Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - ปฏิบัติการขุดทอง "ค่านายหน้า" คลื่นลูกใหม่บนธุรกิจออนไลน์
ปฏิบัติการขุดทอง "ค่านายหน้า" คลื่นลูกใหม่บนธุรกิจออนไลน์ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 26 พฤษภาคม 2008

รายงาน


E-business หรือการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ กำลังเป็นขุมทองใหม่ของผู้ทำธุรกิจหน้าใหม่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต การขายโฆษณา การแนะนำสินค้า เพื่อช่วยสร้างรายได้เสริมท่ามกลางยุคข้าวยากหมากแพง

สำหรับวิธีทำธุรกิจออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศและกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของไทย คือ "affiliate marketing"

"affiliate marketing" หรือการโฆษณาสินค้าและบริการของเว็บไซต์อื่นผ่านทางเว็บไซต์ของเรา และเมื่อมีผู้สนใจเข้ามาที่เว็บไซต์เรา เกิดสนใจสินค้าที่เราโฆษณาให้ จากนั้นคลิกเข้าไปเพื่อซื้อสินค้านั้น เราก็จะได้ค่าตอบแทนหรือค่าคอมมิสชั่นกลับมา ซึ่งระยะเวลาการเก็บผลผลิตขึ้นอยู่กับแต่ละราย โดยเฉลี่ย 6 เดือน-1 ปี อาจจะเริ่มมีรายได้ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันเหรียญ และบางรายอาจมีรายได้พุ่งถึง 7 หลักต่อเดือน แต่ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีการวางแผนที่ชัดเจน หรือขาดทริกในการทำธุรกิจก็สามารถขาดทุนเป็นเวลาหลายเดือนได้เช่นกัน

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟจิเนชั่น จำกัด ผู้ให้บริการด้านการศึกษาธุรกิจ E-business กล่าวว่า ค่าคอมมิสชั่นที่แต่ละเว็บไซต์ให้มีหลากหลาย เช่น เว็บอะเมซอนจ่าย 4-8.5% ของยอดขาย แต่อย่างเว็บโฮสติ้งบางรายก็จ่ายคอมมิสชั่นกว่า 100% เช่นถ้าสามารถหาลูกค้ามาสมัครใช้บริการ 1 ราย ได้ค่า คอมมิสชั่น 95 เหรียญ ขณะที่ค่าฝากโฮสติ้งเพียง 70 เหรียญเท่านั้น

"ความง่าย คือ เราไม่ต้องมีสินค้า เพียงแต่ลิงก์สินค้าจากเว็บไซต์อื่น เช่น เว็บอะเมซอน เว็บอีเบย์ มาไว้ที่เว็บเราซึ่งอาจจะมีคนเข้าแค่ 10-20 คนก็สามารถทำเงินได้ ถ้าเทียบกับการขายแบนเนอร์โฆษณาปกติต้องมีคนเข้าวันละ 1-2 พันคนถึงจะมีคนยอมซื้อโฆษณา"

ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ติดตั้งระบบ affiliate เช่น อะเมซอน, อีเบย์, ยาฮู, เอ็กซ์พีเดีย, โฮเทล.คอม ฯลฯ จะมีข้อความ "affiliate programm, associated partner" ฯลฯ ปรากฏบริเวณด้านล่างเว็บเพื่อเชิญชวนผู้มาสมัคร ส่วนเว็บสัญชาติไทยมีน้อยราย เช่น แมงป่อง, มะขามจี๊ดจ๊าด, passionasia, hoteltothailand ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเว็บจองโรงแรมท่องเที่ยวที่มีทราฟฟิกคนเข้าจำนวนมากเป็นประจำ

ขณะที่ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ในไทยมีตัวเลขประมาณ 5 หมื่นถึงแสนคนที่ทำธุรกิจระบบดังกล่าว ทั้งคนทำงานประจำที่ต้องการ รายได้เสริม นักศึกษาที่ต้องการหารายได้พิเศษ

