|
"เดลล์" รุกหนักตลาด "อาเซียน" ยกระดับ "ไทย" ขึ้น Strategic Country |
|
|
|
|
จันทร์, 08 กุมภาพันธ์ 2010 |
หลังก้าวสู่สนามคอนซูเมอร์ได้เพียง 2 ปี "เดลล์" ยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์แดน มะกันก็รุกตลาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่เอาใจคอนซูเมอร์ พร้อมโมเดลจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีก แต่กระนั้นตลาดใหม่ที่เดลล์ต้องการให้ความสำคัญมากขึ้น คือ ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกที่ถือเป็นฐานทัพสำคัญของการทำธุรกิจในยุคนี้
ล่าสุดเดลล์ได้ผู้บริหารใหม่ไฟแรง "เอียน แชปแมน-แบงค์" รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป กลุ่มคอนซูเมอร์ ประจำ ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่ถึง 4 สัปดาห์ เป็นผู้กุมบังเหียน ขับเคลื่อนเดลล์ในซีกโลกตะวันออก
เอียนฉายเดี่ยวต่อหน้าสื่อมวลชนอาเซียนเป็นครั้งแรกในงานเปิดตัวสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์สำหรับตลาดเอเชีย-แปซิฟิกภายในครึ่งปีแรก ณ สิงคโปร์
โดยเขาเล่าว่า สัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าเดลล์ให้ความสนใจตลาดเอเชียคือการสร้างศูนย์ดีไซน์สินค้าที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ เพื่อออกแบบสินค้าให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายชาวเอเชียโดยเฉพาะหลังจากหลายปีที่ผ่านมาเดลล์เน้นโฟกัสตลาดคอร์ปอเรตเป็นหลัก
ปัจจุบันตลาดเอเชียเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดกว่าภูมิภาคอื่น ๆ และเริ่มเห็นกำลังซื้อของผู้บริโภคกำลังกลับมา โดยกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ "กลุ่มอาเซียน" ประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกำลังเป็นตลาดสำคัญในการเติบโตของฝั่งเอเชียในอนาคต
"แม้ว่าปัจจุบันตลาดจีนโตเร็วมาก แต่อีก 4-5 ปีต่อจากนี้อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะรักษาการเติบโตในตลาดจีนด้วยอัตราความเร็วอย่างนี้ได้ต่อเนื่อง เพราะสัดส่วนพีซีต่อประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่กลุ่มประเทศอาเซียนอัตราเพลเนเทรชั่นยังต่ำ บวกกับหลายสำนักต่างคาดว่าจีดีพีของกลุ่มอาเซียนใน 4-5 ปีข้างหน้าจะเติบโตอย่างมาก"
สำหรับตลาดคอนซูเมอร์นั้นโน้ตบุ๊กยังมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อใน ภูมิภาคนี้คือกลุ่มผู้ซื้อใช้งานครั้งแรกที่ แตกต่างจากโลกตะวันตกที่จะซื้อเพื่อทดแทนเครื่องเก่ามากกว่า ทำให้การซื้อชะลอตัว รวมถึงเทรนด์ 3 จี และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำให้ตลาดอาเซียนมีศักยภาพในการเติบโต
กลยุทธ์หลักที่เดลล์ต้องการ คือ การขยายตลาดรีเทลอย่างต่อเนื่องทั่วอาเซียน โดยประสานความร่วมมือกับเดลล์ในแต่ละประเทศ ทั้งรูปแบบร้านค้า "เดลล์ คอนเซ็ปต์สโตร์" ที่เดลล์ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ หรือ "สโตร์ในสโตร์" ที่จะขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะเดลล์ต้องการให้คอนซูเมอร์มีประสบการณ์ตั้งแต่เดินเข้าไปในร้าน สัมผัส ลองเล่นสินค้า ไปจนถึงการซื้อขาย
"เพราะปี 2010 เดลล์ตั้งเป้าว่าจะเขยิบส่วนแบ่งการตลาดจากอันดับ 3 ของตลาดเอเชีย-แปซิฟิกขึ้นเป็นเบอร์ 2 ให้ได้" เอียนกล่าว
ผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ ยังกล่าวถึงประเทศไทยว่า ปลายเดือน ก.พ.นี้ทีมผู้บริหารระดับสูงกลุ่มคอนซูเมอร์ของเดลล์จะเดินทางมาไทยเพื่อเยี่ยมคู่ค้าในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่เป็น "Strategic Countries" ของเดลล์ร่วมกับจีนและเวียดนาม
