Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - "ทำงานที่บ้าน"รับน้ำมันแพง ลีเวอร์-พีแอนด์จีนำร่อง/รัฐเครียดอุ้มศก.
"ทำงานที่บ้าน"รับน้ำมันแพง ลีเวอร์-พีแอนด์จีนำร่อง/รัฐเครียดอุ้มศก. PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 4
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 22 พฤษภาคม 2008

 

เอกชนรื้อระบบทำงาน รับวิกฤตเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ดีไซน์วิถีชีวิตพนักงานใหม่-จัดโปรแกรมทำงาน "ยูนิลีเวอร์-พีแอนด์จี" นำร่อง เกียรตินาคินผุด "โฮมเบส" สำนักงานใกล้บ้านให้พนักงาน ด้านสายการบินต่างชาติลดไซซ์สำนักงาน ขณะที่ รมว.คลังถกเครียด 4 หน่วยงาน งัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบี้ 2 แพ็กเกจอัดเงินรากหญ้า-ลดภาษี ตั้งเป้าจีดีพีต้องสูงกว่าเงินเฟ้อ



จากแรงกดดันราคาน้ำมันแพง-เงินเฟ้อสูง รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เชิญ 4 หน่วยงานมาหารือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับ ขณะที่ภาคเอกชนหลายแห่งมีนโยบายบรรเทาความเดือดร้อนพนักงานลูกจ้างในรูปแบบต่างๆ เช่น เพิ่มค่าครองชีพ มีสวัสดิการอาหารกลางวันฟรี เป็นต้น

"ประชาชาติธุรกิจ" ได้สำรวจการปรับตัวขององค์กรธุรกิจในการรับมือการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อาทิ ภาวะโลกร้อน ภาวะราคาน้ำมันแพง ภาวะแรงกดดันจากภายนอกในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม แรงกดดันในการสร้างองค์กรให้ ยั่งยืน เป็นต้น

ยูนิลีเวอร์ "เติมพลังชีวิต"

นางพงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการ "flexy week flexy hour" เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการทำงานให้กับ พนักงานของยูนิลีเวอร์ (flexibility) ซึ่งดำเนินโครงการดังกล่าวมากว่า 1 ปีแล้ว จุดประสงค์จริงๆ เพื่อตอบสนองพันธกิจของยูนิลีเวอร์คือ การเติมพลังให้แก่ชีวิต (add vitality to life) ซึ่งก็คือการสร้างความสะดวกสบายให้กับพนักงาน ให้เกิดความสุขในการทำงาน โดยบริษัทได้มีการลงทุนเครื่องมือให้กับพนักงานเพื่อที่จะสามารถทำงานที่บ้านได้ ส่วนหลักการในภาคปฏิบัติคือ สามารถจะลดวันทำงานในวันศุกร์ โดยเพิ่มชั่วโมงทำงานในวันอื่นๆ โดยรวมสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง ทั้งนี้จะต้องมีการแจ้งกับหัวหน้างานล่วงหน้า

"จริงๆ เป็นนโยบายเพื่อสนองต่อวิชั่นของยูนิลีเวอร์ สร้างความสุขในการทำงาน แต่นโยบายนี้ก็ถือว่าเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและยุคน้ำมันแพง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกนอกบ้าน"

พีแอนด์จี "Work from home"

นายเมธี จารุมณีโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท พีแอนด์จี เทรดดิ้ง ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ Work from home ของพีแอนด์จีได้นำมาใช้อย่างจริงจังในไทยมากกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดี โดยพนักงานสามารถเลือกทำงานที่บ้านได้ 1 วัน วันไหนก็ได้ใน 5 วันทำการ จันทร์-ศุกร์ ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานพีแอนด์จีทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 80% จากการวัดผลที่เกิดขึ้นคือ ระดับความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ productivity หรือประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานก็สูงขึ้นเป็นลำดับ

โดยเฉพาะกับสถานการณ์ปัจจุบันโครงการดังกล่าวทำให้พนักงานมีทางเลือกมากขึ้น และถือเป็นผลพลอยได้ให้พนักงานประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้การทำงานที่บ้านยังลดค่าใช้จ่ายที่ออฟฟิศลงได้ ขณะที่ประสิทธิภาพของงานไม่ได้ลดลงแต่เพิ่มขึ้น โครงการนี้ จึงให้ผลในแง่ของความคุ้มค่าที่มากกว่า

