Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - "Myhelth" ...มังคุดรักษ์สุขภาพ ตัวช่วยแก้ปัญหาราชินีผลไม้
"Myhelth" ...มังคุดรักษ์สุขภาพ ตัวช่วยแก้ปัญหาราชินีผลไม้ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 3
แย่มากดีมาก 
พุธ, 28 พฤษภาคม 2008


ประเทศไทยมีงานวิจัยที่ดีๆ เยอะ แต่ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้บนหิ้ง !

ขณะเดียวกัน คนไทยก็เก่ง มีความสามารถในการผลิตสินค้าดีๆ มีคุณภาพที่ต่างประเทศให้การยอมรับ แต่ทว่าขาดระบบการบริหารจัดการที่ดี และที่สำคัญทำตลาดไม่เก่ง

เป็น 2-3 ข้อด้อยหลักๆ ที่เมื่อรวมกันแล้วทำให้เมื่อนำงานวิจัยมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นธุรกิจจึงไม่เกิดผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร ดูได้จากกรณีมังคุด ! ราชินีผลไม้ไทยที่มีนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ศึกษา ค้นคว้าวิจัยถึงคุณประโยชน์จากมังคุดว่ามีคุณประโยชน์มากมายทั้งเพื่อความงามและสุขภาพ รู้มานานถึง 20-30 ปี แต่งานวิจัยชิ้นนี้กลับถูกนำไปสานต่อได้เพียงแต่เศษเสี้ยวเดียว เพราะบ้านเรามีข้อจำกัดเยอะ โดยเฉพาะเรื่องคนไทยขาดความเชื่อถือคนไทยด้วยกันเอง

ตรงกันข้ามกับชาวต่างชาติที่มีการอ้างอิงงานวิจัยมังคุด ในชิ้นงานเดียวกัน ไปสานต่อเป็นธุรกิจ ใส่โนว์ฮาว ใส่ระบบการบริหารจัดการ และงบฯการตลาดเข้าไป สินค้าที่เขาไม่ได้ วิจัยเองแท้ๆ กลับสร้างชื่อ สร้างธุรกิจ สร้างรายได้เป็นเม็ดเงินมหาศาล

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยกับงานวิจัยชิ้นเดียวกัน จึงเหมือนเป็นการกระตุ้นอย่างแรง เมื่อต่างประเทศที่ไม่ใช่เจ้าของโนว์ฮาวยังทำได้ คนไทยในฐานะคนต้นคิดก็ต้องทำได้

...เหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มา Myhelth สู่ Myhelth Plus น้ำมังคุดรักษ์สุขภาพ ที่มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันทำแบบบูรณาการ พร้อมเล็งผลเลิศไปที่การแก้ปัญหา ให้กับชาวสวนมังคุดให้สามารถขายผลิตผลได้ในราคาดีไม่ต้องถูกกดราคาจนไม่เหลือกำไร และยังหวังไกลไปกว่านั้นคือ การส่งออกน้ำมังคุดแบบเข้มข้นเพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักษ์สุขภาพที่กำลังมาแรง



ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานและซีอีโอ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้าวิจัยคุณประโยชน์จากมังคุดเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วบอกว่า หลังจากรับทราบปัญหาของชาวสวนที่ขายมังคุดได้ ในราคาต่ำมากๆ ผนวกกับความสำเร็จของ "XANGO" แบรนด์ น้ำมังคุดของประเทศอเมริกา โดยบริษัทดังกล่าวไม่ได้วิจัยเอง แต่ใช้งานวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทยไปใช้ประกอบในการเชิญชวนให้เกิดการซื้อขายผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดที่จำหน่วยทั่วโลกด้วยระบบเครือข่าย และสร้างรายได้สูงถึง 40,000 ล้านบาทในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปี ทำให้ตนเองเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำงานวิจัยชิ้นนี้มาสานต่อปั้นเป็นธุรกิจอีกครั้ง

โดยครั้งนี้ไม่ได้คิดและทำคนเดียว แต่ทำร่วมกับหลาย หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันอาหาร, บริษัทเอสเอ็มอีผู้ผลิตน้ำมังคุด, ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย, บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก. หรือ ARDA) ผู้สนับสนุนให้ทุนวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค หลังดื่มสินค้าใหม่ Myhelth น้ำมังคุดรักษ์สุขภาพที่เราพัฒนาขึ้น

"เป็นการทำงานแบบบูรณาการที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเป็นครั้งแรก สำหรับงานวิจัยมังคุด" ดร.พิเชษฐ์กล่าวและว่า ที่ผ่านมาเราในฐานะภาคเอกชนและเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานวิจัยดังกล่าว มีการนำความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาเป็นสินค้า และทำตลาด แต่เป็นกลุ่มความงาม ได้แก่ ครีมทาแผลสด แผลเปื่อย ครีมบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบแคปซูล แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำสูตร GM 1 มาทำเป็นน้ำมังคุดพร้อมดื่ม โดยใช้ชื่อว่า Myhelth โดยตั้งเป้าเพื่อการส่งออกเป็นหลัก