ดังนั้น สิทธิพิเศษที่ไทยจะได้รับ คือ การจำหน่ายสินค้าโมเดลใหม่ ๆ ของเดลล์ รวมถึงการได้รับเงินสนับสนุนเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดมากกว่าประเทศอื่นด้วย
"สำหรับประเทศที่เป็น Strategic Countries เดลล์จะสนับสนุนเงินทุนมากขึ้น โดยจะเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านช่องทางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มเคาน์เตอร์ Point of Sale, เจ้าหน้าที่เพื่อ ส่งสินค้าถึงมือคอนซูเมอร์โดยการลงทุน ครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาวของเดลล์"
เอียนบอกว่า ตลาดประเทศไทยนั้นเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในสายตาของเดลล์ ไม่ว่าจะเป็นพีซี, โน้ตบุ๊ก หรือเน็ตบุ๊ก โดยไอดีซีคาดว่าปี 2010 ประเทศไทยจะมีการเติบโตของตลาดคอมพิวเตอร์ประมาณ 20% และตนมั่นใจว่าด้วยลักษณะของสินค้าบวกความร่วมมือของพาร์ตเนอร์และร้านรีเทลจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับคอนซูเมอร์ไทยได้
พฤติกรรมของคนไทยชื่นชอบสินค้าที่มีสไตล์ แต่ยังคงเน้นฟังก์ชั่นการทำงาน ในราคาที่เหมาะสม รวมถึงงานบริการที่ดี ดังนั้นเดลล์จึงจำเป็นต้องขยายช่องทางการจำหน่ายมากขึ้น เพื่อนำสินค้าตรงสู่มือผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม เอียนยอมรับว่ามีการ แข่งขันด้านสงครามราคาเกิดขึ้นในไทย แต่ทั้งนี้ลูกค้าจากทุกประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องราคาไม่แพ้กัน แต่เดลล์จะใช้นโยบาย "ราคาที่สามารถแข่งขันได้" โดยจะมีทีมงานคอยตรวจราคาสินค้าของคู่แข่งในตลาด จากนั้นจะหา "สินค้าที่ใช่ ในราคาเหมาะสม" เข้าสู่ตลาด
ด้าน "กฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์" ผจก.ฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ ประจำประเทศไทยกล่าวว่า ปีนี้เดลล์มีแผนจะขยายเดลล์คอนเซ็ปต์สโตร์เพิ่มขึ้นไตรมาสละ 3 แห่ง จากปัจจุบันมี 7 แห่ง โดยจะเน้นในต่างจังหวัดเป็นหลัก รวมถึงการจับมือกับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เพื่อสร้างสโตร์อินสโตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันได้ปรับแผนการจัดสินค้าใหม่ จากเดิมจะชูฮีโร่โมเดลเป็นจุดขาย และวางสินค้าหน้าจอขนาด 14-15 นิ้วในแต่ละรุ่นปะปนกัน แต่จากนี้ไปจะแบ่งแยกเซ็กเมนต์ชัดเจนขึ้น เช่น มุม Vostro สำหรับเอสเอ็มบี, Studio สำหรับคอนซูเมอร์ นักศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจกับลูกค้ามากขึ้น
"ปี 2010 เราได้งบฯการตลาดเพิ่มขึ้น เพราะปีที่แล้วจากสภาพการเมืองในไทยบวกกับเดลล์เพิ่งเริ่มทำตลาดไม่นาน ทำให้ได้งบฯการตลาดเฉพาะจากเปอร์เซ็นต์ของรายได้เท่านั้น แต่ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ของไทยมีศักยภาพในการเติบโต และยอดขายเดลล์ประเทศไทยเป็นลำดับต้น ๆ ในอาเซียน รวมถึงในฐานะ Strategic Countries เราจึงสามารถของบฯการตลาดได้เพิ่มมากขึ้น ปีนี้จึงมีการลงทุนในไทยค่อนข้างมาก"
สำหรับไฮไลต์สินค้าที่เดลล์จะนำมาเจาะตลาดเอเชีย-แปซิฟิกในช่วง 6 เดือนแรกนั้น ส่วนใหญ่ยกทัพสินค้ามาจาก งาน CES ณ สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น "AlienwareM11X" ขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว ซีพียู อินเทล Core 2 Duo Su7300 เอาใจคอเกมเมอร์ สนนราคาในไทยประมาณ 4-6 หมื่นบาท พร้อมวางตลาดช่วงงานคอมมาร์ตนี้ และ "Adamo XPS" โน้ตบุ๊กบาง 9.99 ม.ม. หน้าจอ 13.4 นิ้ว อินเทล Core 2 Duo ULV สำหรับคนชื่นชอบสไตล์หรูหรา, Inspiron Zino HD ซีพียูขนาดกะทัดรัด สารพัดสีเพื่อรับชม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ภายในบ้าน ราคาเริ่มต้น 10,500 บาท รวมถึง Inspiron One ออลอินวันพีซี หน้าจอสัมผัส และโน้ตบุ๊กตระกูล Studio ที่มาพร้อมดีไซน์และซีพียูตระกูลคอร์รุ่นใหม่
คอลัมน์ clickworld |