"Work from home เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งภาวะแบบนี้องค์กรต่างๆ ต้องคำนึงถึงบุคลากรในองค์กรมากขึ้น แนวคิดของเราคือสามารถทำงานที่ใดก็ได้ที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"

แบ่งโซน-เปิดสาขาย่อย

ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ให้ความเห็นว่า ทุกปีทางเชฟรอนจะมีการเซอร์เวย์ตลาดแล้วปรับเงินเดือนให้กับพนักงานตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และในปีนี้ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานไปแล้วในช่วงต้นปี และได้ให้สิทธิพนักงานสมัครสมาชิกบัตรสตาร์คลาสเติมน้ำมันที่ปั๊มคาลเท็กซ์แล้วได้ส่วนลด โดยใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน ซึ่งตรงนี้ช่วยพนักงานได้มากและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลและเรื่องอื่นๆ ทางบริษัทดูแลพนักงานเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องจากธุรกิจของธนาคารมีลักษณะเป็นการเช่าซื้อเยอะ พนักงานต้องเดินทางติดต่อกับลูกค้าตลอดเวลา ทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับ พนักงานและลูกค้าได้คือการจับกลุ่มแบ่งโซน เปิดสาขาลักษณะโฮมเบสมากขึ้น เช่น แต่ก่อนอาจจะมีที่อโศกแห่งเดียว อาจจะขยายไปในพื้นที่ต่างๆ เช่น นนทบุรี เพื่อให้พนักงานได้ทำงานใกล้บ้านมากขึ้น ในส่วนของพนักงานการตลาดและเช่าซื้อ โดยปกติแล้วทางบริษัทจ่ายค่าน้ำมันรถรับภาระ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับพนักงาน รวมทั้ง ปรับขึ้นเงินเดือนให้อีก 1,000 บาท ทุกคน ทุกระดับหลังจากที่ปรับในช่วงต้นปีแล้ว

เอเยนซี่เสนองานผ่านเน็ต

นางวารุณี สุนทรเจริญนนท์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แอมเมกซ์ ทีม แอดเวอร์ ไทซิ่ง จำกัด บริษัทเอเยนซี่โฆษณาสัญชาติไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทระมัดระวังเรื่องต้นทุนการบริหารงานมาโดยตลอด พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุด อาทิ การนำเสนองานหรือการประสานงานผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนการเดินทาง ยกเว้นกรณีต้องพรีเซ็นต์งานใหญ่ที่ต้องเดินทางไปพบลูกค้า หรือในกรณีที่ต้องเดินทางไปพบลูกค้าก็บอกให้พนักงานใช้จ่ายอย่างประหยัด ด้วยการใช้รถ คันเดียวกัน นอกจากนี้บริษัทยังปลูกฝังให้พนักงานใช้จ่ายและอยู่แบบพอเพียงอีกด้วย

สำหรับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ ที่ทำงานด้วยนั้น ก็พบว่าทุกองค์กรได้รับผลกระทบด้านต้นทุนและหันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดและบริหารต้นทุนการดำเนินการแทบทั้งสิ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามบริษัทในฐานะที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ก็พยายามให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างแบรนด์อย่าง ต่อเนื่อง โดยไม่หันไปตัดงบฯโฆษณาและการตลาดเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานแต่อย่างใด

หั่นโอที-งัดโลจิสติกส์ช่วย

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทพิจารณาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงาน เบื้องต้นคิดว่าจะจ่ายค่าตอบแทน โบนัส หรือให้เงินช่วยเหลือคล้ายๆ ค่าครองชีพเพิ่ม รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะให้พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้านได้ และกำลังปรับการบริหารจัดการให้พนักงานลดการเดินทางลง อาทิ พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้านได้

