|
"ฟรีทีวี" ขยาย "ฐานที่มั่น" ดาหน้าลงทุน "ทีวีดาวเทียม" |
|
|
|
|
จันทร์, 08 กุมภาพันธ์ 2010 |
นับเป็นการดำเนินการที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 10 ปีแล้ว สำหรับแนวการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งเป็นอะไรที่ผู้ประกอบการสื่อและโทรคมนาคมตั้งหน้าตั้งตารอคอยความชัดเจน
ล่าสุดแว่ว ๆ ว่า กำหนดการคลอดได้เลื่อนจากช่วงกลางปีนี้ไปต้นปีหน้าเรียบร้อยแล้ว
และแน่นอนว่า เมื่อมี กสทช.เกิดขึ้น ก็จะต้องมีการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่แน่ ๆ ทั้งในส่วนธุรกิจทีวี วิทยุ ฯลฯ รวมถึงโทรคมนาคม
จึงเห็นชัดเจนว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการ "ฟรีทีวี" ทุกรายต่างลุกขึ้นมาพัฒนาธุรกิจ "นิวมีเดีย" กันอย่างคึกคัก
ว่ากันว่า การเคลื่อนตัวในครั้งนี้เป็นการลงทุนเป็นฐานที่ตั้งใหม่ และเป็นการลดความเสี่ยงหลังจากที่มี กสทช.เกิดขึ้น เพราะไม่รู้ว่า กสทช.จะยึดคลื่นคืน แล้วค่อยนำไปจัดสรรใหม่หรือไม่
หรือหากไม่รุนแรงขนาดยึดคลื่นคืนก็ถือเป็นการวางรากฐานให้ธุรกิจ "ทีวี" ก่อนที่อายุสัมปทานจะหมดลง โดยเฉพาะช่อง 3 ที่จะหมดสัญญากับ อสมท ในปี 2563 และช่อง 7 สีที่จะหมดสัญญากับกองทัพบกในปี 2565 หรือแม้แต่ อสมท เองก็ยังต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าใบอนุญาตในการประกอบกิจการเพิ่มเช่นกัน
จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ "บิ๊ก" วงการทีวีหันมามุ่งมั่นพัฒนา "ทีวีดาวเทียม" กันอย่างคับคั่ง
โดยในส่วน "ช่อง 3" นั้น "ประวิทย์ มาลีนนท์" บอสใหญ่ "บีอีซี เวิลด์" ได้ออกมาประกาศว่า ตอนนี้ช่อง 3 มีแผนเปิดทีวีดาวเทียม 3-4 ช่อง ในคอนเทนต์ทุกประเภท ทั้งข่าว สาระ วาไรตี้ บันเทิง อาหาร ท่องเที่ยว โดยในหลักการดำเนินการนั้นจะมีทั้งส่วนที่ผลิตคอนเทนต์เอง และผนึกกำลังกับพันธมิตรและผู้ผลิตรายการในสังกัด รวมถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
พร้อมประเมินคร่าว ๆ ว่า น่าจะใช้งบฯลงทุนราว 100 ล้านบาท/ช่อง
ขณะที่ "ช่อง 7 สี" นั้นได้มอบหน้าที่ลงทุนในธุรกิจทีวีดาวเทียมให้กับ "มีเดีย ออฟ มีเดียส์" หรือ "มีเดีย สตูดิโอ" ในปัจจุบันดำเนินการแทน โดยปีนี้ "ชาลอต โทณวณิก" หัวเรือใหญ่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นอกเหนือจากช่องมีเดีย ชาแนลที่มีอยู่แล้ว ปีนี้ได้เตรียมลงทุนในทีวีดาวเทียมอีก 4 ช่อง คือ U Campus จับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยและกลุ่มวัยรุ่น ช่องกีฬา (ฟุตบอล) ช่องบันเทิง และช่องข่าว ซึ่งจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป
และไม่เพียงแค่ 4 ช่องนี้เท่านั้น หากได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดก็พร้อมที่จะลงทุนเปิดให้บริการเพิ่มอีก โดยคาดว่าน่าจะใช้งบฯลงทุนทั้งหมดในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท
ส่วนรูปแบบการดำเนินการนั้นมีทั้งทำเอง การร่วมกับพันธมิตร จ้างผลิต และซื้อลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งตั้งเป้าเป็นเจ้ายุทธจักรแห่งวงการทีวีดาวเทียมอีกด้วย
ส่วนฟาก อสมท นั้น "ธนวัฒน์ วันสม" กรรมการผู้อำนวยการ อสมท ได้วางแผนใช้งบฯราว 500 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจกลุ่ม "นิวมีเดีย" ซึ่งประกอบด้วยทีวีดาวเทียม, โมบาย ทีวี และดิจิทัล เซอร์วิส โดยกลุ่มทีวีดาวเทียมปีนี้เตรียมแผนให้บริการมากถึง 11 ช่องรายการ รวมกับที่ให้บริการอยู่แล้ว 4 ช่อง คือ MCOT, MCOT 1, อาเซียนทีวี และ MCOT HD รวมเป็น 15 ช่อง คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนภายในกลางปีนี้
และรูปแบบการลงทุนก็จะมีทั้งการลงทุนผลิตคอนเทนต์เอง และการร่วมผลิตกับพันธมิตรในกลุ่มคอนเทนต์โพรไวเดอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดย อสมท จะวางตัวเป็นแฟลตฟอร์มที่มีความพร้อมด้านเครื่องมือในการผลิตรายการ และการส่งสัญญาณ
ไม่เพียงแค่นี้ "กฤษณพร เสริมพานิช" อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังพูดถึงแนวทางการพัฒนาสื่อใหม่ในส่วนของช่อง 11 เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนสภาพเป็นองค์กรมหาชนในอนาคตว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้เตรียมเปิดให้บริการทีวีดาวเทียม 1 ช่องในเดือนมีนาคมนี้ เน้นนำเสนอคอนเทนต์ข่าวภูมิภาค โดยใช้เครือข่ายของประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศเป็นผู้ผลิต
นักโฆษณารายหนึ่งได้แสดงความเห็นว่า นับเป็นมิติที่ดีที่กลุ่ม "ฟรีทีวี" หันมารุกทีวีดาวเทียม เพราะจะเป็นตัวสำคัญที่ช่วย ยกระดับคุณภาพคอนเทนต์ของทีวีดาวเทียม อีกทั้งยังเป็นตัวกระตุ้นให้สินค้าต่าง ๆ หันมาสนใจและเชื่อมั่นที่จะมาลงโฆษณาเพิ่มมากขึ้น
และเชื่อว่าหาก "ทีวีดาวเทียม" ได้รับความนิยมจากนักการตลาดและเจ้าของสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บิ๊ก ๆ แห่งวงการทีวีเหล่านี้จะหันมาโฟกัสในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน
เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการรุกเข้าสู่ "ทีวีดาวเทียม" ของกลุ่มผู้ประกอบการ "ฟรีทีวี" เท่านั้น |