เริ่มต้นที่สุดของแจ็คสันกับอัลบั้มเดี่ยวชิ้นแรก Got to Be There ที่วางแผงเมื่อปี พ.ศ. 2514 ในขณะที่แจ็คสันยังเป็นสมาชิกวง The Jackson 5 อยู่ และมีอายุเพียง 11 ปี ซึ่งแจ็คสันสามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงมาครองได้มากถึง 3 เพลงฮิต ต่อจากนั้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2522 แจ็คสันเปิดตัวอัลบั้ม "Off the Wall" ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ของเขา โดยทำยอดขายกว่า 20 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก
ตามด้วยอัลบั้มชุดที่ 6 Thriller ที่วางแผงวันแรกวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2525 นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์อัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลถึง 60 ล้านชุด และจากอัลบั้มนี้ทำให้แจ็คสันได้รางวัล Grammy Awards ถึง 7 ตัว คือ Album of the Year, Record of the Year (เพลง "Beat It"), Best Male Pop Vocal Performance ( เพลง "Thriller"), Best Engineered Recording, Non-Classical (เพลง Thriller), Best Male Rock Vocal Performance (เพลง "Beat It"), Best Male R&B Vocal Performance (เพลง "Billie Jean"), Best R&B Song (เพลง "Billie Jean") นอกจากนี้ในปีเดียวกันยังคว้า American Music Awards มาได้อีก 8 รางวัล และคว้ารางวัล MTV Video Music Awards มาได้อีก 3 รางวัล และปีต่อมา "The Making of Michael Jackson's Thriller" ก็ได้รางวัล Best Video Album มาครองจากงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 27 โดยอัลบั้มนี้ติดอยู่ในชาร์ต American Top 10 นานต่อเนื่องกันถึง 80 สัปดาห์ โดยติดอยู่ในอันดับ 1 นานถึง 37 สัปดาห์ 7 เพลงจากทั้งหมด 9 เพลงในอัลบั้มติดอันดับ Top 10 singles ในชาร์ต Billboard Hot 100 และแต่ละซิงเกิ้ลยังขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย เดนมาร์ก เบลเยียม แอฟริกาใต้ สเปน ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และแคนาดาอีกด้วย
ส่วนอัลบั้ม Bad ที่วางขายวันแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2530 แจ็คสันสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการเพลงต้องตะลึงอีกครั้งด้วยการเป็นอัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลต่าง ๆ ขึ้นถึงอันดับ 1 บิลบอร์ดมากที่สุด โดยมีเพลงฮิตอย่าง I Just Can't Stop Loving You, Bad, The Way You Make Me Feel, Man in the Mirror, Dirty Diana, Another Part of Me และ Smooth Criminal ที่ขึ้นชาร์ตเพลงฮิตในอเมริกาและอังกฤษมาแล้ว
มาถึงอัลบั้มชุดที่ 8 ของไมเคิล อย่าง Dangerous ที่ออกอัลบั้มวันแรก เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2534 กันบ้าง ซึ่งในอัลบั้มนี้แจ็คสันส่งเพลง Black or White ติดอันดับ 1 ทั้งในบิลบอร์ดและชาร์ตเพลงทั่วโลก และมียอดขายกว่า 32 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก โดยได้รางวัลจากอัลบั้มนี้ไปหลายสถาบัน อาทิ American Music Awards , BMI Awards, Grammy Awards, Soul Train Awards และ World Music Awards
อีกหนึ่งอัลบั้มประวัติศาสตร์ของแจ็คสันที่หลายๆคนยังจดจำได้คืออัลบั้มชุดที่ 9 ของแจ็คสันHistory ที่วางแผงไปเมื่อ 20 มิถุนายน 2538 โดยมีเพลง You're Not Alone ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย รวมไปถึงรางวัล Grammy Award คือ Best Music Video, Short Form (เพลง "Scream")
ในส่วนมิวสิกวีดีโอของไมเคิลนั้นยังกลายเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยมที่คนทั้งโลกต้องตื่นตะลึง เพราะมิวสิกวิดีโอแต่ละเพลงของไมเคิลนั้นเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่อลังการ ยังไม่นับรวมกับ ท่าเต้นมูนวอล์ก ท่าลูบเป้า ที่กลายเป็นท่าสุดคลาสสิกในช่วงปี 2533 ที่ทั้งเด็กไทยและวัยรุ่นทั่วโลกต่างเลียนแบบ ซึ่งท่าเต้นมูนวอล์คของแจ็คสันมีที่มาจากการที่แจ็คสันต้องไปออกรายการทีวีในโอกาสครบรอบ 25 ปีโมทาวน์เร็กคอร์ด และแจ็คสันต้องคิดท่าเต้นเพื่อประกอบเพลง Billy Jean จึงกลายเป็นที่มาของท่าเต้นสุดฮิตของวัยรุ่นทั่วโลกในขณะนั้น และในภาพยนตร์ Moonwalker ที่แจ็คสันแสดงนั้น ยังได้รวมท่าเต้นสุดฮิตนี้ไว้อีกด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้แจ็คสันเป็นหนึ่งในศิลปินไม่กี่คน ที่ได้รับการจารึกชื่อใน Rock and Roll Hall of Fame ถึง 2 ครั้ง และได้รับการจากรึกไว้ในกินเนสบุ๊กว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วย 13 รางวัลจากแกรมมี่อวอร์ดส รวมทั้งมีเพลงฮิตถึง 13 เพลงที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงทั่วโลก และสถิติยอดขายอัลบั้มที่มากถึง 750 ล้านชุดทั่วโลกอีกด้วย