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์อินเตอร์เฟิร์น จำกัด ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ "อินเด็กซ์" เปิดเผยว่า ได้ปรับลดการทำงานล่วงเวลา (โอที) ในแง่การขนส่งสินค้าซึ่งมีความสูญเสียจากการวิ่งรถเปล่าขากลับโรงงาน ที่ผ่านมาได้ทดลองรับจ้างขนส่งสินค้าในการวิ่งรถขากลับเพื่อลดต้นทุน แต่ยังมีอุปสรรคจึงอยู่ระหว่างวางแผนเพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ด้านนายสัญญา นองสุวรรณ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โรแยลซีรามิคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตกระเบื้อง "อาร์ซีไอ" เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทปรับลดค่าใช้จ่ายโดยปรับลดจำนวนพนักงานฝ่ายปรับออร์เดอร์สินค้าที่มาทำงานในวันเสาร์ลง โดยแบ่งพนักงานออกเป็น 2 กลุ่ม และทำงานสลับกันคนละสัปดาห์เพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นลง

สายการบินลดไซซ์ออฟฟิศ

แหล่งข่าวจากตัวแทนขายตั๋วโดยสารเครื่องบินนานาชาติในไทยและขายท่องเที่ยวไปต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้สายการบินและบริษัทตัวแทนขายตั๋วบริเวณถนนเส้นหลักสีลมและสาทรเริ่มทยอยปรับกลยุทธ์ตั้งรับสถานการณ์ต้นทุน เริ่มหารือเตรียมจะปลดพนักงานคนไทยแห่งละ 5-15 คน และย้ายสำนักงานเพื่อลดขนาดพื้นที่ลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น

ความเคลื่อนไหวขณะนี้เริ่มปรากฏขึ้นแล้ว กลุ่มแรก บริษัทในเครือ สายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส สหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย และกำลังจะลามไปถึงสายการบินเอเชียที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองไทยอีกหลายแห่ง โดยทั้งหมดเป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงการบินเพิ่มทันที 3 เท่า จากเดิม 11% ขณะนี้สูงถึง 35% ของต้นทุนปฏิบัติการทั้งหมด

เบื้องต้นผู้บริหารสายการบินต่างชาติในไทยทั้งจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ใช้กลยุทธ์โอนภาระให้แก่ผู้โดยสารด้วยวิธีขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันตามระยะทางการบินแยกเป็น 3 ภาคพื้น คือเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยเก็บประมาณ 400 บาท ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศ สายการบินต่างชาติจัดเก็บในภูมิภาคเอเชีย 40 เหรียญสหรัฐ และเที่ยวบินข้ามทวีป 180 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้สายการบินยังได้นำมาตรการอื่นเข้ามาใช้ในการลดภาระต้นทุนปฏิบัติการ เช่น สายการบินกลุ่มอเมริกาจะลดสิทธิประโยชน์การให้ฟรีสัมภาระกระเป๋าจากเดิม 2 ใบ เหลือ 1 ใบเท่านั้น และหากเกินโควตาจะคิดค่าบริการทันที

อย่างไรก็ตามแพ็กเกจการประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้อันเป็นผลมาจากสายการบินโดนแรงกดดันจากต้นทุนราคาน้ำมัน แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงต้องเปิดกลยุทธ์เลิกจ้างพนักงานในแต่ละประเทศ รวมทั้งไทย และลดขนาดลง

คลังรับมือเศรษฐกิจถดถอย

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ (20 พฤษภาคม 2551) ได้เชิญหน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.หรือสภาพัฒน์) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงบประมาณ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลเพื่อรับมือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมาตรการกระตุ้นมีแพ็กเกจ 2 ด้าน 1.มาตรการเพิ่มรายได้ชะลอรายจ่าย และ 2.มีเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจโต 6% ตามที่กำหนดไว้เพื่อให้จีดีพีโตกว่าเงินเฟ้อ

"การผลักดันจีดีพีให้โตกว่าเงินเฟ้อเพราะไม่ต้องการให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเกิดเงินเฟ้อสูงๆ ด้วย หรือที่เรียกว่า stagflation จึงต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตัวใหม่มาเสริมรวมกับมาตรการเก่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม (ลดภาษี-อัดฉีดงบประมาณลงสู่รากหญ้า) ขณะเดียวกันต้องเร่งติดตามมาตรการก่อนหน้านี้ให้มีผลบังคับโดยเร็ว" น.พ.สุรพงษ์กล่าว
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us