกำลังพัฒนา

 

ทั้งนี้ CEO คนใหม่ของค่าย P&G นับได้ว่ามีประสบการณ์กว้างขวางระดับโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทนี้ ได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงไว้เรื่องการผลักดันให้ "แพนทีนเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เริ่มวางจำหน่ายในเอเชียเป็นภูมิภาคแรก กระทั่งกลายเป็นแบรนด์โลกระดับพันล้านได้สำเร็จ"

 

ปัจจุบันในเครือ P&G มีอยู่ 23 แบรนด์ จากเดิมปี 2543 มีเพียง 10 แบรนด์ แต่ละแบรนด์ทำยอดขายได้ตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us