|
จุดยืน "เทเลนอร์-ดีแทค" นอมินี แปรสัมปทาน และการลงทุน 3G |
|
|
|
|
จันทร์, 23 พฤศจิกายน 2009 |
พลันที่อรหันต์ "กทช." ประกาศชัดเจนถึงการเปิดประมูล ไลเซนส์ 3G ธุรกิจโทรคมนาคม ไทยก็กลับมาคึกคัก มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
ค่ายมือถือเดิมต่างต้องการเป็นเจ้าของไลเซนส์ใหม่ โดยมุ่งหวังว่าจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ทั้งในเชิงรายได้ และการเตรียมตัวก้าวผ่านจากระบบสัมปทานเดิมที่กำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไปสู่กฎ กติกาใหม่ที่ว่ากันว่าเสรี และเป็นธรรมยิ่งขึ้น
ไม่มีใครคาดคิดว่า ความมั่นคงของชาติ ปัญหานอมินี และการแปรสัญญาสัมปทาน ทำให้การประมูลคลื่น 3G ช้าออกไป (อีก) กับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นต่างชาติ อาจถึงขั้นหมดสิทธิชิงดำคลื่นใหม่
"ดีแทค-เทเลนอร์" เป็น 1 ในนั้น
"จอน เฟรดริค บัคซอส" ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารเทเลนอร์ กรุ๊ป "ซิคเว่ เบรคเก้" ซีอีโอเทเลนอร์ เอเชีย และ ทอเร่ จอห์นเซ่น ซีอีโอ "ดีแทค" มีมุมมองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร มีอยู่ใน "ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้
- กรณีนอมินีอาจสร้างปัญหาให้ดีแทค
บัคซอส : กับทุกประเทศที่เทเลนอร์เข้าไปลงทุน เราให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยทุกวันนี้เรามั่นใจว่าทำทุกอย่างถูกต้องตาม กม.ไทย
ซิคเว่ : กระทรวงพาณิชย์เคยขอข้อมูล ดีแทคเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน้อย 2 ครั้ง คือก่อนดีแทคเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย และหลังจดทะเบียนแล้ว ซึ่งถ้าหน่วยงานรัฐต้องการข้อมูลเพิ่มก็พร้อมให้ความร่วมมือ
- อาจมีเงื่อนไขใหม่กับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
บัคซอส : ผมไม่อยากคาดเดาไปก่อน แต่ภายใต้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งที่ตลาดใดตลาดหนึ่งที่เราเข้าไปลงทุนจำเป็นต้องมีการออกกฎระเบียบใหม่ ๆ เพื่อรอง รับสถานการณ์ในขณะนั้น เราก็จะตัดสินใจไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ามีการออก ไลเซนส์บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันและโปร่งใส เทเลนอร์และดีแทคพร้อมให้ความร่วมมือและเข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุน
- แปรสัญญาควรเกิดก่อนหรือหลังประมูล
ซิคเว่ : การแปรสัญญาเป็นกระบวนการ ที่ต้องใช้เวลามาก และในอนาคตต้องเกิดขึ้นเพราะสัญญามีวันหมดอายุ แต่อยากให้มอง 2 เรื่องนี้แยกกัน เพราะการแปรสัญญาเป็นเรื่องระหว่างภาครัฐกับเอกชน ไม่มีผลกับลูกค้า ขณะที่ไลเซนส์ 3G เป็นประโยชน์ของลูกค้าโดยตรง 2 เรื่องนี้ทำคู่ขนานกันไปได้โดยไม่จำเป็นต้องนำมารวมกัน และจะน่าเสียใจมาก หาก 3G จะดีเลย์ไปเพราะต้องแปรสัญญาก่อน
- ถ้าดีเลย์ล่ะ
บัคซอส : เราอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดในทุกที่ที่เข้าไปลงทุน ถ้าช้าออกไปก็ต้องยอมรับ แต่ผลกระทบที่จะเกิดตามมาคืออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยจะไม่สามารถพัฒนาได้ในระดับเดียวกับที่มี 3G ฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล เราคงพูดได้แต่เพียงว่าตลาดเมืองไทยพร้อมสำหรับ 3G และดีแทคก็พร้อมที่จะลงทุน
