Performancing Metrics

WiseKnow : Marketing Knowledge Provider - E= CM2 สมการหัวใจ Mariah Carey
E= CM2 สมการหัวใจ Mariah Carey PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
เสาร์, 17 พฤษภาคม 2008

       
       ผลงานสตูดิโออัลบัมล่าสุดชุดที่ 11 (ไม่นับอัลบัมรวมเพลง, อัลบัมบันทึกการแสดงสด และงานรีมิกซ์) ของสาวสวยนักร้องนักแต่งเพลง, ดีว่าสาวพลังเสียงร้องเจ็ดอ็อคเตฟ, ราชินีแห่งดนตรีโซลพ๊อพอาร์แอนด์บี “มารายห์ แครี่” กับอัลบั้มที่ชื่อว่า E=CM2 (ที่ไม่เกี่ยวกับสูตรสมการทฤษฎีสัมพันธภาพแต่อย่างใด) หรือชื่อเต็มยาวเหยียดว่า “Emancipation Equals Mariah Carey Squared” อันเป็นเหมือนภาคต่อของอัลบัมระดับรางวัลแกรมมี่ที่กวาดยอดจำหน่ายอันดับ 1 กว่า 10 ล้านก็อปปี้ทั่วโลกเมื่อปี 2005 ที่ชื่อว่า “The Emancipation of Mimi”
       



       หลังจากห่างหายไป 3 ปี การกลับมาของเธอจึงต้องยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา ในชุดนี้ มารายห์ แครี่ลงมือทุ่มสุดตัวเต็มที่ทั้งเขียนเพลงและโปรดิวซ์เอง นอกจากนั้นยังได้ระดมพลโปรดิวเซอร์ฝีมือดีอย่าง C. “Tricky” Stewart กับ The Dream พร้อมทั้งโปรดิวเซอร์รับเชิญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jermaine Dupri, DJ Toomp หรือแม้กระทั่ง Will I Am สมาชิกคนสำคัญของวง Black Eyed peas เป็นต้น และทันทีที่อัลบัมนี้วางแผงก็ผงาดขึ้นอันดับ 1 ใน Billboard Chart ทันที พร้อมกับยอดขายมหาศาลเกือบ 5 แสนแผ่นในสัปดาห์แรก และสร้างสถิติใหม่ๆ ในวงการเพลงมากมาย
       
       ซิงเกิลแรกของอัลบัม “Touch My Body” เข้าชาร์ตเป็นอันดับหนึ่งเมื่อออกวางขาย ทำให้มารายห์ แครี่กลายเป็นศิลปินที่มีเพลงซิงเกิ้ลอันดับหนึ่งมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก อยู่ที่ 18 เพลง มากกว่า เอลวิส เพรสลี่ (17 เพลง) และเป็นรองเพียงแค่ The Beatles (20 เพลง) ที่เธออาจจะมีสิทธิ์ทำลายสถิติแทรงหน้าได้ เพลงนี้เธอเขียนและโปรดิวซ์ร่วมกับ C. “Tricky” Stewart, และ The Dream ดนตรีอาร์แอนด์บีโซลที่เรียบเรียงได้อย่างสวยเนี้ยบ กับจังหวะบีทช้าๆ ที่พอโยกย้ายส่ายสะโพกเล็กๆ ที่เซ็กซี่ บนเนื้อเพลงน่ารักน่าหยิก และ MV ที่แสนทะลึ่งตึงตัง โชว์เนื้อหนังมังสาของนักร้องสาว (ใหญ่) ในชุดสุดแนบเนื้อกระชากวัยกันแบบเต็มๆ
       
       ส่วนซิงเกิ้ลที่สอง “Bye Bye” บทเพลงช้าๆ ความหมายเศร้าๆ ที่เกี่ยวกับการจากลา การพลัดพราก และการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ก็พร้อมที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง ดังเช่นที่มารายห์ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานในชุดนี้ว่า เป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และเธอรู้สึกถึงความปลดเปลื้องเป็นอิสระจากเหตุการณ์ความผิดหวังในชีวิตส่วนตัวในอดีต และมีความสุขมากๆ กับการทำงานเพลงในชุดนี้
       
       ภายในอัลบัมยังมีบทเพลงที่น่าสนใจซึ่งมีศิลปินรับเชิญมาร่วมด้วยช่วยกันโปรดิวซ์และขับร้อง ได้แก่เพลง “Migrate” เพลงเปิดอัลบัมที่ได้ T-Pain แร็ปเปอร์คนดังที่มีงานชุกมากที่สุดในช่วงเวลานี้มาร่วมแจม หรือเพลง “Cruise Control” ที่ได้ Damien Marley ลูกชายคนเล็กของ Bob Marley นั่นเองกับบทเพลง R&B ที่มีกลิ่นไอของดนตรีเร็กเก้ และบรรยากาศของทะเลคาริบเบี้ยน รวมทั้งการผลักดันศิลปินหน้าใหม่ภายในค่ายอย่าง Young Jeezy ให้มาร่วมงานในเพลง “Side Effect”
       
อย่างไรก็ดี เพลงโปรดของเราในอัลบัมกลับเป็นเพลง I’m That Chick ที่เป็นโซลอาร์แอนด์บีย้อนยุคบวกกับท่อนเบสสุดเท่ และมีการ Sample ทำนองเพลง Off The Wall ของป้าไมเคิล แจ๊คสันมาใส่ในตอนท้ายของเพลงนี้ด้วย (แต่ใครหลายๆ คนอาจชอบเพลงปิดท้ายอย่าง I Wish You Well มากกว่า เนื่องจากว่ามันเป็นเพลงที่นักร้องสาวของเราได้โชว์เสียงร้องอันทรงพลังแบบเต็มที่)
       
       อัลบัมแผ่นนี้ของมารายห์ แครี่ อาจจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือแตกต่างจากผลงานเก่าๆ ของเธอมากนัก แต่ด้วยทีมงานและทีมโปรดักชั่นระดับท็อปของวงการทำให้หลายๆ เพลงในชุดนี้มีความลงตัว ฟังเพลิน แม้อาจจะไม่หวือหวา (บางเพลงฟังดูแก่ไปนิด) แต่เชื่อแน่ว่า ความเป็นมารายห์ แครี่ จะยังคงขายได้ต่อไปอีกนาน



       Blowin’ in the Songs
       กิติคุณ ทรงประเสริฐ
        อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Login

Advanced Syndicate

Workflows

Twitter Button from twitbuttons.com