Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - "โซนี่" ได้เวลาปรับใหญ่ ติวเข้ม 4 ขุนพลเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัล
"โซนี่" ได้เวลาปรับใหญ่ ติวเข้ม 4 ขุนพลเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัล PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 02 กรกฎาคม 2009
"โซนี่" ได้เวลาปรับใหญ่ ติวเข้ม 4 ขุนพลเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัล
วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ไม่เพียงทำให้ธุรกิจรายเล็กล้มตายไปเป็นจำนวนมาก แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ก็ถึงกับซวนเซจนต้องต้องเร่ง ปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่

ภารกิจนี้ถือเป็นงานหินของ "โฮเวิร์ด สตริงเจอร์" ซีอีโอของโซนี่ ที่ต้องแบกภาระหนักอึ้งในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร สร้างผู้นำใหม่ๆ และหาวิธีใหม่ๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและคอนเทนต์ที่มี

เพราะไม่เพียงเผชิญความยากลำบาก จากภาวะถดถอย แต่ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์รายนี้ยังต้องต่อสู้กับคู่แข่ง ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับกระแสดิจิทัล
"ซีเอ็นเอ็น มันนี่" รายงานว่า โซนี่ก้าวพลาดในหลายเซ็กเตอร์ที่ตัวเองเคยยิ่งใหญ่ ทั้งธุรกิจเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาที่กระแสดิจิทัลนำมาซึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ และเครื่องเล่นเกมที่ถูกคู่แข่งอย่างไมโครซอฟท์ และนินเทนโดเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดไปได้

ยังไม่นับรวมการเกิดขึ้นของคู่แข่งใหม่ๆ ที่พร้อมจะแย่งเค้กในมือของโซนี่ ดูอย่าง "ฟลิป" ของ "เพียว ดิจิทัล" ในเครือซิสโก้ น้องใหม่ที่มีอายุเพียง 2 ปี แต่คว้าส่วนแบ่งในตลาดกล้องวิดีโอถึง 17% เพราะฟลิปมีจุดเด่นตรงที่ใช้งานง่ายและมีขนาดเล็กสะดวกต่อการพกพา ขณะที่โซนี่เปิดตลาดอี-รีดเดอร์ในปี 2549 แต่ถูก Amazon ส่งเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ "คินเดิล" (Kindle) มาแย่งลูกค้า โดยมีจุดเด่นที่โซนี่ไม่มี นั่นคือการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่สามารถดาวน์โหลดเนื้อหาในหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารมาอ่านได้

น่าสนใจว่าอุปสรรคใหญ่ๆ ของโซนี่คือความคิดที่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ทำให้โซนี่ยังคงโฟกัสไปที่การสร้างอุปกรณ์แอนะล็อกมากกว่าจะปรับไปสู่โลกดิจิทัลได้อย่างแท้จริง และแม้ว่าสตริงเจอร์จะพยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เข้ามาร่วมงานใน วันแรก แต่เขาก็ยังติดกับวัฒนธรรมการบริหารของโซนี่ที่ให้ความสำคัญกับตลาดในญี่ปุ่นมากเกินไป ขณะที่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตก็ยังตามมาหลอกหลอนโซนี่

วิกฤตการเงินโลกจึงเป็นจังหวะที่โซนี่จะต้องปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้ตัวเลขอยู่ในโซนแดงมากไปกว่านี้ โดยในปีที่แล้ว โซนี่ขาดทุน 1 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ทั้งหมด 79 พันล้านดอลลาร์

แม้หลักๆ การขาดทุนของโซนี่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษมาจากการ แข็งค่าของเงินเยน แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียว เพราะยังมีปัจจัยเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ในการประชุมเดือนตุลาคม สตริงเจอร์ระบุว่าจำเป็นต้องปฏิรูปการบริหารของโซนี่ให้เป็นสไตล์ตะวันตกมากขึ้น โดยหยิบยกกรณีของเรือไททานิกมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งหากกัปตันเรือต้องเจอกับคลื่นลมที่รุนแรง เขาก็ต้องมองหาลูกเรือมาช่วย

โดยมีนโยบายเสริมแกร่งภาษาอังกฤษให้แก่ 4 ผู้บริหารญี่ปุ่นที่มีอายุ 40 ปลายๆ ไปจนถึง 50 กว่า ซึ่งยังอ่อนประสบการณ์ตามมาตรฐานขององค์กรในญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถปรับสู่ธุรกิจดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ขุนพลทั้ง 4 ได้แก่ "ฮิโรชิ โยชิโอกะ" วัย 56 ปี ดูแลแผนกทีวี สเตอริโอ ดีวีดี เครื่องเล่นบลูเรย์ และกล้องแคมคอร์เดอร์ ส่วน "คาสึโอะ ฮิราอิ" วัย 48 ปี ดูแลธุรกิจเกม ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวกับเพลย์สเตชั่น Vaio และวอล์กแมน ซึ่งต้องคิดค้นบริการดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ของโซนี่ "คุนาอิ ซูซุกิ" วัย 48 ปี ดูแลการคิดค้นอุปกรณ์เจเนอเรชั่นใหม่ และ "โยชิฮิสะ อิชิดะ" วัย 49 ปี ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาฟื้นธุรกิจทีวี

รวมทั้งตั้ง "จอร์จ เบลีย์" อดีตผู้บริหารของไอบีเอ็มมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเปลี่ยนผ่านองค์กร (chief transformation officer) คนแรกของโซนี่

โซนี่ยังโฟกัสเรื่องนวัตกรรม โดยบริษัทใช้จ่าย 5 พันล้านดอลลาร์ในการวิจัยและพัฒนา ทำให้คิดค้น "eco-Bravia" ที่สามารถปิดเครื่องเอง เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับไม่พบว่ามีคนอยู่ในห้อง รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น



คอลัมน์ Market Move
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us