ซิคเว่ : ในฐานะโอเปอเรเตอร์รอไดยัง ให้บริการด้านเสียงและดาต้าผ่านเน็ตเวิร์ก 2G เดิม คนที่เสียประโยชน์คือ คนไทยที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เราหวังว่า 3G จะไม่ดีเลย์ออกไปอีก และหวังว่าการพูดถึงเรื่องนี้จะมุ่งไปที่ประโยชน์ของผู้บริโภค มากกว่าประโยชน์ของ กสทฯ ทีโอที หรือคน อื่น ๆ ถึงเวลาแล้วที่การพูดกันถึง 3G จะต้องปรับโฟกัสไปยังเรื่องอื่นมากกว่าการเมือง
- ถ้าดีเลย์จะทำอย่างไร
บัคซอส : เรายังคงทำธุรกิจบน 2G ต่อไป แต่คนไทยจะไม่ได้ใช้บริการบน 3G เหมือนลูกค้าในประเทศอื่น 3G ยิ่งมาเร็วเท่าไร ยิ่งดีกับเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น ในฐานะผู้ให้บริการ เราอยากนำ 3G มาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมโดยรวม ไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว มีต่างชาติเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เขาคุ้นเคยกับการใช้ 3G อยู่แล้ว เราก็อยากให้บริการกับลูกค้ากลุ่มนี้เหมือนในประเทศอื่น
- ตลาดเมืองไทยพร้อมสำหรับ 3G
บัคซอส : พร้อมแล้ว เพราะ 2G พัฒนามามากแล้ว ดูได้จากจำนวนผู้ใช้เทียบประชากร 3G เป็นสเต็ปต่อไปในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในไทย เป็นการพัฒนาตามธรรมชาติของเทคโนโลยี GSM และนำไปสู่การเพิ่มโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยไม่ควรพลาดโอกาส เทเลนอร์และดีแทคพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาครั้งนี้ เรามีประสบการณ์ในการให้บริการในหลายประเทศทั่วโลกซึ่งนำมาปรับใช้ได้
- ต้องลงทุนมากแค่ไหน
เงินลงทุนขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของตลาดและการแข่งขัน โดยเฉลี่ยโอเปอเรเตอร์จะลงทุน 10-15% ของรายได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ในช่วงเศรษฐกิจ ขาลง การใช้งานจะไม่มากทำให้ใช้เน็ตเวิร์กที่มีอยู่ได้ โดยลงทุนไม่มาก เมื่อการใช้เพิ่มก็ต้องลงทุนเพิ่ม ในแง่การแข่งขัน เม็ดเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการออกบริการใหม่ เช่น เทเลนอร์ในนอร์เวย์ มีคนใช้มือถือเทียบกับประชากรเกิน 100% มาหลายปี แต่ปีนี้มี 2 ปัจจัย คือการเข้ามาของ ไอโฟนและการใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดการ ลงทุนเพิ่ม
- การกำกับดูแลในไทยเทียบกับประเทศอื่น
การออกไลเซนส์ 3G เป็นการมอบโอกาสให้ไทยอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่นได้ในแง่การกำกับดูแล และสร้างการลงทุนใหม่ ๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้ จึงคิดว่ารัฐบาล และ กทช.ควรตั้งเป้าหมายในการออกไลเซนส์โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค
- โอเปอเรเตอร์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 3G
เมื่อมี 3G สัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนไป จะมีรายได้จากดาต้าเพิ่มขึ้น ใน GSMA ฟอรั่ม ครั้งล่าสุดที่ฮ่องกง ก็มีการคุยกันถึงบิสซิเนสโมเดลในการลงทุนด้านดาต้า โดยต่างเห็นตรงกันว่าบิสซิเนสโมเดลจะซับซ้อนกว่าการลงทุนแบบเดิม
- ลูกค้ามีเงินเท่าเดิมมี 3G โอเปอเรเตอร์ก็ไม่น่ามีรายได้เพิ่ม
เมื่อคนตระหนักถึงประโยชน์ก็พร้อมที่จะใช้บริการเพิ่ม อาจไม่ใช่ทุกคน แต่ในอนาคตเมื่อเวลาผ่านไปน่าจะเพิ่มขึ้น เหมือนสมัยก่อนที่มือถือเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้พิสูจน์มาแล้วในหลายประเทศ ที่มีการเปิดให้บริการ 3G คนจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายได้
