อาหารต้นแบบ โมเดล"รักษา"ด้วยอาหาร PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 10 มิถุนายน 2008

 

ในวงการรถยนต์มีรถยนต์ต้นแบบ อสังหาริมทรัพย์ก็มีบ้านตัวอย่าง สถาบันอาหารจึงปิ๊งไอเดียสร้าง Food Model ด้วยการจับกระแสซูเปอร์ฟู้ดและซูเปอร์ฟรุ้ตปั้นให้เป็นอาหารต้นแบบภายใต้คอนเซปต์บริโภคเพื่อการรักษาโรคเพราะ"ยา"ดีที่สุด คือ อาหารไทย

"อาหารไทย"ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลกแล้ว คุณสมบัติเฉพาะตัวของสมุนไพรไทยที่เป็นส่วนผสมในอาหารไทยกำลังสร้างเทรนด์การบริโภคอีกครั้ง เมื่อสถาบันอาหารจับมือ 3 พันธมิตร สร้างอาหารต้นแบบหรือ Food Model ให้เป็นเมนูตัวเลือกของในยุคบริโภคนิยม

 

โรคอ้วน มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด คือผลพวงจากยุคบริโภคนิยม โดยสาเหตุหนึ่งของโรคดังกล่าว มาจากอาหาร ดังนั้นทางออกในการป้องกันจึงทำได้ด้วยอาหารเช่นกัน

ยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร บอกว่า การสร้างอาหารต้นแบบในครั้งนี้เริ่มจากแนวคิดความสนใจของผู้บริโภคทั่วโลกที่เลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

ดังนั้นเพื่อให้การ"เลือกกิน"ของผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดตามความต้องการเฉพาะบุคคลที่กำลังเผชิญกับโรคหรือป้องกันโรคต่างๆ จึงได้จับมือกับพันธมิตรอีก 2 ราย คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำหน้าที่คัดเลือกสมุนไพร ผัก ผลไม้ ของไทยที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ

จากนั้นส่งต่อให้ อ.วันดี ณ สงขลา เจ้าของโรงเรียนครัววันดี ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอาหารไทยให้กลายเป็นเมนูอาหารป้องกันโรค

ยุทธศักดิ์ บอกว่า เมนูอาหารภายใต้ ฟู้ด โมเดล จึงลงลึกในความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาหารเพื่อความงาม (Food for Beauty) ซึ่งโภชนาการที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเรื่องนี้ได้ยึดความงามได้ โดยเฉพาะการรับประทานพืช สมุนไพร เครื่องเทศ ที่มีคุณสมบัติต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากอยู่ในผักชี พริกไทยอ่อน โหระพา พริก ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า ขมิ้น แครอท และสะเดา เป็นต้น

กลุ่มที่สอง คือ เฮลธ์ฟู้ด หรือ อาหารช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรค ประกอบด้วย โรคอ้วน (Food for Health : Obesity-Prevented Food) เพราะโรคอ้วนไม่ได้แค่กระชากความมั่นใจไปเท่านั้นยังต้องเผชิญกับโรคร้ายที่จ่อคิวตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง โภชนาการเพื่อคนกลุ่มนี้จะต้องเป็นพืชผักที่มีใยอาหารสูง เช่น รำข้าว ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง มะเขือพวง พริกขี้หนู เห็ดหูหนู กะเพรา และมะเขือพวง เป็นต้น

อาหารที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน (Food for Health : Diabetes Mellitus-Prevented Food) โภชนาการที่เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงของโรคนี้ต้องเป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง อย่างเช่น มะระจีน มะแว้ง สะเดา งาดำ และใบหม่อน เป็นต้น

และอาหารที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง (Food for Health : Cancer-Prevented Food) ซึ่งปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น เพื่อลดสาเหตุของการเกิดโรคโดยเฉพาะความไม่สมดุลทางภาวะโภชนาการ จึงควรเน้นพืชผักที่มีคุณสมบัติต้านการก่อกลายพันธุ์ เช่น ใบมะกอก ใบมะกรูด ใบมะปราง สะเดา มะดัน ข่า ผักติ้ว มะม่วงหิมพานต์ ผักชีล้อม และกระชาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการอาหารรายใหญ่มีเมนูเพื่อสุขภาพเป็นจุดขายอยู่แล้ว แต่ยังมีโอกาสต่อผู้ประกอบการอีกมากในการเพิ่มจุดขายทั้ง superfoods หรืออาหารที่มีส่วนผสมพิเศษที่ผู้บริโภคต้องการ เช่น มีส่วนผสมช่วยความจำ ผิวพรรณ ความงาม เป็นต้น รวมทั้ง superfruit ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คือ ผลไม้ที่มีสีแดง สีม่วง สีน้ำเงิน ได้แก่ มะเขือเทศ แครอท แครนเบอร์รี องุ่น บลูเบอร์รี เคอแรนต์ โดยเฉพาะทับทิมพบว่าในช่วงปี 2548-2550 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมของทับทิมเพิ่มขึ้นมากกว่า 500% และยังมีผลไม้ต่างถิ่น เช่น acai และ goji รวมถึงมังคุดที่เป็นซูเปอร์ฟรุ้ตของไทย