แต่เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อที่สมบูรณ์ ผู้ที่จะยืนยันคุณภาพ และรสชาติ Myhelth ได้ดีที่สุดคือ ผู้บริโภค ทางบริษัทและ ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย จึงได้ขอทุนเพื่อวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคหลังการดื่มน้ำ Myhelth โดยงานวิจัยจะครอบคลุมถึงในเรื่องคุณภาพและรสชาติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน

"ซึ่งพอได้ผลวิจัยออกมาแล้ว แบรนด์ Myhelth ก็จะเปลี่ยนเป็น Myhelth Plus ผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดรักษ์สุขภาพที่ผ่านการพัฒนาวิจัย ทั้งในด้านวิชาการ และการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" ดร.พิเชษฐ์กล่าวและว่า

โดยขั้นตอนส่วนการผลิต Myhelth สูตร GM1 นั้นไม่น่าห่วง แต่ที่น่าห่วงคือ การตลาด ที่จะเป็นคีย์ซัสเซสสำคัญ เพราะวัตถุประสงค์หลักเรามี 2 ข้อใหญ่คือ ยกระดับราคามังคุดไทยกับส่งออกผลิตภัณฑ์ น้ำมังคุด ซึ่งถ้าเราไม่

สามารถบริหารจัดการที่ดีและเป็นระบบ

การแก้ปัญหาวงจรมังคุดก็จะไม่จบแนวทางแก้ปัญหาราคามังคุด ดร.พิเชษฐ์อธิบายว่า พื้นที่การปลูกมังคุดของไทยมีอยู่ใน 2 ภาค หลักๆ คือ ภาคใต้ และตะวันออก โดยทางภาคตะวันออกผลผลิตจะออกในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. โดยช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีผลผลิตออกชุกที่สุด ส่วนภาคใต้ผลผลิตจะออกในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม แต่ช่วงเดือนกรกฎาคมผลผลิตจะออกมากที่สุดสิ่งที่ทำได้ก็คือ การเข้าไปรับซื้อช่วงที่ผลผลิตเยอะๆ แต่มีข้อแม้ก็คือ เกษตรกรต้องร่วมแปรรูปขั้นต้นให้ด้วย

"เรารับซื้อในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ในรูปของเนื้อมังคุดล้วนๆ เกษตรกรที่เข้า ร่วมกับเราจะต้องปอกเปลือกและแกะเอาเฉพาะเนื้อมังคุดเท่านั้น ซึ่งอัตราส่วนนั้นมังคุดประมาณ 3-4 ก.ก. จะแกะได้เนื้อมังคุดประมาณ 1 ก.ก. ฉะนั้นหากราคาหน้าสวนอยู่ที่ 5-10 บาท สิ่งที่เกษตรกรจะได้ก็คือ ราคาที่สูงกว่าการขายเป็นผล"

จากนั้นก็เข้าสู่การนำเนื้อมังคุดมาผ่านกระบวนการแปรรูปโดยโรงงานผลิตน้ำ ผลไม้ที่อยู่ในคอนแทร็กต์ที่จะผลิตภายใต้สูตรของเราคือ GM1

ส่วนการทำตลาดในประเทศช่วงแรก ก็จะใช้วิธีการขายตรง มายเฮลท์ น้ำมังคุดสกัดเข้มขนาด 300 ม.ล. ขายในราคา 200 บาท

"ต้องใช้วิธีขายตรง เพราะหากทำตลาดแมสเราไม่สามารถโฆษณาคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ แต่ถ้าขายตรงเราสามารถใช้กลยุทธ์ปากต่อปากได้ ซึ่งในงาน ไทยเฟลกซ์ครั้งนี้เรามีการเปิดตัว Myhelth เป็นครั้งแรกพร้อมกับวิจัยผู้บริโภคที่ได้ ดื่มน้ำมังคุดยี่ห้อนี้ไปควบคู่กัน คาดว่าประมาณ 6 เดือนหลังจากนี้ก็น่าจะรู้ผล"

ดร.พิเชษฐ์กล่าวตอนท้ายว่า เราต้องการสร้างธุรกิจใหม่คือ น้ำผลไม้มังคุดมายเฮลท์ให้เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตมั่งคง เพื่อให้ชาวสวนมังคุดไทยอยู่ได้ และไม่อยากให้เหมือนน้ำลูกยอที่ถูกสร้างกลไกตลาดให้บิดเบือนจากของที่มีมูลค่าสูงเป็นหลัก 1,000 บาทต่อขวด ลดลงมาเหลือเพียง 100 กว่าบาท ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรกับคนไทยและประเทศชาติ

ฉะนั้น รอบนี้จึงต้องอาศัยกลไกของ ภาครัฐและเอกชนมาช่วยกันขับเคลื่อนสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและสร้างกลไกการตลาดที่เสถียร ซึ่งถ้าทำได้ Myhelth ก็จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการรักษาระดับราคามังคุด ราชินีผลไม้ไทยได้
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us