Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - บันได 3 ขั้น สามารถ มัลติมีเดีย ทางรอด "คอนเทนต์โพรไวเดอร์"
บันได 3 ขั้น สามารถ มัลติมีเดีย ทางรอด "คอนเทนต์โพรไวเดอร์" PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 29 มิถุนายน 2009

สัมภาษณ์


บันได 3 ขั้น สามารถ มัลติมีเดีย ทางรอด "คอนเทนต์โพรไวเดอร์"
ความไม่แน่นอนจากวิกฤตเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโทรศัพท์มือถือด้วยในแง่ที่ว่า คนใช้ประหยัดขึ้นจากที่เคยคุยนานๆ ก็คุยสั้นลง ที่ โทร.บ่อยก็ลดความถี่ลงกับการดาวน์โหลด และใช้บริการเสริมต่างๆ ก็ลด หรือเลิกไปเลยก็มี เพราะต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ธุรกิจให้บริการด้านข้อมูล (content provider) จึงอยู่ในภาวะที่ยากลำบากพอดู ขณะที่ในเชิงเทคโนโลยีก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาดเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในเวลาเดียวกันเจ้าของคอนเทนต์ยังหันไปจับมือกับโอเปอเรเตอร์โดยตรง ที่เห็นชัดสุดคือความร่วมมือระหว่างค่ายเพลงกับค่ายมือถือ

ทั้งหลายทั้งมวลเป็นโจทย์ใหญ่และยากยิ่งสำหรับ "คอนเทนต์โพรไวเดอร์"
เรามีโอกาสพูดคุยกับ "สุภสิทธิ์ รักกสิกร" ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สามารถ มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่ มีรายละเอียดดังนี้

ภาพรวมของธุรกิจคอนเทนต์ปัจจุบัน

โดยรวมน่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่บางธุรกิจน่าจะดี เช่น เพลงริงแบ็กโทน เพราะหันมาขายเป็นบุฟเฟต์แพ็กเกจ ในแง่โอเปอเรเตอร์น่าจะได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่อุตสาหกรรมเพลงโดยรวมน่าจะโตขึ้น แต่เป็นเรื่องระหว่างค่ายเพลงกับโอเปอเรเตอร์ ไม่เกี่ยวกับคอนเทนต์โพรไวเดอร์

คอนเทนต์ประเภทข้อมูลก็น่าจะโตขึ้นด้วยตามกลไกตลาด เพราะการดาวน์โหลดเป็นเบสิกจนไม่รู้จะโหลดอะไรอีกแล้ว แนวโน้มการโหลดจึงลงมาเรื่อยๆ ในช่วง 3-4 ปีแล้ว เมื่อลูกค้ามีความรู้มากขึ้น ระบบ GPRS เร็วขึ้น ขณะที่รูปแบบการขายจะว่ากันจริงๆ ธุรกิจคอนเทนต์ส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ก็ต้องทำเรื่องของสมาชิก

จากที่เคยขายได้เป็นชิ้นๆ เมื่อยอดเริ่มนิ่งก็ต้องเริ่มขายบันเดิล ขายเป็นแพ็ก เป็นโปรโมชั่น เริ่มเป็นระบบลงทะเบียน จากเมื่อก่อนขายเป็นรายครั้ง ครั้งละ 30-40 บาท เดี๋ยวนี้เป็นระบบ subscription เหลือคอนเทนต์ละ 5-10 บาท แต่ต้องทำเพื่อดึงฐานลูกค้าไว้ก่อน ฝั่งโอเปอเรเตอร์จะไปโตที่ music content ส่วนคอนเทนต์โพรไวเดอร์จะไปโตจากระบบฐานสมาชิก

โอเปอเรเตอร์จับมือกับเจ้าของคอนเทนต์โดยตรงมากขึ้น

เป็นสิ่งที่เรารับรู้และเตรียมตัวมา 2-3 ปีแล้ว โอเปอเรเตอร์เมื่อรายได้น้อยลงก็ต้องหาวิธีตัดชั้นของการแบ่งรายได้ให้ น้อยลง ก็กระทบกันทุกรายโดยเฉพาะ อุตสาหกรรมเพลง วันนี้คอนเทนต์ โพรไวเดอร์ที่ยังอึดอยู่ได้ มีรายได้จากเพลงน้อยลง รายไหนพึ่งแต่เพลงอย่างเดียวก็ล้มหายตายจากไป

เราพยายามผูกกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ทำให้พันธมิตรไว้วางใจไม่ไปอยู่กับรายอื่น เช่น หมอดูหลายท่าน ถ้าโอเปอเรเตอร์ไปติดต่อเขาก็จะบอกให้ผ่านเรา คอนเทนต์หลายๆ อันเราก็ผลิตเองแล้ว

ภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรก

ถ้าในเชิงการทำตลาดไม่ได้เปลี่ยนไปจากปีที่ผ่านมา กลยุทธ์เดิมยังใช้งานได้ดี โดยปี 2551 ที่ผ่านมาโตประมาณ 30% ปีนี้ก็หวังว่าจะโตได้อีก 20% แต่ครึ่งปีแรกโต 5-10% ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์

ตอนนี้ตลาดคงที่ดูง่ายๆ จากตลาดมือถือมีแต่ทรงกับทรุด คนที่เปลี่ยนมือถือทุก 6 เดือน ก็อาจเป็น 12-18 เดือนเปลี่ยนที การใช้คอนเทนต์ก็ชะงักตาม ประกอบกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3G ยังไม่เกิดมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ก็อยู่กันไปแบบนี้

สัดส่วนรายได้ของคอนเทนต์แต่ละประเภท

เราพยายามไม่ให้หนักไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเซอร์วิสหรือตัวรูปแบบคอนเทนต์ ไม่ได้มี 1900 อย่างเดียว call center 1113 หรือ nonvoice ก็มีด้วย ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นบางรายเน้นแค่ audio text บางรายเน้นเฉพาะ nonvoice ค่ายเพลงก็เน้นแต่เพลง บางรายเห็นหมอดูได้รับความนิยมก็ทำแต่หมอดู บางรายเน้นเรื่องชิงโชค เล่นเกมอย่างเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงในการบริหารธุรกิจ

ในแง่คอนเทนต์เราไม่ได้มีหมอดูอย่างเดียว มีกีฬา ดาวน์โหลด เมื่อก่อนมีบริการแชตงบประมาณ 20% วันนี้มีเรื่อง community online อย่าง hi5, facebook เข้ามาตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภค ทำให้สัดส่วนรายได้จากแชตหดลง แต่ไม่มีผลกระทบเพราะไม่ได้พึ่งพารายได้ส่วนใดเพียงอย่างเดียว

ถ้าเป็น voice จะแบ่งเป็น audio text มีสัดส่วนประมาณ 65-70% ของรายได้ ที่เหลือ 18% อยู่ที่ call center อีก 18% อยู่ที่ nonvoice

u audio text ยังใหญ่มาก

เพราะเป็นแมสและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ การใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้งานออนไลน์ การกดเลขหมายเยอะๆ ลูกค้ายัง

ไม่สะดวก ขณะที่ โทร.ไป 1900 ง่ายไม่ต่างจากการหมุนโทรศัพท์ อีกประเด็นคือ ระหว่างการรับคอนเทนต์เป็น SMS กับ ฟังเสียงพูด การฟังเสียงหมอดูผ่านโทรศัพท์น่าสนใจกว่ารับคำทำนายผ่าน SMS ทั้งในแง่อรรถรสในการฟัง ความยาว และอารมณ์ต่างๆ voice ยังกินขาด ถ้าเทคโนโลยียังตอบโจทย์ตรงนี้ไม่ได้ voice จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้บางรายเริ่มต้นจากนันวอยซ์ วันดีคืนดีก็มาขอเลขหมายจากทีโอทีเพื่อให้บริการ1900

มีเยอะแค่ไหน

มีผู้ให้บริการ 1900 ในตลาดไม่ต่ำกว่า 10 ราย เป็นรายใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย แต่ต้องบอกว่าเป็นลักษณะที่ว่ามีทั้งที่ล้มหายไปแล้วเกิดใหม่ แต่ทุกคนก็ยังให้บริการในลักษณะนี้ ซึ่งเรามองว่ายิ่งเปิดก็ยิ่งดี เพราะทำให้ตลาดโตโดยเรายังคงมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70%

ครึ่งปีหลังจะต้องปรับอะไรบ้าง

คงต้องเปลี่ยน เราพยายามจะเคลื่อนจาก mobile business ไปยัง online business ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในอุตสาหกรรม เพียงแต่เรายังไม่ได้เข้าไปในธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจัง

นำคอนเทนต์เดิมไปขายในช่องทางใหม่ๆ

ธุรกิจออนไลน์มีหลายแบบ บางคนทำเพื่อขายโฆษณา บางคนขายคอนเทนต์ เราก็จะมีแนวทางเฉพาะตัว อย่างตอนต้นปีก็เพิ่งเปิด edtguide.com และ horoworld. com ซึ่งเรามีพันธมิตรที่มีคอนเทนต์ที่แข็งแรงอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลใน edtguide.com ก็ต่อยอดมาจาก BUG1113 ของ horoworld.com ก็ต่อยอดจากคอนเทนต์หมอดูที่มีอยู่เดิม คือเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ไปเสิร์ฟในรูปแบบใหม่ๆ ที่ผ่านมาอาจเสิร์ฟแบบฟาสต์ฟู๊ด ทาง 1900 แต่ตัวนี้จะพิถีพิถันมากขึ้น แพงขึ้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปในธุรกิจออนไลน์ ซึ่งไม่ได้มองแค่แอดเวอร์ไทซิ่ง หรือการขายแบนเนอร์ แต่สามารถเกิด E-commerce ได้ เช่น ใส่บริการหมอดูสดเข้าไปก็ขายสินค้าได้ ขายทัวร์หมอดูได้ ขายคอร์สอบรมเป็นรายได้ส่วนหนึ่งแล้วยังโฆษณา 1900 หรือ SMS ที่มีอยู่ได้ เกิดการประสานธุรกิจเป็น new business ต่อยอดหารายได้ใหม่ๆ แต่การดึงคอนเทนต์เดิมมาต่อยอดจะเป็นช่วงแรกเท่านั้น สมมติวันหนึ่งเว็บนี้มีคนดูเยอะขึ้นมา ก็อาจเปิดโรงเรียนทำอาหารก็ได้ อาจทำหนังสือคู่มือชวนชิมก็ได้

ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

มีคนเข้าเว็บไซต์วันละ 5,000 คน ถือว่าเยอะเพราะไม่ได้โฆษณาอะไร

ลูกค้าที่เล่นเน็ตน้อยถ้าเทียบกับมือถือ

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ทำตั้งแต่แรก แต่เชื่อว่าคำว่าอินเทอร์เน็ตจะไม่จำกัดอยู่แค่คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก ยังมีมือถืออีก ต่อไปถ้ามี 3G ก็คือโมบายอินเทอร์เน็ต อยู่ที่ว่าจะผ่าน mobile device หรือ fixed device

เป็นการบริหารความเสี่ยงธุรกิจ

เป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่ต้องการผูกกับรายได้ก้อนใดก้อนหนึ่งตลอดไป เราต้องการรายได้ที่สม่ำเสมอ เมื่อก่อนอาจขายคอนเทนต์กีฬาเยอะ แชตเยอะ มิวสิกเยอะ วันนี้ก็พยายามหาอย่างอื่นมาเสริม มีหมอดู ข่าว เกม รายได้จาก 1900 เมื่อก่อนเยอะมาก ก็พยายามเพิ่มรายได้จาก call center เพิ่มรายได้จาก nonvoice

ในภาพใหญ่เมื่อรู้สึกว่าดิจิทัลคอนเทนต์ไปถึงจุดที่ต้องรอเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เริ่มไปทางออนไลน์ ซึ่งบรอดแบนด์พัฒนาไปมากแล้ว ไม่ต้องมานั่งรอ 3G เป็นความตั้งใจของเรา ตอนนี้เราอยู่ใน mobile business พยายามไป online business วันหนึ่งผมอาจเข้า retail business เต็มตัว เหมือนการเปิดร้านหมอดู

แค่บอกลูกค้าที่ใช้บริการ1900 ว่าถ้า อยากดูหมอแบบตัวต่อตัวก็มาที่ร้านได‰ เรามีหน้าร้านให้ หรือสมมติว่าหมอทำนายว่าปีนี้เป็นปีชง คุณอาจต้องมีเทพเจ้าหรืออะไรไปวางไว้ที่โต๊ะทำงาน ที่ร้านก็มีเทพเจ้าองค์นี้จำหน่ายด้วย

นี่คือ retail ของผม ต่อไปอาจเปิดร้านเกี่ยวกับกีฬาหรือดนตรีด้วยก็ได้

หลุดออกไปจากธุรกิจเดิมเลย

วิธีการคิดวิธีการมองของเราค่อนข้างต่างไปจากคอนเทนต์โพรไวเดอร์รายอื่น แต่บริษัทเราไม่ใช่โมบายคอนเทนต์ เป็น มัลติมีเดียที่ส่งคอนเทนต์ไปในทุกๆ ช่องทางที่มี ไม่ใช่แค่มือถืออย่างเดียว
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us