อาจารย์วันดี ณ สงขลา เสริมว่า 14 เมนูอาหารรักษาโรคที่สถาบันอาหารกำลังส่งต่อให้ผู้ประกอบการนำไปเป็นจุดขายนั้น จะใช้ข้อมูลทางวิชาการ 80-90 % คัดเลือกผัก ผลไม้ ที่มีคุณสมบัติลดอาการของโรคต่างๆ เช่น กลุ่มบิวตี้ฟู้ดจะเน้นผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เมนูพวงประทัด ที่มีทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ,อาหารลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง เช่น ปลากะพงลุยสวนสมุนไพร ,สเต๊กปลาช่อนใบมะกอก หรือลดอาการโรคเบาหวาน ได้แก่ เมนู ข้าวกล้องผัดผลไม้ เป็นต้น

ยุทธศักดิ์ ย้ำว่า การเดินตามกระแสบริโภคเพื่อสุขภาพด้วยการให้พืช ผักของไทยที่ทุกคนรู้ดีว่ามีประโยชน์ให้มีความชัดเจนขึ้นเป็นการต่อยอดความรู้ในทางวิชาการและเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมอาหารไปในตัว

----------------------------------

กระแสการบริโภคอาหารปี 2008


นอกจาก Superfoods และ Superfruit ที่เป็นดาวเด่นอาหารปี 2551 แล้วกระแสบริโภคอาหารปีนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกด้วย

สถานภาพของผู้บริโภค (Status Spheres)

แนวโน้มการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการทางร่างกาย (Physical Needs) เท่านั้น แต่เป็นการบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นที่เหนือกว่าโดยเฉพาะความต้องการทางสังคม (Social Needs) เพื่อให้เกิดการยอมรับ และเป็นการแสดงถึงสถานภาพของตนเอง

ความสะดวก ง่าย-สบาย (Snack Culture)

วิถีผู้บริโภคยุคนี้ยังเต็มไปด้วยความเร่งรีบ จึงส่งผลต่อความต้องการการบริโภคอาหารที่มีรูปแบบเรียบง่าย รับประทานได้สะดวก โดยเฉพาะอาหารจานด่วน (Fast Food) มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยข้อมูลจากนิวยอร์กไทม์ชี้ว่า ในช่วง 3 ปี มูลค่าเฉลี่ยของอาหารกลุ่มนี้ประมาณ 200 ล้านเหรียญต่อปี โดยในปี 2006 มีอัตราการเติบโตประมาณ 30 %

การบริโภคเพื่อสุขภาพ (Healthy Consumption)

การตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันมีให้ร่างกายเจ็บป่วยแทนการรักษา ซึ่งกระแสใส่ใจในสุขภาพนี้สะท้อนผ่านพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความนิยมบริโภคอาหารเกษตรอินทรีย์ (Organic Food) ความนิยมอาหารจากธรรมชาติ (Natural Food) ฟังก์ชันแนลฟู้ดส์ (Functional Food) รวมทั้งซูเปอร์ฟู้ดส์ (Supper Food)

ดึงลูกค้าเข้าสู่การสร้างแบรนด์ (Brand Butlers)

เทรนด์การโฆษณาในยุคใหม่ได้ใช้เทคนิคการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างออกไป โดยดึงลูกค้าเข้าสู่การสร้างแบรนด์ของตน ด้วยการสร้างมิติใหม่ของการรับรู้ของผู้บริโภคด้วยการจัดกิจกรรมที่สอดรับกับพฤติกรรมการใช้หรือบริโภคสินค้านั่นเอง

การบริโภคสินค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามถึงการได้มาของอาหารมากขึ้นกว่าการพิจารณาแค่เพียงอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ซึ่งหมายถึงคำถามที่เกิดขึ้นกับบริษัทผู้ผลิตว่าอาหารที่ผลิตขึ้นนั้น มีความรับผิดชอบต่อผู้จัดหาวัตถุดิบ, พนักงานในบริษัท หรือสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows

Marketing / SEO