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ใช้บริการ ทำให้มีความสามารถในการจ่ายมากขึ้น เป็นวงจรที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ นอกจากคนทั่วไปและนักธุรกิจแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบโซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง เมื่อมี 3G จะหันมาใช้มากขึ้น
ซิคเว่ : ดิจิในมาเลเซียเพิ่งให้บริการ 3G เมื่อปีที่แล้ว เห็นผลว่าแย่งลูกค้าอินเทอร์เน็ตจากฟิกซ์ไลน์ และพบด้วยว่า 50% ของคนที่เล่น facebook มีการเข้า facebook ผ่านมือถือมากขึ้น เทเลนอร์จึงมั่นใจว่า 3G เป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยไม่กระทบรายได้ทางเสียงเดิม
- จุดแข็งของดีแทคเทียบกับคู่แข่ง
เราไม่ได้โพซิชั่นตนเองเป็นมีเดียเฮาส์ที่ผลิตคอนเทนต์เอง แต่เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ลูกค้าเข้าถึงคอนเทนต์ทุกอย่างทั้งด้านบันเทิง การศึกษา การเงิน การดูแลสุขภาพ เราวางตัวเป็นช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงบริการเหล่านี้ บิสซิเนสโมเดลในลักษณะนี้เวิร์กในหลายประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าคอนเทนต์โพรไวเดอร์เมื่อผลิตคอนเทนต์แล้วก็อยากขายให้กับทุกโอเปอเรเตอร์
ซิคเว่ : เป้าหมาย 3G ของดีแทค คือนำบริการที่ดีและมีคุณภาพมาสู่ลูกค้า เราเชื่อว่าเราให้บริการที่ดีได้ผ่านความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์
- การลงทุนในภาพรวมของเทเลนอร์ในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ผมเป็นซีอีโอเทเลนอร์มา 8 ปี ผ่านหลายช่วงเหตุการณ์ที่สำคัญ และสามารถผ่านมาได้ ซึ่งเป็นความสำเร็จของพนักงานทุกคน 8 ปีที่แล้วตลาดมือถือทั่วโลกไม่โตขนาดนี้ ตอนนั้นมีคนใช้ 4 พันล้านคน ซึ่งเทเลนอร์ก็สามารถแข่งขันได้กับโกลบอลโอเปอเรเตอร์ อื่น ๆ และในปีนี้เราจัดเป็นกลุ่มบริษัท ที่มีฐานลูกค้ามากเป็นอันดับ 6 ของโลก (172 ลาน)
อย่างไรก็ตามในสภาพตลาดอิ่มตัว จำนวนลูกค้าอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่สำคัญกว่าคือมาร์เก็ตแชร์ในแง่รายได้ ดังนั้นทุกโอเปอเรเตอร์ต่างปรับโฟกัสมาที่รายได้ และให้ความสำคัญกับการเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร และการบริหารจัดการต้นทุน
การปรับโฟกัสเกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลกที่ตลาดมาถึงจุดอิ่มตัว เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการเติบโตอีกครั้งเมื่อมี 3G เพราะกระตุ้นการเติบโตของหลายธุรกิจ ไม่เฉพาะโทรคมนาคม มีการสร้างธุรกิจ ใหม่ ๆ เพิ่มจำนวนคอนเทนต์โพรไวเดอร์ และเติบโตขึ้นทั้งในส่วนของพาร์ตเนอร์ ทั้งเวนเดอร์ และดิสทริบิวเตอร์
- ให้ความสำคัญกับการลงทุนในเอเชียหรือยุโรปมากกว่ากัน
เราให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียมานานแล้ว มีการลงทุนต่อเนื่อง ล่าสุดในอินเดีย เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของอินเดีย และเพิ่มฐานลูกค้าของเทเลนอร์ได้ 2 เท่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า อินเดียจึงสำคัญกับเทเลนอร์มาก
- ประเทศใดผลงานดีสุด แย่สุด
เฉพาะไตรมาส 3 ปีนี้ ปากีสถานเติบโตสูงสุด ขณะที่ยูเครนเติบโตน้อยที่สุด จาก 2 ปัจจัย เพราะ Q3 ปีที่แล้ว ยูเครนโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปีนี้จากเศรษฐกิจขาลงจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสูงเท่าเดิม ทั้งยังประสบปัญหาค่าเงินด้วย
ทอเร่ : Q3 ดีแทคมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้เทียบกับคู่แข่งแล้วดีกว่า แม้ตลาดจะอิ่มตัวและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ
Trackback(0)
|