"ตอนนี้คนไทยเริ่มมีความรู้มากขึ้น เพราะค้นหาความรู้บนอินเทอร์เน็ต หรือผ่านสื่อต่างๆ แต่ถึงกระนั้น ในต่างประเทศก็มีเพียงคนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่รู้เรื่องการทำ affiliate marketing ขณะที่ทุกเว็บไซต์ในต่างประเทศมีระบบนี้แล้วทั้งสิ้น และถือเป็นเมนหลักในการทำธุรกิจ เพราะราคาถูกและความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่เว็บในไทยแทบจะไม่มีเว็บไซต์ไหนที่ ติดตั้งระบบ ดังกล่าว"

ประโยชน์ของ affiliate marketing คือ เป็นช่องทางในการหารายได้แก่เจ้าของเว็บ ทำให้มีตัวแทนผู้ขายมากขึ้น และคนที่เป็นตัวกลางทำเว็บมีมากขึ้น ส่วนพ่อค้า ออนไลน์ที่มีทุนน้อยก็สามารถทำธุรกิจใหญ่ได้ โดยอาศัย affiliate เป็นช่องทางสำหรับโฆษณาเว็บไซต์

ส่วนผู้ที่เป็น affiliate หรือตัวแทนในการขายก็จะมีรายได้จากธุรกิจออนไลน์ ส่วนด้านยูสเซอร์จะมีเว็บทางเลือกมากขึ้น

"20% ของเว็บไซต์ทุนหนาอาจจะมีเม็ดเงินในการโฆษณา หรือแบนเนอร์ แต่เว็บอีก 80% จะเป็นการทำตลาดแบบเสิร์ชเอ็นจิ้นมาร์เก็ตติ้ง คือ ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของการเสิร์ช หรือรอการเข้ามาของ affiliate ซึ่งจะช่วยให้เว็บในไทยมีจำนวนมากขึ้น หาเงินได้เอง และมีความอยู่รอดมากขึ้น และช่วยให้มูลค่าการตลาดธุรกิจออนไลน์มากขึ้น"

สำหรับปัจจัยที่ทำให้การตลาดรูปแบบใหม่นี้ยังไม่บูมในประเทศไทย เพราะเจ้าของเว็บยังขาดความรู้ ถึงแม้จะทำได้ แต่ไม่รู้ว่าจะหาใครมาเป็น affiliate ส่วนหนึ่งเพราะคนไทยนิยมเป็น affiliate ของเว็บไซต์ต่างประเทศมากกว่า เพราะจ่ายค่าคอมมิสชั่นเยอะกว่า ตลาดกว้างกว่า มีโอกาสขายได้เยอะ รวมทั้งคนไทยเองไม่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ทำให้ตลาดยังไม่โต

หากดูแนวโน้มของ E-business ของไทยในภาพรวม พบว่ากำลังดีขึ้น มีคนสนใจมากขึ้น และสื่อต่างเริ่มเผยแพร่ให้ความรู้ รวมถึงการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยมีการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด คอมพิวเตอร์ราคาถูกลง นักเรียน นักศึกษามีโน้ตบุ๊กใช้ การมาของไฮสปีดอินเทอร์เน็ต และ blog เครือข่ายสังคม ล้วนเป็นตัว ผลักดันให้ E-business ในไทยสูงขึ้น

"คนจะเริ่มทำธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันคนอายุ 18-30 ปีจะเป็นอายุที่คนใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด และจะเป็นกลุ่มที่หันมาทำธุรกิจบนออนไลน์ ขณะเดียวกัน ตลาดบนโลกออนไลน์นั้นไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช่แค่ไทย แต่ไปทั่วโลก ดังนั้นการที่ตลาดเต็ม หรือแย่งกันเองแทบไม่มี โอกาสเปิดกว้างเสมอ"

นายตราวุทธิ์ทิ้งท้ายว่า ต่อไปเราจะเข้าสู่ยุค "conceptual age" เพราะปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ที่มีจำนวนมาก ซึ่งทิศทางต่อไปในอนาคตเราจะเริ่มมีความเป็น personalize หรือ conceptual มากขึ้น คนที่มีคอนเซ็ปต์ดีถึงจะทำธุรกิจได้ เพราะยิ่งมีข้อมูลเยอะคนจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ดังนั้น คอนเซ็ปต์หรือแบบแผนทำธุรกิจต้องชัดเจน
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us