|
บิ๊กมูฟ...วิกช่อง 3 รุก "นิวมีเดีย" แก้โจทย์คนดู "ทีวี" ลด |
|
|
|
|
จันทร์, 01 กุมภาพันธ์ 2010 |
|
สัมภาษณ์
ในบรรดาผู้ประกอบการ "ฟรีทีวี" ขณะนี้เห็นชัดเจนว่า "ช่อง 3" เป็นช่องที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุด โดยเฉพาะบุคลากรในด้านข่าวที่เข้ามาเสริมทีมเป็นระยะ รวมทั้งรายการภาคบันเทิงที่มีการพัฒนา ปรับปรุง และมีผู้จัดหน้าใหม่เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งหลายฝ่ายต่างยอมรับว่า ทุกครั้งที่ "วิกพระราม 4" มีการขยับตัว ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในระดับ "บิ๊กมูฟ" เสมอ
ปีนี้ "ประวิทย์ มาลีนนท์" กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบาย แนวทางในการบริหาร รวมถึงแผนการลงทุนว่า นอกจากสื่อทีวีที่ทำอยู่แล้ว ปีนี้ "ช่อง 3" จะเปิดแนวรบในสื่อใหม่ (new media) อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นการรักษาฐาน และดักทางกลุ่มผู้ชมช่อง 3 ให้อยู่กับ คอนเทนต์ของช่อง 3 ให้ได้มากที่สุด
รวมทั้งเป็นการหาช่องทางใหม่ เพื่อดึงกลุ่มผู้ชมใหม่ ๆ เข้ามาบริโภคคอนเทนต์ของช่อง 3 เพิ่มขึ้น
"ประวิทย์" บอกว่า จากผลการสำรวจหลาย ๆ สถาบันใน
ช่วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มคนดูทีวีมีปริมาณที่น้อยลง แต่ส่วนตัวกลับมองตรงกันข้ามและไม่เชื่อตัวเลขนั้น เพราะเชื่อว่าคนยังดูทีวี เพียงแต่อาจจะไม่ได้ดูผ่านหน้าจอทีวีเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากมีสื่อใหม่ ๆ เข้ามา ซึ่งทำให้การดูทีวีง่ายและสะดวกขึ้นกว่าเดิม อาทิ ดูทีวีผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์, ดูทีวีผ่านหน้าจอมือถือ ฯลฯ
"ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เอื้อให้การรับชมรายการทีวีสะดวกขึ้น ยิ่งน่าจะทำให้คนดูทีวีมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น เพียงแต่สถาบันที่วิเคราะห์และเก็บตัวเลขสถิติยังใช้ข้อมูลในช่องทางหน้าจอทีวีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
"ประวิทย์" บอกด้วยว่า เทรนด์ดังกล่าวนี้ ช่อง 3 รับรู้และเห็นตัวเลขและเตรียมแผนรับมือมาโดยตลอด โดยนอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในด้านรายการทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะรายการข่าว ภายใต้แบรนด์ "ครอบครัวข่าว" ที่ได้ทีมงานใหม่เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทำให้แนวทางการนำเสนอข่าวของช่อง 3 มีความโดดเด่นและแตกต่างอย่างชัดเจน
ล่าสุดได้เสริม "ทีมข่าวเจาะ" อีกกว่า 20 คน เพื่อตอบโจทย์แนวคิด "Year of Content" และเสริมความแข็งแกร่งในการเป็นสถานีข่าว ซึ่งมุ่งนำเสนอข่าวที่ตอบสนองความต้องการของคนดูต่อไป
ส่วนรายการบันเทิง มีรายการใหม่เข้ามาเสริมอีก 7 รายการ จากผู้จัดคุณภาพ ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า อาทิ รายการสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ "เจี๊ยบอ้อม" รายการอาหาร "ครัวแล้วแต่คริต" รายการเรียลิตี้ "The Adventure ภารกิจพิชิตโลก" ซิตคอม "หลวงตามหาชน" ฯลฯ รวมทั้งละครคุณภาพอีกมากมาย
"ปีนี้ธุรกิจทีวีในภาพรวมน่าจะยังทรง ๆ ซึ่งหากเราสามารถรักษาฐานรายได้และจำนวนคนดูไว้ได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าดีแล้ว แต่เท่าที่ดูตอนนี้ เราน่าจะเติบโตได้อยู่"
ขณะที่ "สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์" รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย "บีอีซี เวิลด์" เสริมว่า ตอนนี้นโยบายช่อง 3 พยายามขยายไปในธุรกิจที่เสริมซึ่งกันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนการทำทีวีดาวเทียม หรือเว็บไซต์ ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวเว็บ www.my3space.com สำหรับเป็นคอมมิวนิตี้กับกลุ่มแฟนพันธุ์แท้และกลุ่มที่ยังไม่เคยดูช่อง 3 เพราะเทรนด์และกระแสของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของช่อง 3 ผ่านทางหน้าจอทีวีอีกต่อไปแล้ว แต่มีช่องทางใหม่ให้เลือกมากมายไปหมด
และเชื่อมั่นว่า www.my3space.com จะเป็นได้ทั้งช่องทางสื่อสารใหม่ ๆ รักษาฐานกลุ่มคนดูให้กับสถานี และเพิ่มฐานคนดูใหม่ ๆ เข้ามา ส่วนรายได้อาจจะยังไม่เห็นในเร็ว ๆ นี้
"สุรินทร์" ยังประเมินภาพธุรกิจทีวีในปีนี้ด้วยว่า จะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ธุรกิจทีวีทั้งระบบขยายตัวได้ถึง 11% ทำให้ตัวเลขทั้งปีขยายตัวได้ 3.5% โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลประกอบการของช่อง 3 ดีขึ้นถึงราว 20% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น การเมืองดูดีกว่าปีที่ผ่านมา และธุรกิจมีการลงทุนต่อเนื่องมาจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ที่ผ่านมาด้วย
และจากตัวเลขของนีลเส็นฯยังพบว่า ส่วนแบ่งของสื่อทีวีปรับตัวดีขึ้นจาก 56-57% เป็น 58% เทรนด์ดังกล่าวนี้เป็นการขยายตัวสวนทางกับกระแสโลก
นั่นหมายความว่าธุรกิจส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับแมสมาร์เก็ต และในเมืองไทยกลุ่มสินค้าที่ใช้งบฯสูงสุด ยังคงเป็นคอนซูเมอร์โปรดักต์
และสื่อที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด ก็ยังหนีไม่พ้น "ทีวี"
Trackback(0)
|