|
"บอลโลก" บทพิสูจน์ อาร์เอส จากอาณาจักร "บันเทิง" สู่ "กีฬา" |
|
|
|
|
จันทร์, 29 มิถุนายน 2009 |
|
สัมภาษณ์ ทันทีที่ขยับเข้าสู่ธุรกิจ "กีฬา" ก็ทำเอา "อาร์เอส" ค่ายบันเทิงรายใหญ่ของไทยจุกอกไปไม่น้อย เมื่อต้องประสบภาวะขาดทุนร่วม 300 ล้านบาท จากแมตช์การแข่งขัน "ฟุตบอล ยูโร 2008" ที่ลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมากว่า 400 ล้านบาท แต่เป็นแมตช์ที่รายได้พลาดเป้าทั้งจากสปอนเซอร์โฆษณา และการจัดเก็บลิขสิทธิ์จากการถ่ายทอดสด
แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดทำให้ "อาร์เอส" ต้องยุติธุรกิจนี้ไปแต่อย่างใด
เพราะยังมีลิขสิทธิ์กีฬาที่ถือเป็นสุดยอดแมตช์การแข่งขันของโลกอย่าง "ฟุตบอลโลก" จากฟีฟ่าถึง 2 สมัย คือปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ และ 2014 ที่บราซิล
"สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" หรือ "เฮียฮ้อ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางในการเตรียมการทำการตลาดสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ครั้งนี้ "อาร์เอส" ได้เตรียมการวางแผนด้านการตลาดไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีเวลาในการวางแผนงานทั้งระบบ อาทิ การบริหารทัวร์นาเมนต์ การบริหารการขาย การบริหารการตลาด ฯลฯ ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาแข่งขันที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน-11 กรกฎาคม 2553
"เรามีบทเรียนจากเมื่อครั้งการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 ครั้งนั้นเรามีเวลา เตรียมการค่อนข้างน้อย บวกกับสภาพเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ และการขายโฆษณาในช่วงที่มีการถ่ายทอดสด และกรณีที่ทีมอังกฤษตกรอบไปก่อน ทำให้รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ในครั้งนั้นไม่เป็นไปตามเป้า"
"เฮียฮ้อ" บอกด้วยว่า การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เริ่มต้นที่การผสานความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหลักในการถ่ายทอดสดกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ททบ.7 สี) ในฐานะ Strategic Parthners หรือผู้วางแผนกลยุทธ์ร่วมกันทั้งในด้านการตลาด การขาย
สปอนเซอร์ รวมถึงถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์
นอกจากนี้ยังได้เตรียมผลิตรายการพิเศษ สำหรับออกอากาศทางช่อง 3 และช่อง 7 สี พร้อมทั้งกิจกรรมร่วมสนุกกับทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่มีแผนจัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน 2553 รวม 2 แห่ง คือ บริเวณลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ และลานพาร์คพารากอน หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน
สำหรับแผนการขายสปอนเซอร์หลักนั้น ขณะนี้ได้จัดแพ็กเกจการขายไว้ 2 แพ็กเกจ ประกอบด้วย แพลทินัมแพ็กเกจ มูลค่า 50 ล้านบาท โฆษณาได้ 2 นาทีครึ่ง/แมตช์ และโกลด์แพ็กเกจ มูลค่า 30 ล้านบาท โฆษณาได้ 1 นาทีครึ่ง/แมตช์ ขณะนี้มีผู้ตอบรับเป็นสปอนเซอร์ในแพ็กเกจแพลทินัมแล้ว 2 ราย คือ ไทยเบฟฯ และยามาฮ่า ส่วนที่เหลือพันธมิตรซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ทั้งช่อง 3 และช่อง 7 อยู่ระหว่างการเจรจาการขายอีก 5-6 รายอีกด้วย
ส่วนรายได้สำหรับฟุตบอลโลก 2010 นี้ "เฮียฮ้อ" บอกว่า ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ 500 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเป้าที่น่าจะสามารถทำได้ไม่ยากนัก และมั่นใจว่าภาพรวมของเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงอุตสาหกรรมโฆษณาในปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ ซึ่งจากการประเมินของผู้บริหารฝ่ายขายของทั้งช่อง 3 และช่อง 7 สีต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า ธุรกิจโฆษณาในภาพรวมจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และจะดีต่อเนื่องในปีหน้าอีกด้วย
จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ยิ่งทำให้เชื่อมั่นว่า บรรยากาศโดยรวมในปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2010 เป็นไปตามเป้าได้ไม่ยากนัก
การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ "เฮียฮ้อ" ไม่ขอเปิดเผยต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ของฟุตบอลโลกทั้ง 2 ครั้ง เนื่องจากเป็นความลับทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามค่าลิขสิทธิ์สำหรับฟุตบอลโลก 2010 จะถูกบันทึกเป็นรายจ่ายในไตรมาส 2 ปี 2553 ส่วนรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ก็จะถูกบันทึกไว้ในช่วงไตรมาส 2 ด้วยเช่นกัน
"เฮียฮ้อ" ยังบอกถึงประมาณการรายได้ในปีนี้ด้วยว่า น่าจะมีรายได้รวมราว 2,000 ล้านบาทต้นๆ เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และถึงขณะนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าสถานการณ์ต่างๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว ประกอบกับเมื่อต้นปีบริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ด้วยการเลิกธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และหันมาโฟกัสธุรกิจที่มีกำไร
จึงมั่นใจมากว่าผลประกอบการในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งรายได้รวมและกำไร |